ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ไฟรัก ปรารถนานิรันดร์



นิยายรักแฟนตาซี โรมานซ์ 

    เกือบ 500 ปีบนโลกมนุษย์ที่ฟีนิกซ์ ค้นหารักแท้เพื่อมาช่วยเติมพลังจิตกลับสู่แดนนิรันดร์ แต่เมื่อ น้ำฤทัยหญิงสาวที่มีกลิ่นกายหอมผู้เป็นเหมือนความหวังใหม่และความหวังสุดท้ายปรากฏตัวขึ้น เธอกลับเป็นหญิงหน้าเงิน แล้วฟีนิกซ์จะทำเช่นไรเพื่อให้เธอยอมมอบรักแท้ให้เขาสุดจิตวิญญาณภายใน 90 วัน ติดตามลุ้นกันได้ใน ไฟรัก ปรารถนานิรันดร์”


บทที่ 2

หญิงสาวผู้มาพร้อมกับไฟหวัง

 

เพียงแค่สูดดมกลิ่นกายนาง ข้าก็มองเห็นไฟแห่งความหวัง เด็กสาวบริสุทธิ์อายุราวยี่สิบตอนต้นที่ต้องการเงินจนตัวสั่นเดินเข้ามาภายในห้องเพื่อเสนอขายร่างกายและจิตวิญญาณแลกกับเงินเพียงน้อยนิด

มานี่สิ ปรนเปรอข้า แล้วเจ้าจะได้ตามที่ต้องการ

ร่างเล็กค่อยๆ เดินเยื้องย่างมาที่เตียง นางบอบบางเหมือนมนุษย์ผู้หญิงทุกรายที่ข้าเคยรู้จัก ความสวยแม้จะไม่เป็นที่โดดเด่นสะดุดตาเหมือนกับหลายคนที่ผ่านมา แต่กลิ่นกายของนางช่างแปลกแตกต่างจากคนอื่นๆ และที่สำคัญข้าอ่านใจนางไม่ออก

นั่นเป็นปริศนาที่ข้าต้องค้นหา และหวังว่าเด็กสาวผู้นี้จะฉุดช่วยดวงวิญญาณข้ากลับสู่แดนนิรันดร์ที่จากมา



เอ่อท่านจะให้ฉันทำอะไรก่อนดีคะ

ท่าทางลังเลและประหม่าเหมือนมือสมัครเล่นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของสาวบริสุทธิ์

จินตนาการเอาสิ เมื่อเจ้าเห็นร่างข้า เจ้าอยากทำอะไรกับมัน

นางมองดูตื่นตระหนก แววตาเต้นระริกแบบเด็กสาวอ่อนเดียงสา แต่กลับแกล้งทำเป็นว่า นางกร้านโลก รู้วิธีจัดการผู้ชายได้อยู่หมัด

พอข้าเปลื้องเสื้อคลุมออกจากกายแกร่ง ร่างกำยำของมนุษย์ที่ข้าครอบครองเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นมองดูบึกบึน มีหรือที่ผู้หญิงทุกคนจะไม่ใจสั่น แม้แต่นางผู้นี้ก็ไม่แตกต่างกัน นางถึงกับนิ่งตะลึงอยู่สักพัก ก่อนจะยื่นมืออันสั่นเล็กน้อยเข้ามาลูบไล้ราวกับตื่นตาตื่นใจไปกับมัน

ทะ...ท่านดูแลรูปร่างได้ดีจริงๆ ค่ะ

นางกล่าวเสียงสั่น แก้มเริ่มแดงระเรื่อ ดวงตาซุกซนคู่นั้นมองดูมีเสน่ห์เหมือนเด็กสาวที่เพิ่งเคยเห็นสิ่งแปลกใหม่จากเรือนร่างบุรุษ

เจ้าชอบส่วนไหนในร่างกายนี้รึ

ข้าถาม ดวงตากลมโตราวกับตากวางของนางค่อยๆ ไล่สำรวจตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนกำลังค้นหาสิ่งสำคัญบางอย่าง ก่อนจะมาหยุดนิ่งมองสบตาข้า

ฉันชอบดวงตาท่าน

ข้าผงะ ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนพูดแบบนี้กับข้ามาก่อนเกือบ 500 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ตกลงมาบนโลกมนุษย์ ไม่เคยมีใครสามารถสบตาข้าได้นานเกินวินาที เพราะอดีตและความคิดแต่ละคนจะถูกข้าอ่านผ่านดวงตาของพวกเขา แต่นางผู้นี้กลับทำให้ข้าประหลาดใจ นอกจากคำพูด นางยังจ้องตาข้าไม่กะพริบ

ขอฉันลองแตะที่เปลือกตาท่านหน่อยได้ไหมคะ นางถาม ทำท่าจะโน้มกายเข้ามาใกล้ราวกับถูกมนต์สะกด ก็แน่ละ เพราะดวงตาข้าเป็นเหมือนขุมพลังวิเศษดึงดูดใจผู้คน ถ้าหากใครได้ครอบครองดวงตาข้า คนผู้นั้นก็จะกลายเป็นผู้มีพลังวิเศษไม่แตกต่างจากข้า แต่นางคงไม่รู้ถึงความลับข้อนี้กระมัง

บังอาจ! เจ้ามนุษย์เศษสวะ ห้ามแม้แต่คิดจะแตะต้องดวงตาของข้า ถอยไป!”

คะ ก็ไหนท่านบอกว่า ให้ฉันจินตนาการและทำตามใจชอบได้นี่คะ

เสียงเล็กแหลมแบบนั้น และท่าทางดื้อรั้นเหมือนเริ่มไม่เกรงกลัวข้า มันช่างก่อกวนใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่ข้าควบคุมไม่ได้ แต่นางผู้นี้ข้ากลับอ่านใจไม่ออก มันทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก

ฮึ่ม! เจ้า... เจ้านี่ช่างไม่เหมือนใคร เอาเถอะข้าจะให้โอกาสเจ้า แตะต้องได้ ยกเว้นดวงตาข้า

นางนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะขยับร่างเปลือยเปล่าเข้ามาชิดใกล้ แม้จะมองดูไม่ประสีประสา แต่สำหรับข้ามันกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่หาดูได้ยาก

“ดูดมัน...ให้ข้า”

“ดู ดูด ไอ้นี่หรือคะ” นางถามเสียงสั่น ก้มลงมองสบตากับแท่งเหล็กแห่งบุรุษเบื้องหน้าอย่างเคอะเขิน

“พระเจ้า!

ดวงตากลมโตเบิกกว้างเล็กน้อย พร้อมกับเป่าปากดังฟู่อย่างน่าขัน

“หรือเจ้ากลัวไอ้นี่”

ข้าถามยิ้มๆ นางสั่นหัวหงึกๆ เหมือนคนเส้นกระตุก ก่อนจะเป่าปากอีกรอบ

“ให้ฉันทำอย่างอื่นได้ไหมคะ” นางต่อรอง

“เจ้ามีทางเลือกด้วยรึ”

ข้าก็แค่อยากทดสอบไหวพริบนาง

“ทางเลือกมีค่ะ” นางว่า

“แล้วใยต้องเลือกทางด่วน”

หญิงสาวทุกคนที่ถูกถามก็มักจะตอบเหมือนกัน พวกหล่อนก็เพียงแค่รักความสบาย เพราะถูกกิเลสตัณหาครอบงำ หลงใหลแฟชั่น ข้าวของราคาแพงที่ต้องการเงินไปแลกมาเพื่อสนองความอยาก

 “เพราะทางเลือกธรรมดามันใช้เวลานานไป แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ยังไงฉันก็ต้องขึ้นทางด่วน”

นางนับเป็นคนอารมณ์ขัน ในสถานการณ์คับขันนางไม่เพียงควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี แต่ดูเหมือนได้เตรียมตัวพร้อมเพื่อมาเจรจาต่อรองกับพญามัจจุราชโดยเฉพาะ

“ข้าจะไม่ถามอะไรอีก มันเป็นสิทธิ์ของเจ้า ในเมื่อเจ้าเลือกแล้ว ห้ามเสียใจภายหลังก็แล้วกัน”

“ฉันไม่เคยเสียใจ” นางกล่าวหนักแน่น แววตาที่ดูตื่นตระหนกเมื่อสิบนาทีก่อนเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า

นางพร้อมแล้ว...

ร่างเล็กขยับเข้ามาเบียดชิด นิ้วนางเริ่มกรีดกรายลงบนตัวข้าแผ่วเบา ไล่ตั้งแต่ปลายเท้าระเรื่อยขึ้นมาตามจุดต่างๆ พร้อมแสดงท่ายั่วยวนอย่างพองาม

อา…!” นางส่งเสียงครางประสานลมหายใจของข้า ใช้ร่างแน่งน้อยออดอ้อนเสียดสีบนจุดยุทธศาสตร์ เสียงนางทำลายความเงียบซึ่งเงียบมานานเสียจนน่าเบื่อ เบียดเอาความเซ็งที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายในห้องสีหม่นกระเด็นหายไปทางหน้าต่าง แสงไฟขมุกขมัวภายในห้องพลันเปลี่ยนเป็นสว่างไสวในบัดดล เมื่อร่างเล็กหลอมรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับกายมนุษย์ที่ข้าครอบครอง

“ฮ้า!” ความเร่าร้อนนี้ราวจะเผาผลาญข้าให้มลายหายไปจากโลกมนุษย์ ข้าเคยรังเกียจดินแดนอันเน่าเฟะแห่งนี้ จิตวิญญาณหลงทางนับไม่ถ้วน ข้าเคยเสพ และข้าเคยเสนอทางเลือกให้พวกเขา แต่ไม่มีใครเลยที่ทำให้ข้าพึงพอใจ พวกเขาก็เหมือนเถ้าถ่านชั้นเลว หลอมวิญญาณข้าไม่เคยมอดสนิท แต่กลับทำให้จิตวิญญาณข้าแปดเปื้อนและตกต่ำจมธรณี

“ทำให้พอใจมากกว่านี้”

ข้ารู้ว่านางทำได้ดีกว่ามนุษย์พวกนั้น

“อา...คุณฟีนิกซ์...

นางแหงนหน้าขึ้น พร้อมกัดริมฝีปากแน่น ร่างเล็กแค่โยกขึ้นลงเบาๆ แต่ปะทุต่อมกามในกายข้าแทบระเบิด

“ฮ่า...อูววว...

กายนางราวกับมีกระแสไฟฟ้าล้านโวลต์สปาร์คร่างข้าแตกดังเปรี๊ยะอยู่ภายใน กลั่นกลายเป็นทะเลเพลิงแห่งปรารถนาถาโถม ไฟในกายที่มอดดับลุกโชติช่วงขึ้นในจิตวิญญาณอันหรี่ดับ

 โอ้ว! เจ้าเป็นเพียงมนุษย์ตัวจ้อยเศษสวะ ใยถึงทำให้จิตวิญญาณข้าเร่าร้อนได้ถึงเพียงนี้

ยิ่งดิ่งลึกลงในสัมผัสอันวาบหวาม กายนางก็ยิ่งส่งกลิ่นหอมอบอวลชวนพิศวง โอบกอดจิตวิญญาณหลงทางของข้าไว้แนบแน่น ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร จะนำพาจิตวิญญาณพเนจรข้ากลับสู่บ้าน หรือไปที่ใด แต่ทว่าข้าก็อยากลองเสี่ยง ติดตามนางไปจนสุดทาง

“ทางเลือกของเจ้า...ถูกใจข้านัก”

ข้าได้ยินตัวเองครางลึก ข้ารู้สึกได้ นางเองก็รู้สึกถึงมัน...พวกเราดิ่งลึกจมหายไปในไฟปรารถนาของกันและกัน

“มอบพรหมจรรย์ของเจ้าให้ข้า ทำให้ข้าพอใจ ถ้าส่งจิตวิญญาณข้ากลับบ้านได้ เจ้าอยากได้อะไรข้าจะดลบันดาลให้ทั้งหมด”

นางมองข้าเหมือนไม่เชื่อคำ ทำหน้าแปลกใจ แต่กลับไม่เอ่ยคำถามใด ท่าทางแบบนั้นต่างจากผู้หญิงทุกคนที่ข้าเคยพบ สงสัยแต่เก็บเอาไว้ในใจ นับว่านางฉลาด ทำเหมือนไม่ได้ยิน เพียงแค่มอบความสุขให้อีกฝ่ายพึงพอใจ เหมือนนางเริ่มเรียนรู้ว่า ข้าจะจ่ายหนักเมื่อไม่ต่อต้าน และยอมทำตามที่ข้าร้องขอ

ฉันจะทำให้ท่านได้สมหวัง


ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *