วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564

เทพจอมหยิ่งพ่ายรักนางซิน



บทที่ 2
พนันหัวใจ 


ตอนที่เมธาวีกับเอกภพทยอยกลับเข้ามาในห้องวีไอพีอีกครั้ง ก็พบว่ามีเพื่อนมาเพิ่มอีกสองคน ทั้งสองหนุ่มต่างก็เป็นเพื่อนสนิทพี่ชายเมธาวี คนหนึ่งชื่อ ธนัท และอีกคนชื่อ ปานเทพ

“นี่ใครเอ่ย น้องเมคนสวยของเรานี่นา กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

ธนัทลุกขึ้นทักเมื่อเห็นเมธาวีโผล่หน้าตื่นๆ เข้ามาในห้อง ตามด้วยเอกภพ ที่ยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยไว้ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์

“หวัดดีค่ะพี่นัท พี่ปาน” เมธาวียกมือไหว้ ก่อนเดินไปนั่งลงข้างๆ พี่ชาย หัวใจยังเต้นโครมๆ หลังจากโดนเทพบุตรหน้านิ่งอย่างเอกภพประเคนจูบเป็นการเตือน

“ว่าไงเจ้าภาพ นายเอกแฮปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อน”

ธนัทหันไปทักเอกภพที่เดินไปหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับเมธาวี ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ท่าทางเย็นชาของเขาทำให้เมธาวีขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“วันเกิดนายทั้งที กันมีของขวัญจะให้ด้วยล่ะ เป็นม้าแข่งที่นายชอบขี่ที่ฟาร์มปากช่องน่ะ เดี๋ยวกันนำไปส่งให้ที่ฟาร์มนาย ถ้าว่างๆ ก็อย่าลืมแวะไปดูบ้างละเดี๋ยวม้ามันจะเสียใจ”

ธนัทกล่าวขึ้น ทำเอาเพื่อนๆ ถึงกับตื่นเต้นกันใหญ่ ขณะที่เอกภพกลับยังคงนิ่งเฉยเหมือนคนไร้อารมณ์

“ว้าว! พี่นัทเท่เป็นบ้า ให้ของขวัญเป็นม้าเลยหรือคะ แบบนี้ก็คงหลายล้านล่ะสิ ม้าแข่งซะด้วย”

เมธาวีอดตื่นเต้นแทนไม่ได้ คิดในใจ พวกคนรวยนี่เว่อร์จริงๆ ให้ของขวัญกันแต่ละทีทำเอาคนจนอายไปเลย

“ไม่เท่าไหร่หรอกเม พี่เห็นนายเอกชอบก็เลยถือโอกาสส่งมอบในวันเกิดปีนี้ซะเลย เออ! ได้ยินจากนายสินว่าเมก็ชอบม้าด้วยนี่ ว่างๆ ก็เชิญแวะไปเที่ยวที่ฟาร์มสเตย์พี่ที่ปากช่องสิ จะชวนเพื่อนๆ ไปพักในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ได้นะ ที่ฟาร์มตอนนี้มีกิจกรรมหลายอย่างและมีที่พักแบบพักค้างคืนด้วยล่ะ” 




“ว้าว! แบบนี้เมจะพลาดได้ยังไงคะ”

ท่าทางตื่นเต้นจนเห็นได้ชัด ทำเอาทุกคนพากันหัวเราะด้วยความเอ็นดูหล่อน ยกเว้นก็แต่เอกภพที่เอาแต่จ้องมองหญิงสาวเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อตั้งแต่เดินกลับเข้ามานั่งในห้องนั่นแล้ว

“เดือนหน้านายเอกก็จะเปิดธุรกิจรีสอร์ตที่ปากช่องแข่งกับนายนัทด้วยนี่ ใช่มั้ยเอก”

ปานเทพ นักธุรกิจเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเอ่ยขึ้น ทำให้ทุกสายตาหันไปจ้องเอกภพเหมือนรอฟังคำตอบ

“อืมห์…” เพื่อนๆ ก็คาดเดาอยู่แล้วว่าเขาจะต้องตอบแบบนี้ มีแต่เมธาวีที่ไม่เข้าใจ เพราะหล่อนเหมือนสมาชิกใหม่ในกลุ่มห้าหนุ่ม

“แล้ววันเปิดตัวรีสอร์ตวันไหนเอก เผื่อพวกเราจะได้เคลียร์งานไปร่วมงานด้วย”

พาคินถามขึ้น แต่คนตอบแทนกลับเป็นสินธุผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเขา

“ทางบริษัทยังไม่มีกำหนดตายตัวเลย เห็นที่ประชุมบอกว่าประมาณกลางๆ เดือน ใช่มั้ยเอก”

ทุกคนหันหน้าไปมองที่เอกภพอีกครั้ง คราวนี้เมธาวีพอจะเดาออกว่าเขาจะกล่าวอะไร

“อืมห์”

หญิงสาวเผลอร้องขึ้นก่อนเจ้าของคำตอบ ทุกคนรวมทั้งเอกภพต่างหันไปมองหล่อนเป็นสายตาเดียว

“เอ่อ…ขอโทษค่ะ พอดีปากมันเป็นไปเองน่ะ โทษที” หญิงสาวพูดเสียงอ่อย จากนั้นหนุ่มๆ ก็หัวเราะกันดังลั่น ยกเว้นก็แต่เอกภพคนเดียวที่จ้องมองหล่อนเขม็งราวกับคาดโทษอย่างไรอย่างนั้น

อึดอัดจุงวุ้ย…เมธาวีคิด ถ้ามีเพื่อนผู้หญิงคุยกันบ้างก็คงดี แถมยังถูกเอกภพจอมเย็นชาจ้องเอาๆ ยังกะผู้ปกครองมาคอยคุมความประพฤติอย่างไรอย่างนั้น

“เมเราไปเรียนอยู่อเมริกา สวยๆ แบบนี้มีหนุ่มฝรั่งมาจีบบ้างหรือเปล่าเรา”

จู่ๆ ธนัทก็หันมาถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หญิงสาวที่กำลังคิดหาทางเผ่นกลับบ้านถึงกับสะดุ้งโหยง

“คะ…” อึ้งจนพูดไม่ออก เมื่อถูกหนุ่มโสดทั้งหมดในห้องหันมาจ้องมองเหมือนรอคำตอบ

“ยังหรอก น้องข้าใครจะมาจีบ แก่นเป็นม้าดีดกะโหลกแบบนี้ อีกอย่างถ้าหนุ่มคนไหนจะจีบก็ต้องผ่านการสแกนจากข้าก่อนเป็นคนแรก”

สินธุกล่าวแทรกขึ้น ทำเอาหนุ่มๆ พากันยิ้มกันไม่หุบ โดยเฉพาะธนัท พอได้ยินว่าเมธาวีว่างก็รีบลุกจากฝั่งตรงข้ามมานั่งข้างๆ เจ้าหล่อนทันที ราวกับกลัวว่าเพื่อนๆ ในก๊วนจะแย่งตำแหน่งนั้นไป

“เฮ้ย! ไอ้นัทมันเร็วเป็นปรอทเลยโว้ยเรื่องแบบนี้ น้องเมอย่าไปตกหลุมพรางมันเข้าล่ะ”

พาคินแซวขึ้น เรียกเสียงฮาให้ทุกคนตรึม แต่ดูเหมือนเอกภพจะมีท่าทีเปลี่ยนไปทันที

“เด็กมากพวกนาย พูดแต่เรื่องไร้สาระ”

จู่ๆ จอมหยิ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยประโยคที่ยาวกว่าทุกครั้ง ทำเอาทุกคนต่างนึกแปลกใจ พากันหันขวับมองเขา ไม่เว้นแต่เมธาวี

“เด็กยังไงวะ หรือนายไม่เคยสนใจผู้หญิงเลยตั้งแต่เกิดมา”

ถามได้ดีจริงๆ เมธาวีถึงกับนึกอยากปรบมือให้ธนัท ฝ่ายผู้ถูกถามได้แต่ทำท่าฮึดฮัด

“ไม่สนอยู่แล้ว ผู้หญิงเรื่องมากจะตาย พวกชะนีวันๆ เอาแต่ไล่จับผู้ชาย”

เอ๊ะ! ฟังดูเหมือนจะด่าเราหรือเปล่าวะ เมธาวีนึกในใจ ได้แต่เก็บความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ลึกๆ

“จริงดิ พวกเรามาพนันกันไหม ถ้าเห็นเจ้าเอกมันเกิดชอบผู้หญิงขึ้นมาจริงๆ ภายในปีนี้ พวกเราจะทำยังไงกับมันดีวะ” ธนัทหันไปถามเพื่อนๆ ที่กำลังทำท่าทางครุ่นคิด

“เอางี้สิ มาพนันด้วยของมีค่ากันดีกว่า นายตกลงไหมเอก”

พาคิน ออกความเห็น ทุกคนหันไปมองเอกภพ รอฟังว่าเขาจะตอบยังไง

“ด้วยอะไร” เขาถามเหมือนมั่นใจเสียเต็มประดา

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ มายบัคสุดหวงของนายรุ่นล่าสุดเป็นไง”

ปานเทพเอ่ยขึ้นบ้าง เพราะในชีวิตเห็นเอกภพสนใจเพียงแค่สองอย่างคือ แข่งม้ากับรถ

“ได้” เขาตอบโดยไม่คิดนาน

“แล้วพวกนายล่ะ มีอะไรมาใช้พนัน”

ทั้งสี่หนุ่มหันหน้าเข้าหากันเหมือนประชุมลับ เห็นแล้วเมธาวีก็แอบขำในใจไม่ได้ เล่นพนันกันยังกะเด็กๆ หล่อนคิด

“เอางี้สิ ให้นายเป็นคนเสนอมาว่าต้องการอะไรจากพวกข้า”

“ไม่เสียใจนะ” ถามเหมือนเป็นต่อ จากนั้นก็เริ่มไล่ขยี้ทีละคนๆ เริ่มจากพาคินที่นั่งใกล้ตัวเขาก่อน

“พาคิน นายทำธุรกิจโรงแรมที่ภูเก็ต มีห้องสวีทหรูหลายห้อง ถ้าข้าชนะขอแบ่งหนึ่งห้อง”

“ไม่มีปัญหา”

พาคินรับปาก เพราะเมื่อเทียบกับราคารถหรูของเอกภพ ซึ่งมีมูลค่าเกือบสามร้อยล้านบาทก็ถือว่าได้กำไรหลายเท่าตัว

“ส่วนไอ้ปานเทพข้าขอคฤหาสน์หนึ่งหลัง ขนหน้าแข่งนายคงไม่ร่วงหรอกนะ”

“จะรีบสร้างไว้รอเอ็งโดยเฉพาะเลยก็แล้วกันพวก” กล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ในใจลึกๆ ก็นึกยังหวั่นอยู่ว่าจะแพ้พนันก็คราวนี้แหละ เพราะแทบจินตนาการไม่ออกว่าเอกภพจะตกหลุมรักผู้หญิงคนไหนได้อีกนอกเหนือไปจากมารดาสุดที่รักของเขา

“แล้วเจ้านัท นายให้ม้าแข่งเป็นของขวัญวันเกิดข้ามาแล้วหนึ่งตัว ถ้ายังไงถ้าข้าชนะพนันครั้งนี้ก็ขอม้าทั้งฟาร์มที่นายมีมาเป็นเพื่อนม้าแข่งตัวนี้ก็แล้วกัน” เจ็บแสบจริงๆ อีตานี่ เมธาวีถึงกับอึ้ง ไม่ต่างจากทุกคนที่ได้ยิน

เกมนี้เพิ่งเริ่มจะถอนตัวก็เสียหน้า ธนัทคิด เขาเป็นคนเสนอให้เล่นเกมนี้เองก็เลยต้องยอมรับคำท้า

“ยินดียกให้” ธนัทว่า

จากนั้นจอมเย็นชาก็หันไปทำท่าจะเชือดคอสินธุ ซึ่งเป็นคนสุดท้าย

ในบรรดาเพื่อนทั้งหมด สินธุเรียกว่ามีฐานะธรรมดาที่สุด เพราะนอกจากตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่บริษัทเขาแล้ว สินธุก็ไม่มีสมบัติอะไรมาเดิมพัน

“อะไรวะ นั่งจ้องอยู่ได้ อยากได้อะไรก็ว่ามา รออยู่” เตรียมใจไว้อย่างเต็มที่ ทุกคนต่างก็นั่งทำท่าลุ้นเหมือนกำลังรอให้เอกภพเอ่ยออกมา

“ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการซะ”

“หะ!” อึ้งกิมกี่ ใจหล่นหายวูบเลยสินธุ

“หมายถึงตอนที่นายแพ้พนันน่ะ สรุปว่าสิ้นปีนี้พวกนายก็เตรียมตัวไว้เสียพนันกันได้เลยพวก”




ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *