ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ไฟรัก ปรารถนานิรันดร์




เกือบ 500 ปีบนโลกมนุษย์ที่ฟีนิกซ์ ค้นหารักแท้เพื่อมาช่วยเติมพลังจิตกลับสู่แดนนิรันดร์ แต่เมื่อ ‘น้ำฤทัย’ หญิงสาวที่มีกลิ่นกายหอมผู้เป็นเหมือนความหวังใหม่และความหวังสุดท้ายปรากฏตัวขึ้น เธอกลับเป็นหญิงหน้าเงิน แล้วฟีนิกซ์จะทำเช่นไรเพื่อให้เธอยอมมอบรักแท้ให้เขาสุดจิตวิญญาณภายใน 90 วัน


บทที่ 4/1

ฝันร้ายกลายเป็นจริง


“ตามหาข้า ตามหาข้า ตามมา...

บ่อยครั้งที่เสียงเพรียกหญิงสาวลึกลับแจ่มชัดขึ้นในความฝันของน้ำฤทัยหลังกลับมาจากบาร์เกิร์ล บางครั้งก็เป็นเสียงผู้ชายดังสะท้อนกลับไปกลับมา

จงมา จงมาปรนเปรอข้า…”

และวันหนึ่งระหว่างเผลอหลับในที่ทำงาน หล่อนก็ฝันอีก คราวนี้มาทั้งเสียงและภาพชัดเจน

“ปรนเปรอข้า...จงมา...

อมนุษย์รูปร่างสูงใหญ่ราวห้าเมตร กายเป็นบุรุษรูปงาม แต่มีปีกสีแดงเพลิงสลายใหญ่เบื้องหลัง นัยน์ตาดุดันดุจดั่งดวงตะวันอันร้อนแรง รอบกายโอบล้อมด้วยเปลวอัคคี น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ยามเยื้องย่างแต่ละก้าวปฐพีแยกเลื่อนลั่นได้ยินไกลหลายเมตร

จงมาจงมาปรนเปรอ…”

เสียงอันน่าขยะแขยงนั้นดังก้องใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา สะกดร่างเล็กตรึงแน่นกับที่ ดวงตากลมโตเบิกโพลง หัวใจดวงเล็กแทบระเบิดกระเด็นออกนอกอก เมื่ออมนุษย์ตนนั้นเข้ามาอยู่ในระยะประชิดตัว

อ้ากกก!…ไม่! ไม่นะออกไปให้พ้นไอ้นกฟีนิกซ์โรคจิต!”



เสียงร้องโหวกเหวกดังขึ้นที่มุมหนึ่งของออฟฟิศแผนกสนับสนุนในเวลาบ่ายสอง สร้างความแตกตื่นตกใจแก่เหล่าพนักงานในแผนกไปตามๆ กัน แต่พอทุกคนหันไปมองตามเสียง เมื่อรู้ว่าเป็นใคร ต่างก็พากันเงียบกริบ พร้อมกับส่ายหน้าเหมือนนึกเอือมระอา

พี่คนนั้นเป็นใครกันคะ เห็นแอบหลับทุกวัน ไม่รู้ตอนกลางคืนไปทำอะไรมา แล้วไม่มีใครว่าอะไรเธอบ้างเลยหรือคะ

วิภาดานักข่าวฝึกงานน้องใหม่วัย 22 ปี เพิ่งเข้ามาในแผนกสนับสนุนได้เพียงสามวัน ยังไม่อีโหน่อีเหน่อะไรในบริษัทหันไปกระซิบถามนักข่าวรุ่นพี่วัยไล่เลี่ยกัน ซึ่งนั่งทำงานอยู่ข้างๆ

สุปราณีรีบยกนิ้วจุปากเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้เด็กสาวเงียบ

ทำไมคะ วิภาดานึกสงสัย ขยับเลื่อนเก้าอี้เข้าไปหาสุปราณี

อย่าพูดดังไปยัยน้องใหม่ เห็นพี่เขาไม่สุงสิงกับใคร และแอบหลับตลอดแบบนั้น แต่เธอคงไม่รู้ว่าพี่คนนั้นมีฉายาว่า ไฮยีนาเชียวนะ ไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอหรอก เพราะมีผู้จัดการแผนกเราคอยหนุนหลังอยู่

ฮ้า! ไฮยีนา...ที่บอกว่า เป็นนักข่าวเดนตายอันดับหนึ่งของแผนกเราคนนั้นเหรอคะ ไม่ยักกะรู้ว่าเป็นผู้หญิง และแถมยังเป็นนักข่าวแผนกเราอีก แล้วทำไมพี่เขาถึงยังอยู่ที่แผนกสนับสนุนล่ะค่ะ ถ้าเก่งขนาดนั้น"

เอ่อ...เรื่องนี้มันมีอยู่ว่า...”

สุปราณียังเล่าไม่ทันจบ เสียงหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้นที่หน้าประตูเสียก่อน

คุณน้ำฤทัยอยู่หรือเปล่าคะ

ครั้นเมื่อทุกคนหันขวับไปมองที่ประตู ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน เมื่อพบว่าเจ้าของเสียงเป็นหญิงสาวสวยสูงเพรียว ผมดำขลับ ดวงตาวาววับเต็มไปด้วยความลึกลับ แถมยังสวมเสื้อสูทสีดำแขนยาวเข้าชุดกระโปรงสีดำสั้นจู๋ แต่งหน้าแบบจัดจ้านเหมือนนางแบบบนแคทวอล์ค ทำให้ทุกคนเผลอร้องอุทานขึ้นเกือบพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย

ว้าว!”

ขณะที่ผู้ถูกเรียกชื่อได้แต่ทำหน้าแปลกใจระคนสงสัย น้ำฤทัยลุกเดินออกมาจากมุมห้อง พร้อมกับร้องถาม ฉันเอง มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ

 “ท่านประธานต้องการพบด่วน เชิญค่ะ

ตั้งแต่เข้ามาเป็นนักข่าวที่แผนกสนับสนุนเกือบหนึ่งปี แม้แต่เดินเฉียดเข้าใกล้ห้องท่านประธานบริษัทก็ยังไม่เคย พอได้ยินว่าประธานบริษัทเรียกพบ หญิงสาวก็อดนึกสงสัยไม่ได้ พอน้ำฤทัยเดินตามผู้หญิงคนนั้นพ้นออกจากห้องไม่ทันไร นักข่าวคนอื่นๆ ต่างก็พากันตั้งวงซุบซิบนินทาเป็นการใหญ่

ท่านประธานคฑายุทธเรียกพบยัยไฮยีนาทำไมกันน่ะ พวกเธอรู้หรือเปล่า

นริสสาผู้เป็นหัวหน้าบก.สาวห้าวหน้าดุ ปากจัด รูปร่างสัดทัด วัย 32 ปี ลุกเดินออกจากห้องทำงานที่กั้นด้วยกระจกใสมาถามลูกน้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ไม่รู้ค่ะหัวหน้านักข่าวรุ่นน้องประมาณสิบกว่าชีวิตที่ยืนชุมนุมกันก้มหน้าตอบเสียงอ่อย

นริสสาทำเสียง ชิ!” ใส่เหมือนไม่ได้ดังใจ หลายคนต่างก็รู้ว่า นริสสาไม่กินเส้นกับน้ำฤทัยตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงาน และยิ่งรู้ว่า น้ำฤทัยเป็นเด็กเส้นของผู้จัดการนพพลด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้นริสสาไม่พอใจเป็นทวีคุณ

แล้วนี่พวกเธอเป็นนักข่าวประสาอะไร ถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ท่านประธานคฑายุทธเรียกยัยไฮยีนาไปพบมันต้องมีอะไรสิ แล้วทำไมท่านไม่เรียกผู้จัดการนพแทนที่จะเรียกยัยนั่น

นิรสรายังไม่หายข้องใจ ใช้สายตาดุไล่จ้องจิกมองลูกน้องทีละคนราวจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้

มีเรื่องอะไรกัน ยืนชุมนุมอะไร ทำไมไม่ทำงาน

เสียงดุเข้มถามขึ้นที่ประตู ทำลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด พอทุกคนหันไปเห็นผู้จัดการหนุ่มใหญ่วัย 48 ปีเดินเข้ามาภายในออฟฟิศ ต่างก็พากันวิ่งแจ้นกลับไปยังโต๊ะทำงานของใครของมัน

เดี๋ยวก่อนสา

ก่อนที่นริสสาจะเดินกลับเข้าห้องไป นพพลเรียกหล่อนไว้เสียงดัง

ตกลงมีเรื่องอะไร

เอ่อ...คือท่านประธานคฑายุทธเรียกพบน้ำ พวกเราเลยสงสัยกันน่ะค่ะ ไม่มีอะไร

นพพลขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยิน เพราะเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาตอนเข้าประชุม เขาเพิ่งทราบจากที่ประชุมว่า ประธานคนเก่าได้ขายหุ้นไปแล้ววันนี้ และจะมีประธานคนใหม่เข้ามาบริหารแทน แต่ไม่คิดว่า พนักงานคนแรกที่ประธานคนใหม่เรียกพบจะกลายเป็นน้ำฤทัยหลานสาวของตนไปได้

ประธานเรียกพบน้ำงั้นรึ

มีอะไรหรือเปล่าคะผู้จัดการ ทำไมประธานคฑายุทธเอ่อ...” นริสสาเอ่ยถามอย่างลังเล รู้สึกสังหรณ์ใจลึกๆ ว่าต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน

ไม่มีอะไรหรอก เออ! ทุกคนหยุดทำงานก่อนครับผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ

นพพลร้องบอกทุกคนเสียงดัง พนักงานเกือบสิบกว่าชีวิตในแผนกต่างละมือจากงานที่ทำตรงหน้า รีบลุกเดินเข้ามายืนห้อมล้อมเพื่อรอฟังเขาแถลงอย่างใจจดใจจ่อ

คือแบบนี้นะ วันนี้ผมได้ทราบจากที่ประชุมว่า ทางบริษัทของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารใหม่ เพราะท่านประธานคฑายุทธมีปัญหาสุขภาพมานาน บางคนก็น่าจะทราบกันบ้างแล้ว ท่านจึงต้องการพักผ่อน และได้ตัดสินใจขายหุ้นเมื่อเช้า ต่อไปนี้จะมีผู้บริหารคนใหม่เข้ามาบริหารงานต่อ

พอทุกคนทราบว่าบริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ต่างก็เกิดความกังวล จากนั้นภายในออฟฟิศก็เต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจไม่ต่างจากนกกระจอกแตกรัง

แล้วแบบนี้แผนกเราจะถูกยุบเหมือนข่าวลือหรือเปล่าคะผู้จัดการ

นริสสาเอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่สบายใจ เพราะช่วงหลังๆ ได้ยินข่าวลือมาตลอดว่า จะมีการยุบบางแผนกที่ไม่จำเป็นเพื่อประหยัดงบประมาณของบริษัท

นั่นสิครับผู้จัดการ แล้วแบบนี้พวกเราจะตกงานด้วยหรือเปล่าครับ นักข่าวคนอื่นๆ ก็พลอยเป็นเดือดเป็นร้อนไปด้วยไม่ได้

ทุกคนใจเย็นๆ ไม่ต้องตกใจและเป็นกังวลให้มาก เพราะการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่มันเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารเขา ส่วนแผนกของเราขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานของตัวเองกันอย่างเต็มที่เหมือนเดิมก็พอ เข้าใจกันแล้วนะครับ กลับไปทำงานต่อได้

ผู้จัดการหนุ่มใหญ่กล่าวให้ความมั่นใจกับทุกคน ขณะที่ภายในใจกลับนึกเป็นกังวลอยู่ลึกๆ ไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ

เกือบสิบปีแล้วที่แผนกสนับสนุนได้ก่อตั้งขึ้น โดยที่เขาเป็นคนริเริ่ม แผนกของเขาคอยทำหน้าที่พิเศษให้การสนับสนุนแผนกต่างๆ เรื่อยมา สิบปีนี้มีพนักงานหลายคนเดินเข้ามาแล้วจากไป แต่เขาก็ยังคงปักหลักเป็นผู้จัดการที่แผนกนี้มาตลอด ผ่านทุกข์สุขร่วมกับหลายคนที่นี่ จนน้ำฤทัยผู้เป็นหลานสาวของเขาได้กล่าวหยอกล้อเสมอ

ที่น้านพไม่ยอมแต่งงานก็เพราะหลงรักงานมากเกินไป สงสัยคงต้องแต่งกับงานเสียแล้วกระมังคะชาตินี้

พอนึกถึงคำพูดของน้ำฤทัย ก็อดนึกเป็นห่วงหล่อนขึ้นมาเสียไม่ได้

ประธานคนใหม่เรียกพบยัยจอมแสบไปพบทำไมกันนะ

 

ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *