ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ไฟรัก ปรารถนานิรันดร์

 


บทที่ 5/2


ทีนี้เชื่อแล้วหรือยังเขาถามยิ้มๆ แบบเจ้าเล่ห์ น้ำฤทัยหันขวับไปจ้องเขาตาปริบๆ พร้อมกับทำหน้าบิดเบี้ยวในวินาทีต่อมา

ท่านเป็นนกยักษ์ในฝันไม่จริง นั่นเป็นเรื่องโกหกใช่มั้ย

ถ้าจะเรียกให้ถูก นามของข้าคือ ฟีนิกซ์เทพแห่งไฟจากแดนนิรันดร์ ไม่ใช่นกยักษ์อย่างที่เจ้าเข้าใจ

เป็นไปไม่ได้ เรื่องนั้นคิดว่ามีแต่ในเทพนิยายเสียอีก

น้ำฤทัยไม่อาจปักใจเชื่อ ลนลานลุกจากโซฟา ถอยห่างจากเขา ฟีนิกซ์ลุกขึ้นสาวเท้าเข้าหาอย่างใจเย็น เธอขยับหนีไปเรื่อยๆ เขาขยับตามจนเธอไปจนมุมที่ผนังห้อง ฟีนิกซ์ใช้สองมือคร่อมเหนือศีรษะหญิงสาว ก่อนพูด

ฟังนะ เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ข้าไม่สามารถบังคับ เจ้าเป็นคนเดียวที่ข้าไม่อาจใช้เวทมนตร์ใดๆ ดลใจให้คล้อยตามได้ แม้แต่อ่านใจเจ้า ข้าก็ยังจนปัญญาจะทำ

ฟีนิกซ์สารภาพหมดเปลือก ก่อนถอนหายใจตาม

แล้วท่านต้องการสิ่งใดจากฉัน

เจ้าถามตัวเองดีกว่า เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้า

เขาย้อนถาม หญิงสาวถึงกับนิ่งอึ้ง เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่หล่อนต้องการ แต่ไม่อาจบันดาลได้

เงิน!” เธอตอบอย่างไม่ลังเล เพราะเวลานี้เงินเป็นปัจจัยหลักในชีวิตที่หล่อนต้องการมากกว่าสิ่งอื่นใด


งั้นพวกเรามาตกลงทำสัญญากันเถอะ แล้วเจ้าจะได้ในสิ่งที่เจ้าปรารถนา ฟีนิกซ์ชิงยื่นข้อเสนอขึ้นก่อน

แล้วสัญญาที่ว่า มันคืออะไรกันเหรอคะ

เธอถามด้วยความสงสัยใคร่รู้

ใช้ร่างกายเจ้า...บำเรอข้า

ห๊ะ! ใช้ระ..ร่างกาย แบบ...แบบคืนนั้นเหรอคะ

เสียงเธอตะกุกตะกัก และอดนึกประหวัดไปถึงบทรักอันเร่าร้อนกับเขาที่บาร์เกิร์ลเสียไม่ได้ เสียงครางของฟีนิกซ์ยังชวนให้ใจเธอเต้นระทึกทุกครั้งที่คิดถึงแม้เขาจะบอกว่าไม่อาจใช้เวทมนตร์กับเธอ แต่เธอไม่คิดเช่นนั้น เพราะหลังกลับจากบาร์เกิร์ล เธอเองก็เอาแต่ฝันประหลาดมาโดยตลอด เหมือนมีบางสิ่งมาเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปอย่างสิ้นเชิง

แล้วเจ้าชอบไหม

ฟีนิกซ์ก้มกระซิบถามข้างหูพร้อมสูดดมกลิ่นกายที่ซอกคอหญิงสาวเธอเงยหน้ามองสบตาเขา ลังเลที่จะตอบ

เอ่อ...คือเรื่องนั้น…”

แสดงว่าเจ้าก็ชอบ” เขากล่าวสรุป“ในเมื่อเจ้าชอบ ข้าก็จะสนองให้เอาบุญ มาเป็นนางบำเรอข้าสิ นอกจากเจ้าจะได้ตัวข้า เจ้ายังได้เงินของข้าอีก แบบนี้ดีไหมล่ะ ได้ทั้งคนได้ทั้งเงิน

หา…”พูดเองเออเองแบบนี้ ทำเอาหญิงสาวผู้ไม่ช่ำชองเรื่องผู้ชายอย่างน้ำฤทัยพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ

ท่านคะ...ฉะ...ฉันไม่…”

เงินก็อยากได้ แต่เรื่องการเป็นนางบำเรออย่างออกนอกหน้านอกตาคงไม่ดีแน่ ถ้าคนอื่นๆ รู้ว่าเธอเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินไม่ใช่แค่ตัวเธอเท่านั้นที่ถูกประณาม คนในครอบครัว รวมถึงคนใกล้ชิดก็อาจพลอยเดือดร้อนไปด้วย

“ฉันไม่มีศักดิ์ศรีเหลืออยู่แล้วก็จริง แต่ฉันก็ไม่อยากให้ใครรับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับฉันอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะคนในครอบครัว ฉันกลัวว่าพวกเขาจะรับเรื่องนี้ไม่ได้”

เอาเถอะข้าเข้าใจเรื่องนั้นดี ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันให้มากความหรอก ข้าจะเก็บไว้เป็นความลับ จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นอกจากเราสองคนและเหล่าบริวารของข้า

ฟีนิกซ์พูดให้ความมั่นใจกับอีกฝ่ายเหมือนเป็นการสัญญาแบบปากเปล่าพลางเดินไปหยิบเอาหนังสือสัญญามาให้เธออ่าน หญิงสาวเปิดอ่านดูคร่าวๆ ซึ่งไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก นอกจากเป็นสัญญาข้อตกลงการเป็นนางบำเรอให้เขาเพียงสามเดือน

เอ่อ...แล้วสัญญามีแค่นี้หรือคะ เธอถาม

ยังมีอีกข้อ ฟีนิกซ์กล่าว

อะไรคะ

สัญญานี้มีระยะเวลาแค่สามเดือน และภายในสามเดือนนี้ เจ้าต้องมอบรักแท้ให้ข้าสุดจิตวิญญาณ

หา...หมายถึงฉันต้องรักท่านด้วยหรือคะ จะเป็นไปได้เช่นไรกัน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจนั้น ยิ่งทำให้ฟีนิกซ์ร้อนรุ่มใจมากกว่าอีกฝ่าย

ถ้าตกลง ข้าจะจ่ายเจ้าครึ่งหนึ่งก่อน”

ที่เขาไม่ได้เขียนระบุลงในสัญญาก็คงเพราะสาเหตุนี้กระมัง หญิงสาวคิด ถ้ารักแท้เกิดขึ้นกับทุกคนได้ง่ายๆ ก็คงมีขายเต็มเกลื่อนกลาดท้องตลาดไปหมด

“ข้ารู้ว่าเจ้าลำบากใจ ข้าถึงไม่ได้ระบุในสัญญา แต่ข้าก็ให้เวลาเจ้าเก้าสิบวัน ถ้าทำไม่สำเร็จ เจ้าก็แค่รับเงินไปครึ่งหนึ่งตามที่เจ้าเรียกร้อง แต่ถ้าสมมุติว่า เจ้าทำสำเร็จ อีกครึ่งข้าจะจ่ายให้วันสิ้นสุดสัญญาพร้อมโบนัสพิเศษ

เขาสังเกตเห็นหล่อนเริ่มมีท่าทีลังเล จึงกล่าวต่อว่า

เจ้าไม่ต้องคิดมากไปหรอก สามเดือนยังมีเวลาอีกเยอะ

สำหรับน้ำฤทัยอาจจะใช่ แต่สำหรับฟีนิกซ์ภายในสามเดือนนี้ถ้าหากหารักแท้ยังไม่พบก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจิตวิญญาณของเขากันแน่

ตามปกติแล้วเมื่อฟีนิกซ์อายุขัยครบ 500 ปี ฟีนิกซ์จะแผดเผาตัวเองจนเป็นเถ้าถ่าน และฟื้นคืนชีพใหม่เป็นวิหคหนุ่มรูปงามในวันรุ่งขึ้น เป็นเช่นนั้นเรื่อยมาครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะได้รับพระพรวิเศษจากองค์สุริยเทพให้มีชีวิตเป็นอมตะ แต่เพราะวิบากกรรมหนักจึงทำให้ตกลงมาบนโลกมนุษย์ แถมยังไม่ทราบชะตากรรมแน่ชัด เขาอาจไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อีกถ้ายังติดอยู่บนโลกมนุษย์

ตลอดเวลาที่อยู่บนโลกมนุษย์ฟีนิกซ์จึงพยายามดิ้นรนค้นหาวิธีเพื่อกลับไปยังแดนนิรันดร์ แต่กลับไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง แม้จะดื่มด่ำจิตวิญญาณมนุษย์มามากมายนับไม่ถ้วน แต่ไม่มีใครทำให้เขาสมหวัง แถมพละกำลังยังถดถอย และจมดิ่งสู่อบายมุข ด้วยดวงจิตที่เขาสัมผัสส่วนใหญ่ล้วนไม่บริสุทธิ์

และบัดนี้อายุขัยของเขาใกล้จะครบห้าร้อยปีอีกวาระในอีกเก้าสิบวันข้างหน้า นั่นหมายถึง ฟีนิกซ์จะต้องเร่งค้นหาจิตวิญญาณบริสุทธิ์อันเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงมนุษย์ที่มีรักแท้ต่อเขามาทำการสังเวยเผาไหม้จิตวิญญาณที่เริ่มสิ้นสลาย เพื่อเพิ่มพลังในการฟื้นคืนชีพใหม่ ถ้าหากโชคเข้าข้างเขาตามตรรกะที่คิดเกี่ยวกับน้ำฤทัยถูกต้อง แดนนิรันดร์สำหรับเขาก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

เจ้าเป็นคนฉลาด ข้ารู้ เจ้าไม่อยากพลาดโอกาสทองแบบนี้หรอก ฟีนิกซ์พูดอีก เขาคาดหวังกับหญิงสาวเต็มเปี่ยมว่าเธอจะยอมรับข้อเสนอ

น้ำฤทัยคิด โอกาสทองแบบนี้แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยในชีวิตเธอแม้สัญญานั้นจะฟังดูแปลกประหลาด แต่เพื่อเงินมหาศาลสำหรับนำไปใช้ปลดหนี้ให้พ่อแล้ว เธอคิดว่ามันคุ้มค่าน่าลองเสี่ยง

ก็ได้ค่ะ ฉันตกลง

ท้ายที่สุดฟีนิกซ์ก็ได้รับคำตอบที่รอคอย

ถ้าเจ้าคิดดีแล้ว งั้นก็จงเซ็นซะ

เขาแทบไม่อยากสูญเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว

หนังสือสัญญาถูกทำขึ้นสองฉบับด้วยกัน หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ ฟีนิกซ์และน้ำฤทัยได้เก็บไว้คนละฉบับ

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปภายในเก้าสิบวันเจ้าก็คือคนของข้า ฟีนิกซ์ประกาศเสียงดัง เหมือนตอกย้ำให้อีกฝ่ายเข้าใจในหน้าที่ที่ต้องทำ

แล้วเรื่องเงินล่ะคะ ฉันจะได้รับตอนไหน

เธอทวงถามทันที เหมือนยังไม่มั่นใจว่า ที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง

เจ้าใจร้อนไม่เบา ในเมื่อเจ้ากล้ารับข้อเสนอ ข้าก็จะจ่ายให้ครึ่งหนึ่งตามสัญญาแต่อีกครึ่งและโบนัสข้าจะจ่ายเมื่อเจ้าทำได้ตามสัญญาภายในสามเดือน

ฟังดูเหมือนง่ายสำหรับผู้ออกกฎ แต่สำหรับน้ำฤทัยยังคิดไม่ออกว่าจะรักฟีนิกซ์ได้เช่นไรกันภายในสามเดือน

ก็ได้ค่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เธอคิด

แต่ฉันขอค่าเหนื่อยหนักๆ หน่อยนะคะงานนี้ 125 ล้านบาท ท่านจ่ายมาก่อนครึ่งหนึ่ง ฉันถึงจะยอมเชื่อ

เพราะเงินคำนั้น หญิงสาวทำได้ทุกอย่าง ส่วนเรื่องจะรักได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างน้อยตอนนี้ถ้าได้มา 125 ล้านบาทไปใช้หนี้ให้พ่อครึ่งหนึ่งก่อนก็ยังดี

เจ้านี่ช่างเป็นคนที่ทำให้ข้าประหลาดใจเล่นได้ตลอดเลยนะ เอาเถอะถ้าเจ้าปรารถนาเงินจนตัวสั่นมากถึงเพียงนี้ ข้าก็จะให้เจ้าได้สมหวัง

กล่าวจบ ฟีนิกซ์ก็ทำปากขมุบขมิบเหมือนร่ายมนต์คาถาอะไรบางอย่าง ชั่วอึดใจ มือถือของน้ำฤทัยก็มีข้อความเข้า ครั้นเช็คดู เห็นข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร หญิงสาวถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้นดีใจ

เป็นไปไม่ได้! ไม่ใช่ความฝันใช่ไหมคะ

เธอถามเขา เหมือนยังไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

ต้องการให้ข้าปลุกอีกหรือไม่ล่ะ

ฟีนิกซ์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางรั้งร่างเล็กเข้าหาอ้อมกอดอย่างถือสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของ

            เอาละเขาพูดเสียงขึงขังนับตั้งแต่วินาทีนี้ ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าเป็นของข้า พึงสังวรเอาไว้ให้มั่น ห้ามผิดคำสัญญาเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่

หญิงสาวได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองสบตาคมกริบที่แฝงแววดุดัน และโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากร้อนของฟีนิกซ์ก็บดขยี้หนักหน่วงลงบนริมฝีปากได้รูปของเธอเหมือนสูญสิ้นความอดทน

“เจ้าเป็นของข้า”

เขาพึมพำในลำคอพลางร่ายมนต์เสียงงึมงำ น้ำฤทัยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยกายในวินาทีต่อมา ฟีนิกซ์ก็เช่นกัน มันกลายเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเธอที่ต้องมารับรู้เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ แถมยังต้องกลายเป็นนางบำเรอของวิหคเพลิงที่เคยอ่านในเทพนิยายไปเสียอีก

“เอ่อ...ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ”

เมื่อคิดว่า ตัวเองกำลังจะสมสู่กับอมนุษย์ก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ทำไมล่ะ หรือเจ้ากำลังคิดจะเปลี่ยนใจ”

“คือว่า...มันกะทันหันไป ขอเวลาให้ฉันทำใจก่อนนะคะท่าน” เธอร้องขอความเห็นใจ

“ข้าไม่มีเวลามาเล่นเกมกับเจ้าหรอกนะ”

เวลาก็เหลือไม่มาก ต้องเร่งทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหารักแท้ มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่ออะไรก็ไม่ได้เป็นดังตั้งใจ

“ข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นมืออาชีพกว่านี้เสียอีก”

ดวงตาสีน้ำตาลค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มตามคลื่นอารมณ์ที่เปลี่ยนไป น้ำฤทัยได้แต่ยืนแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูกเมื่อฟีนิกซ์คว้าคอเธอหิ้วขึ้นจนตัวลอยเหนือพื้นเล็กน้อย

“อย่า มา เล่น เกม กับข้า”

เขาพูดเน้นแต่ละคำ พร้อมสูดหายใจลึกก่อนจะจับร่างเล็กโยนโครมลงบนโซฟา จากนั้นร่างใหญ่ก็โถมคร่อมทับบดเบียดร่างเล็กอย่างไม่ปรานีปราศรัย

“ฮ่า!...เจ้ามนุษย์”  ฟีนิกซ์ส่งเสียงคำราม ใช้ลิ้นสากหนาปาดเลียแก้มเนียนสวยราวกับโรคจิต ร่างเล็กสะท้านไปทั้งตัวเมื่อถูกมืออันทรงพลังบีบคลึงที่อกอวบ ก่อนจะเลื่อนต่ำจ้วงจาบมาที่เนินหญ้าอันรกร้าง

เวลานั้นหญิงสาวรู้สึกว่า ตัวเองก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือเขา ทำได้เพียงนอนนิ่งๆให้เขาเป็นฝ่ายกระทำตามใจปรารถนา สัมผัสนั้นนอกจากไม่มีความอ่อนโยน เขายังทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาของเล่นไร้ชีวิต และหญิงสาวก็รู้แจ้งในตอนนั้นกับคำว่า สัญญาทาส เธอก็แค่ ทาส ที่ถูกเขาซื้อมาเพื่อบำเรอกาม และเธอเองนั่นแหละที่เป็นคนเซ็นสัญญายอมรับเงื่อนไขด้วยตัวเองกับมือ จึงไม่มีสิทธิ์อะไรในร่างกายนี้อีกต่อไป

อา...ใยเจ้าเอาแต่นอนนิ่งแข็งทื่อไม่ตอบสนองเช่นนี้ นี่คิดจะผิดสัญญารึไง

ฟีนิกซ์คำรามถามในลำคอ รู้สึกขัดใจยิ่งนักที่เขาต้องเป็นฝ่ายเล้าโลมเธออยู่ฝ่ายเดียว

“ถ้าเจ้าเป็นเยี่ยงนี้ สู้ข้าซื้อตุ๊กตายางมาร่วมรักด้วยมิดีกว่ารึ”

ในเมื่อร่างนี้ถูกขายไปแล้ว ฉันก็คงไม่มีสิทธิ์ทำอะไรกับมัน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงไม่ต่างจากหุ่นยนต์ถูกตั้งโปรแกรม

ห๊ะ! ว่าไงนะ ฟีนิกซ์อึ้งเมื่อได้ยินเธอพูด

ถ้าฉันสั่งให้ร่างกายนี้ตอบสนองท่าน อาจเป็นการผิดสัญญาไม่ใช่หรือคะ ในเมื่อฉันไม่ใช่เจ้าของ

หญิงสาวผู้เหมือนหุ่นยนต์อธิบายเพิ่มเติมทำเอาฟีนิกซ์พูดไม่ออกอยู่สักพักหล่อนฉลาดเกินกว่าที่เขาคาดคิด

เจ้านี่ช่าง”เขาง้างมือขึ้น หญิงสาวหรี่ตา พร้อมกับกลั้นหายใจรอรับฝ่ามืออีกฝ่ายฟีนิกซ์หัวเราะหึๆ เมื่อเห็นความใจกล้าของหล่อน ก่อนจะตบฝ่ามือเบาๆ ที่แก้มเนียนใสสองสามที

“ยียวน แบบนี้ข้าชอบ

พูดจบ เจ้านายคนใหม่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังๆ ตบท้าย

เอาเถอะข้าจะรอดูว่าสามเดือนต่อจากนี้ มนุษย์เช่นเจ้าจะทำให้ข้าพึงพอใจได้มากแค่ไหนกัน

ฟีนิกซ์พูดเหมือนยอมอ่อนข้อให้ หล่อนเป็นมนุษย์ผู้หญิงคนแรกที่กล้าสบตาเขา แถมตอนนี้ยังกล้าตีฝีปากอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจของเขาเลยสักนิด

ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *