ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ไฟรัก ปรารถนานิรันดร์





บทที่ 3/1

จิตวิญญาณเร่าร้อนสองดวง

 

ดาวเคราะห์ที่เรียกว่าโลกดวงนี้มีเรื่องราวมากมายเล่าขานไม่จบสิ้น บางคนบอกว่ามันเป็นที่พักค้างแรมชั่วคราว เป็นทางผ่านของผู้มาเยือน หรือเป็นเหมือนขุมทรัพย์ของเหล่านักพจญภัยผู้ชื่นชอบค้นหาโอกาสทองและแรงบันดาลใจให้กับชีวิต บางคนชื่นชอบการท้าทายทดลองสัมผัสความแปลกใหม่ พอเดินทางนานเข้า สังขารโรยราราวใบไม้แห้งกรอบ โลกใบนี้ก็เป็นเพียงอดีต เป็นสุสานที่มอบทั้งความสุขและทุกข์ ความเศร้าและยินดี วิญญาณดวงแล้วดวงเล่าผ่านมาแล้วอำลาจาก แต่ดวงดาวแห่งนี้ก็ยังคงสงบนิ่ง เฝ้ามองดูสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเฉยชา เฉกเช่นจิตวิญญาณเทพแห่งไฟที่เริ่มแก่หง่อม ฟีนิกซ์ได้มองเห็นเรื่องราวต่างๆ มากมายผ่านสายตาที่เริ่มพร่าเลือน โลกใบนี้สำหรับเขาก็ไม่แตกต่างจากสนามรบ สิ่งที่หลอกหลอนเทพพเนจรอย่างเขามากที่สุดก็คือ มนุษย์



ร่างมนุษย์ที่เขาสิงสู่ครอบครองมานับไม่ถ้วนเพื่อสังเวยความเป็นอมตะเพียงชั่วข้ามคืน เขายินดีสลัดทิ้งอย่างไม่ใยดีเมื่อสังขารพวกเขาเริ่มโรยแรง

หลายร้อยปีที่เร่ร่อนในแดนโลกาจนเกือบลืมเลือนไปสิ้นแล้วว่ามาจากไหน สิ่งที่เสพคือกิเลสอันสิ้นหวังของมนุษย์ การสมสู่เหมือนการค้นหาดุ้นฟืนเพื่อมาสุมเพลิงแห่งไฟหวัง แต่มันก็ไม่เคยเติมเต็ม กลับพบว่าไฟหวังนับวันใกล้มอดดับลงทุกที จนกระทั่งได้มาพบกับเจ้าของร่างหอมนี้

โอ้วววว! เจ้าเป็นใครกันแน่

เสียงร้องของฟีนิกซ์แตกพร่า จู่ๆ กายเนื้อมนุษย์ก็สั่นสะท้านและร้อนผ่าว จิตวิญญาณอันอ่อนล้าที่ล่องลอยกระจัดกระจายค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อกลายเป็นรูปทรงอดีตที่เกือบลืมเลือน

รีนา...ยอดรักของข้า”

เริงรักอยู่กับอีกคน แต่ราวกับว่าเขาได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตหลายร้อยปีก่อน

 “ข้าสัญญาหลังจากคืนชีพ ข้าจะรีบกลับมาพบเจ้าทันที

คำมั่นสัญญาสุดท้ายและภาพอันเลือนรางของเจ้าหญิงมารีนา พระธิดาองค์ที่เจ็ดขององค์สุริยเทพผู้เป็นพระคู่หมั้นของฟีนิกซ์ผุดพรายเด่นชัดขึ้น มันชัดเจนเสมือนจริงจนน่าตกใจ

รีนาของข้า...อา...!”

ฟีนิกซ์ร้องพึมพำในลำคอ ขณะพรมจูบและสูดดมกลิ่นกายหญิงสาวชาวโลกอย่างคลั่งไคล้ กลิ่นนั้นนำเขาล่องลอยไปสู่อดีตราวระลอกคลื่นกระทบฝั่ง

 

 “ยอดรักของข้า ทำเช่นไรข้าจะได้เจ้ามาครอบครองเป็นของข้า”

ในแดนสรวง ความรักระหว่างฟีนิกซ์กับเจ้าหญิงมารีนาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนเทพชั้นสูงองค์อื่นๆ แต่เต็มไปด้วยขวากหนามที่ต้องฝ่าพัน เนื่องจากเจ้าหญิงมารีนาเป็นถึงพระธิดาองค์ที่เจ็ด และเป็นองค์สุดท้ายที่องค์สุริยเทพทรงหวงแหนดังแก้วตาดวงใจ ส่วนฟีนิกซ์เป็นเทพแห่งไฟ และเป็นเจ้าชายจากแดนนิรันดร์

 ฟีนิกซ์ไม่เพียงมีรูปโฉมงดงาม เสียงร้องขับขานของเขายังไพเราะ เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และเวทมนตร์ชวนหลงใหล ไม่ใช่แค่องค์สุริยเทพเท่านั้นที่โปรดปรานเขา แต่ยังเป็นที่หมายปองของเหล่าเทพบุตรและเทพธิดาหลายองค์ซึ่งปรารถนาอยากครอบครองเป็นเจ้าของฟีนิกซ์ เพราะคิดว่าเสียงของเขาคือการรักษาเยียวยาเพิ่มพลังอิทธิฤทธิ์

 เมื่อเหล่าเทพต่างทราบว่า ฟีนิกซ์เป็นที่ทรงโปรดขององค์สุริยเทพ อีกทั้งพระธิดาองค์เล็กก็ทรงมีพระทัยรักใคร่ต่อเขาด้วยเช่นกัน เทพหลายองค์จึงต่างรู้สึกอิจฉาริษยา และคัดค้านเรื่องที่ฟีนิกซ์กับเจ้าหญิงมารีนาจะอภิเษกสมรสกัน แต่กระนั้นเจ้าหญิงมารีนาก็ยังคงมีความรักมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงต่อฟีนิกซ์ เฉกเช่นเดียวกับองค์สุริยเทพที่ทรงความยุติธรรมมิได้ทรงคัดค้านในความรักของทั้งสอง จึงทรงอนุญาตให้ทั้งคู่จัดพิธีหมั้นหมายกันไว้ก่อน

ในฐานะที่เจ้าเป็นเจ้าชายแห่งแดนนิรันดร์บุตรชายคนเดียวของกษัตริย์ราฟาเอลกับพระราชินีแมรี่ ผู้เยียวยารักษาจิตวิญญาณด้วยเสียงเพลง ข้าหาได้รังเกียจไม่ที่เจ้าจะชอบพอรักใคร่กับธิดาองค์เล็กของเรา ข้าขอประกาศว่า วันที่เจ้าฟื้นคืนชีพอีกครั้งในวันเพ็ญเต็มดวงเดือนหน้า ข้าจะจัดพิธีอภิเษกสมรสให้เจ้ากับมารีนาเอง หากเจ้าไม่โผล่มาวันนั้นให้ถือว่า การหมั้นหมายครั้งนี้ถือเป็นโมฆะ

แต่แล้วฟีนิกซ์ก็มิอาจฝ่าฟันกับวิบากกรรมกลับไปเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงมารีนาได้สำเร็จ เพราะต้องเผชิญกับพายุอุกกาบาตครั้งร้ายแรงในทุกรอบหนึ่งหมื่นปี

ตอนแรกคิดว่า เขาคงเอาชีวิตไม่รอดเสียแล้ว เพราะพลังที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมายังไม่แข็งแกร่งพอ ทำให้พลาดพลั้งโดนลูกอุกกาบาตกระแทกร่างจนยับเยิน และปีกทั้งสองข้างก็ฉีกขาดไม่อาจโผบินต่อ จนร่วงลงมายังทะเลสาบบนพื้นโลก จากนั้นได้ทำการเยียวยารักษาตัวเองอยู่ในถ้ำอมฤตนานหลายปี ร่างกายจึงฟื้นคืนเป็นปกติ แต่กลับไม่อาจใช้เวทมนตร์และโผบินกลับสู่ดวงดาวของตนได้อีก เพราะวิบากกรรมหนักสกัดกั้นพลังเวทมนตร์ไว้แค่อาณาเขตโลก แม้จะเคยทดลองฝืนโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอยู่หลายครั้ง ทว่าก็ไปได้แค่ชั้นเอกโซสเฟียร์ห่างจากพื้นผิวโลกประมาณ 600 กม. เท่านั้น

ต่อมาฟีนิกซ์ได้เรียนรู้ว่า ต้องอาศัยพลังจิตที่แข็งแกร่งเหนือโลกเพียงอย่างเดียวจึงจะสามารถส่งเขากลับไปสู่แดนนิรันดร์ได้อย่างปลอดภัย

เพลานี้แสงแห่งหวังบรรเจิดขึ้นแล้วตรงหน้า หญิงสาวชาวโลกผู้มีกลิ่นกายหอมที่ไม่เหมือนใคร พอได้ดื่มด่ำจิตวิญญาณหอมหวานจากหล่อน ฟีนิกซ์ก็กลับมากระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างแปลกประหลาด จิตวิญญาณที่เคยอิดโรยได้ฟื้นฟูสมรรถภาพกลับมาใหม่ แม้จะไม่เต็มร้อย แต่ก็รู้สึกถึงมัน เหมือนใบไม้ที่แห้งกรอบได้สัมผัสหยดน้ำค้างอีกครั้ง ความหวังที่จะนำพาเขากลับสู่แดนนิรันดร์เหมือนอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

นี่มันเรื่องอะไรกัน!”


ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *