ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ไฟรัก ปรารถนานิรันดร์


เกือบ 500 ปีบนโลกมนุษย์ที่ฟีนิกซ์ ค้นหารักแท้เพื่อมาช่วยเติมพลังจิตกลับสู่แดนนิรันดร์ แต่เมื่อ น้ำฤทัยหญิงสาวที่มีกลิ่นกายหอมผู้เป็นเหมือนความหวังใหม่และความหวังสุดท้ายปรากฏตัวขึ้น เธอกลับเป็นหญิงหน้าเงิน แล้วฟีนิกซ์จะทำเช่นไรเพื่อให้เธอยอมมอบรักแท้ให้เขาสุดจิตวิญญาณภายใน 90 วัน ติดตามลุ้นกันได้ใน ไฟรัก ปรารถนานิรันดร์”



บทที่ 1/1

ฉันตายในวัยเบญจเพส

 

บางครั้งฉันก็คิดว่าตัวเองมีอีกคนอยู่ในร่าง เราสื่อถึงกันบ่อยๆ ในความฝัน และเธอมักเรียกตัวเองอีกชื่อที่ฉันไม่รู้จัก ในยามต้องเผชิญกับความทุกข์เหมือนเวลานี้ เธอจะปลอบฉันในฝันนั้น...ฉันจะไม่เป็นไร และอีกไม่นานเราจะได้พบกัน ความหมายของเธอคือ ฉันต้องตาย...

ฉันชื่อน้ำฤทัย คณารักษ์ ถือกำเนิดที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 5 มีนาคม ปี พ.. 2538 เป็นลูกคนเดียวของแม่วิภากับพ่อวัลลภ เมื่อปี พ.. 2553 แม่ฉันจากไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลว พ่อตรอมใจอยู่หลายปีหลังจากนั้น บริษัทส่งออกที่ท่านสร้างมากับมือกว่าสิบปีเริ่มประสบปัญหาและขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

ฉันเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังเมื่อสามปีที่แล้ว ด้วยความรักทางด้านการขีดเขียนจึงเข้าทำงานเป็นนักเขียนที่นิตยสารแห่งหนึ่งประมาณหนึ่งปี ก่อนจะลาออกมาเป็นนักข่าวภาคสนามให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง A โดยได้รับความช่วยเหลือจากน้านพพลซึ่งเป็นน้องชายคนเดียวของพ่อ

ระหว่างทำงานเป็นนักข่าวภาคสนามหนึ่งปี ทุกคนในแผนกตั้งฉายาให้ฉันว่า ไฮยีนา เพราะฉันต้องใช้ชีวิตดิ้นรนหาเงินตลอดเวลา นอกเหนือจากการเป็นนักข่าวภาคสนาม ยังรับจ๊อบเป็นปาปารัสซีแอบตามถ่ายภาพฉาวโฉ่ เน่าเฟะของคนดังที่ติดกระแส ก็แน่ละ ฉันต้องทำมันทุกรูปแบบเพื่อความอยู่รอด

ปลายปี พ.. 2560 เมื่อไม่อาจยื้อรักษาบริษัทเอาไว้ได้ พ่อจึงตัดสินใจเทขายหุ้น ขายบ้านและทรัพย์สินทั้งหมดที่เราเคยมี เพื่อนำเงินไปใช้หนี้เกือบ 500 ล้านบาท แต่กระนั้นก็ยังไม่พอจ่าย เหลืออยู่ 250 ล้าน แล้วพวกเราก็มาเช่าบ้านหลังเล็กๆ เท่ารูหนูอยู่ย่านรังสิต ไม่นานหลังจากนั้นพ่อของฉันในวัย 56 ปีได้ล้มป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกอย่างปัจจุบันทันด่วน ภาระหนี้สิน รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลของพ่อจึงตกเป็นหน้าที่ฉัน

ภาระหนักอึ้งเหมือนโซ่ตรวนฉุดกระชากลากฉันไหลไปตามกระแสธารชีวิตอันเชี่ยวกราก สองมือไขว่คว้าหาฟางแห่งหวังที่เกือบจะว่างเปล่า ระหว่างดิ่งสู่ก้นเหวลึกฉันไม่มีอะไรจะต้องอาย ในวันเกิดครบรอบ 25 ปีเดินทางมาถึง แสงเทียนริบหรี่ในวันเกิดนำทางฉันไปสู่บาร์เกิร์ล สถานเริงรมย์สุดหรูย่านกลางกรุง ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยเหล่าผีเสื้อกลางคืนหลากสี พวกเขาพกเงินมาเป็นฟ่อนๆ เพื่อละลายเล่นราวกับเห็นมันเป็นเพียงกระดาษไร้ค่า และฉันวาดหวังจะได้รับเค้กวันเกิดก้อนใหญ่จากที่นั่น...

มาวันแรกสินะ

ผู้หญิงวัยสามสิบตอนต้นที่นั่งข้างๆ เอ่ยถาม เธออยู่ในชุดซีทรูบางเบาสีดำมองดูยั่วยวนและลึกลับ แววตาดำขลับเยือกเย็นเก็บซ่อนความรู้สึกได้เก่ง แม้แต่ใบหน้ายังเฉยชา ราวกับว่าไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่ควบคุมไม่ได้

“ใช่ค่ะ”

ฉันตอบสั้นๆ สายตาทอดมองผ่านผนังกระจกออกไปด้านนอก เวลานั้นภายในบาร์เต็มไปด้วยเหล่าผีเสื้อราตรีหลั่งไหลเข้ามาเลือกชมสินค้ามนุษย์กันอย่างคับคั่ง เสียงเพลงแว่วดังมาจากทั่วสารทิศกำซาบสะท้านบาดแก้วหูภายใต้ห้องทึบทึมขมุกขมัวด้วยแสงไฟริบหรี่เหมือนสีแครอท ซึ่งเต็มไปด้วยควันบุหรี่และกลิ่นเหล้าหลากยี่ห้อเหม็นหืน

ในบรรดาผู้ชายที่เดินเข้ามาภายในบาร์ บางคนเป็นขาประจำที่กลับมาเพราะเสียงลึกลับเพรียกหา วิญญาณอันหิวโหยในรสตัณหาปฏิบัติตามเสียงบัญชาของจอมปีศาจโดยปราศจากความกระดากอาย ใบหน้าพวกเขาเบิกบานเหมือนพระยิ้มไม่แสดงออกว่าทุกข์ร้อน ท่าทางโอ้อวด ชี้นิ้วที่เต็มไปด้วยอำนาจออกคำสั่ง พนักงานในร้านวิ่งวุ่นชุลมุนต้อนรับเหมือนเห็นพวกนั้นเป็นพระเจ้า

 ส่วนผู้ชายบางคนเพิ่งมาใหม่ พวกเขาเหมือนหนุ่มน้อยวัยละอ่อนเดินทางมาจากหมู่บ้านชานเมืองและเพิ่งเห็นแสงสีสวยแปลกตาเป็นครั้งแรก ยืนจดๆ จ้องๆ อยู่นาน กว่าจะตัดสินใจเลือกได้ก็ทำเอาเหงื่อแตกพลั่ก หมดบุหรี่ไปหลายมวน พอเห็นพนักงานบริกรก็ชวนพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ให้ทิปราวกับพ่อพระเพียงเพื่อปัดเป่าความกระดากอายที่หลงเหลือมาจากบ้าน

ผ่านไปสักพักเมื่อคุ้นชินกับบรรยากาศ สถานที่ รวมถึงได้ทำความรู้จักเพื่อนๆ ร่วมทางมากขึ้น จิตใจพวกเขาจะค่อยๆ ฮึกเหิมบ้าบิ่น กล้าได้กล้าเสีย มองเห็นขาวเป็นดำ ความคิดจะเปลี่ยนสุดโต่งไร้เหตุผลด้วยกฎแห่งธรรมชาติอันเนื่องมาจากตัณหาแตกซ่าน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุม หรือเรียกอีกอย่างว่า ภาวะลุ่มหลง และบรรดาสาวงามในตู้กระจกที่พวกเขาเคยมองว่าเป็นเหมือนนางฟ้าจะค่อยๆ กลายเป็นเหมือนสินค้าทั่วไปที่ถูกนำมาวางขายตามท้องตลาดเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค เป็นสินค้ารูปแบบหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายมนุษย์เพศหญิง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ในราคาแสนถูก แต่ก็มีน้อยคนนักที่มองเห็นแตกต่างออกไป เมื่อจิตวิญญาณของพวกเขาง่วงงุนก้ำกึ่งอยู่ระหว่างความเห็นอกเห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ และความปรารถนาอยากทดลอง

ผนังกระจกที่กั้นอยู่ระหว่างดอกไม้คาวกับผู้มาจับจ่ายเลือกซื้อ ฉันมองเห็นเงาวูบไหวของผู้หญิงที่คล้ายตัวเอง โฉมหน้าที่แท้จริงของเธอถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ  ริมฝีปากบางรูปกระจับที่เคยซีดจางเติมแต้มจนเข้มด้วยลิปสติกสีแดงสดภายใต้วิกผมแฟนซีสีบลอนด์สั้นดัดลอนสไตล์มาริลิน มอนโร เธอสวมชุดซีทรูสีแดงวาบหวิวแนบเนื้อที่ทางร้านจัดหามาให้ใส่ ผ่าด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างเผยให้เห็นทุกสัดส่วน แม้แต่ชุดชั้นในจีสตริงสีแดงเซ็กซี่ตัวจิ๋วซีทรูลายปักดอกไม้ด้านใน โชว์หน้าท้องแบนราบขาวเนียนมองดูเซ็กซี่ดึงดูดสายตาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ แต่กลับไม่มีใครเลือกเธอ

          “ดูเธอสิ” หญิงคนนั้นหันมาพูดกับฉันอีก

“เอาแต่นั่งทำหน้าเซ็งเป็ด และหลบสายตาพวกหนุ่มๆ แบบนี้แล้วใครจะเลือกเธอกันล่ะจ๊ะ ท่าทางไร้เดียงสาแบบนี้ ยังเวอร์จิ้นอยู่สินะ แล้วรู้จักที่นี่ได้ยังไง”

ท่าทางเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิดนั้น ทำให้ฉันนึกทึ่ง อดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อก่อนหล่อนเคยเป็นคนแบบไหนนะ อาจเคยผ่านเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าฉัน หรืออาจเป็นแค่ผู้หญิงที่ต้องการความสบาย แต่ทั้งหมดนั้นมันก็แค่ข้ออ้าง เพราะสุดท้ายเมื่อเลือกเดินมาจบชีวิตลงที่บาร์เกิร์ล ทุกคนก็เป็นนางบำเรอเหมือนกัน ฉันเองก็ไม่แตกต่าง...

ค่ะ เพื่อนแนะนำมา แล้วพี่ล่ะคะ

ที่จริงเพื่อนที่ว่าก็เป็นผู้หญิงทำงานขายบริการที่ฉันเคยไปสัมภาษณ์ในฐานะนักข่าวภาคสนามนั่นเอง หล่อนแนะนำมาว่า บาร์เกิร์ลแห่งนี้จ่ายหนักกว่าที่อื่น ทำงานแบบไซด์ไลน์ได้ไม่มีการบีบบังคับ

ทำมาได้สักพักหนึ่งแล้วละ

หล่อนตอบเสียงเรียบ

อย่างนั้นเหรอคะ

ตอนนั้นฉันเริ่มสับสน ในใจนึกขัดแย้งว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อมหรือเปล่า ราวกับว่ากำลังแอบขายจิตวิญญาณให้ซาตานเพื่อแลกเงินด่วนอย่างไรอย่างนั้น

ร้อนเงินสินะ ผู้หญิงคนนั้นถามอีก

คะ เหมือนหล่อนรู้ คงรู้จากประสบการณ์ของผู้หญิงหลายคนที่เข้ามาในวงการนี้กระมัง ฉันคิด

สนใจอยากเจอเจ้านายพี่ไหม เขาเปย์หนัก รายนั้นถ้าเป็นสาวบริสุทธิ์ยิ่งจ่ายไม่อั้น

เจ้านายพี่หรือคะ

ใช่ ก็เจ้าของบาร์เกิร์ลที่นี่แหละ เธอเป็นขาจรเพิ่งมาวันแรกยังไม่ได้เจอกับท่านฟีนิกซ์ ซัน เลยสินะ พอดีวันนี้ท่านเข้าช้าน่ะ

ฟีนิกซ์ ซันเจ้าของเป็นฝรั่งเหรอคะ

ฉันนึกสงสัย

เปล่าหรอกนั่นเป็นแค่นามแฝงในวงการ รูปลักษณ์ท่านเป็นคนไทยแท้อย่างเรานี่แหละ ใครๆ ก็รู้จักท่าน น่าแปลกที่เธอไม่เคยได้ยิน อ้อ! คงเป็นเพราะเธอเพิ่งเข้ามาในวงการนักล่าสินะ

คำพูดแปลกๆ นั้นทำให้ฉันงง แต่ก็พยายามตีความตาม คิดว่าเธอคงหมายถึงวงการนี้เต็มไปด้วยพวกเสือ สิงห์ กระทิง แรดกระมัง

แล้วที่ว่าจ่ายหนัก มันเท่าไหร่กันล่ะคะพี่

หัวฉันกลับมาโพกัสที่เงิน บนโลกนี้เงินบันดาลชีวิตเราได้หลายแบบ สำหรับฉันเมื่อก่อนเงินไม่ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตมากนัก และไม่ต้องดิ้นรนทำงานหนักเหมือนตอนนี้ จนกระทั่งพ่อล้มป่วย ฉันต้องแบกรับภาระหนี้สินทั้งหมดแทนท่าน รวมทั้งค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ถ้าถูกใจน้อยหน่อยก็หลักหมื่น ถูกใจปานกลางหลักแสนขึ้น แต่ถ้าทำให้ถูกใจมากถึงมากที่สุด อย่าว่าแต่หลักล้านเลย อยากได้อะไรก็เปย์ให้ไม่อั้น

คำว่า ถูกใจ ในความหมายของเจ้าหล่อนชวนให้ฉันจินตนาการไปถึงสินค้าเกรดเอ บี ซี ดี ผู้หญิงที่หลงเข้ามาอยู่ในวงการขายบริการทางเพศก็คงไม่ต่างกันนัก เป็นเหมือนสินค้าที่ถูกผู้มาซื้อบริการประเมินค่าราคาแตกต่างกันไปตามจริตความชอบของแต่ละคน

แบบนั้นหรือคะ แล้วจะมีวิธีไหนที่จะทำให้ท่านถูกใจมากถึงมากที่สุดได้ล่ะคะพี่ ช่วยแนะนำเคล็ดลับให้หน่อย จู่ๆ ใจฉันก็เต้นแรงเมื่อคิดถึงเงินมหาศาลนั้น ฉันคงถูกปีศาจเงินสิงจิตวิญญาณหมดแล้วกระมัง ตั้งแต่ครอบครัวเป็นหนี้ก็คิดอยู่ตลอดจะหาเงินด้วยวิธีไหนเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ให้หมดๆ ไป

เธอตกลงจะพบท่านใช่ไหม ถ้าตกลงพี่จะได้บอกผู้จัดการนำเธอออกจากห้องกระจก

ถ้าข้อเสนอที่ว่าน่าสนกว่า ทำไมต้องปฏิเสธด้วยคะ แต่พี่จะไม่ยอมบอกหนูเลยหรือคะว่าทำยังไงท่านถึงจะชอบมากถึงมากที่สุด

ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะดังคิกคัก ดวงตาเปลี่ยนเป็นวาววับ ชวนให้นึกประหวัดไปถึงอีกาดำที่คอยมาจ้องเมียงมองนอกหน้าต่างข้างบ้านเป็นประจำ ฉันคงบ้าไปแล้วที่คิดแบบนี้กับหล่อน

เรื่องแบบนั้นไม่มีผู้หญิงคนไหนรู้หรอกคุณน้องขา”

เธอบอก พลางยิ้มขัน “แม้แต่ตัวพี่เอง พี่ก็เป็นเพียงแค่ลูกน้องคอยจัดหาเหยื่อ เอ๊ย! คอยรับใช้ท่านเท่านั้นแหละ ถ้าอยากรู้ พอพบท่าน น้องก็ลองสอบถามท่านดูสิว่า ท่านชอบแบบไหนมากที่สุด


ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *