ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ถนนสายนั้นชื่อว่ารัก

 ถนนสายนั้นชื่อว่า รัก


บทที่ 1

 

        

ถนนสายนั้นแม้จะสั้นๆ เพียงแค่ไม่กี่เมตรแต่สำหรับรัถยามันกลับทอดยาวสุดจะประมาณวัดได้ด้วยความรู้สึก

ทุกครั้งที่ดอกไม้ผลิบาน ถนนสายนั้นจะอบอวลไปด้วยกลิ่นลีลาวดีและสัตตบรรณ กลิ่นอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักกับความเศร้าคละเคล้าเจือปน เมื่อเดินไปเรื่อยๆ จนสุดปลายทางที่ท้ายหมู่บ้าน ณ ที่แห่งนั้นคือบ้านของเขา ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นที่นั่น เรื่องราวระหว่างเธอกับเขา..

ชายผู้เปรียบเสมือนเส้นทางขนาน ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปนานแค่ไหนเธอก็ยังต้องการค้นหาทางไปบรรจบ ชายผู้ซึ่งจะอยู่ในใจเธอเสมอไปตราบชั่วนิจนิรันดร์

สามเดือนก่อนหน้านั้น

 

งานเลี้ยงสนุกดีนะครับ

เสียงใครบางคนเอ่ยถามขึ้นจากด้านหลัง ไม่บ่อยนักที่จะมีคนเข้ามาทักทายหล่อน โดยเฉพาะพวกผู้ชายในบริษัท พีไอที อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) แห่งนี้ อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะหล่อนขี้เหร่ หรือเพราะอะไรกันแน่หนุ่มๆ จึงไม่อยากสนทนาด้วย

คุณคือคุณรัถยา วงศ์วรรณดี เลขาท่านรองประธานสินะครับผู้ชายคนนั้นเอ่ยถามขึ้นอีก

รัถยาหันมองเขาด้วยนึกแปลกใจ เธอรู้ว่าเขาชื่อ ธาวิน นาคพงศ์พันธ์เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดไฟแรง อายุยังน้อยเพียงแค่ 28 ปี แถมยังเป็นหนุ่มโสด หน้าตาดี และอัธยาศัยดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ ในบริษัทหลายคน ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

ค่ะ ฉันชื่อ รัถยารัถยาที่แปลว่า ถนนน่ะค่ะหล่อนตอบเขา แต่สายตากลับหันไปสนใจบนเวที จ้องมองไปยังผู้ชายอีกคนที่กำลังกล่าวเปิดงานและสรุปยอดผลกำไรประจำปีของบริษัท

ภูวดล ไพศาลนฤบดินทร์เขาเป็นเจ้านายของหล่อน ท่าทางเขาเคร่งเครียดจริงจังตลอด แม้เวลาพูดบนเวทีในงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีของบริษัท ซึ่งควรพูดคุยแต่เรื่องสนุกสนานเฮฮา แต่ดูเหมือนคำว่า สนุกสนาน หรือผ่อนคลายนั้นจะไม่เคยปรากฏอยู่ในพจนานุกรมของเขา

ผู้ชายคนนั้นพนักงานทั้งบริษัทต่างตั้งฉายาให้เขาว่า ปีศาจบ้างาน หรือ คุณชายน้ำแข็ง

คุณคงชอบเดินทางมากสินะครับถึงได้ชื่อรัถยา

คำถามของธาวินดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือของเหล่าพนักงานเป็นระยะเมื่อได้รับทราบถึงผลกำไรของบริษัทที่ทุกคนต่างมีส่วนร่วมในความสำเร็จ

คะ ว่าไงนะคะ

แสดงว่าคุณไม่ได้ฟังผมเลย ผมถามว่า…”

คำถามของธาวินถูกเก็บคืนเข้าไปในริมฝีปาก เมื่อเห็นรองประธานหนุ่มก้าวลงจากเวที พร้อมกับกวักมือเรียกรัถยาผู้เป็นเลขาส่วนตัวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

โอฉันต้องไปก่อนแล้วค่ะ

หญิงสาวกล่าวรีบๆ โดยไม่หันมองธาวินด้วยซ้ำ หล่อนรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปหาเจ้านายหนุ่มผู้เอาแต่ทำหน้ายักษ์อยู่ด้านข้างเวที ธาวินมองตามไปด้วยท่าทางนึกเสียดาย

ผู้หญิงคนนั้นจีบยากหน่อยนะครับผู้จัดการ

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถือโอกาสเข้ามาพูดคุยด้วย ธาวินขมวดคิ้วมุ่นนึกสงสัย

ทำไมครับพี่การันต์ ดูๆ ไปเธอก็น่ารักดี

คุณไม่รู้รึสองคนนั่นทุกคนในบริษัทต่างก็เรียกพวกเขาว่า ปีศาจบ้างาน ทั้งเจ้านายกับเลขา

ปีศาจบ้างานอย่างนั้นหรือครับ น่าสนใจดี

สายตาของธาวินจ้องมองไปยังเลขาสาวเป็นประกาย เขาเห็นหล่อนบ่อยๆ ตลอดสามปีที่เขาเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ แต่ทุกครั้งหล่อนกลับไม่เคยอยู่ห่างจากภูวดลเลย คอยติดตามเขาตลอด ทำให้หนุ่มๆ ทุกคนในบริษัทไม่มีโอกาสเข้าไปพูดคุยด้วย แม้แต่ตัวเขาเอง

ทำงานยังไง สะเพร่าจริงๆ คุณรัถยา พิมพ์ผิดไปตั้งหลายคำ คุณไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ผมอุตส่าห์ไว้วางใจจึงไม่ได้อ่านตรวจทานดูก่อน ดูสิถ้าผมบ้าจี้อ่านตามคำสะกดที่คุณพิมพ์มาผิดจะขายหน้าพนักงานแค่ไหนเจ้านายหนุ่มวัยย่าง 30 ปีกล่าวตำหนิเลขาสาววัย 26 ปี ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาบีบรัถยาจนเหลือตัวเล็กลีบเท่ามด

ขอโทษค่ะท่านรอง ต่อไปดิฉันจะระวังให้มากขึ้นหญิงสาวกล่าวขอโทษขอโพย พร้อมยกมือไหว้เขาปลกๆ

เอาละๆ นี่เห็นว่าทำงานมาด้วยกันนาน ผมจะยกโทษให้ ต่อไปก็อย่าสะเพร่าอีกนะ ถ้าครั้งหน้าทำพลาดอีก ผมคงต้องมองหาเลขาคนใหม่มาแทนคุณ

เย็นชา น้ำเสียงนั้นบีบรัดหัวใจรัถยาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ทำงานให้เขามาหลายปี ตั้งแต่หล่อนเรียนจบปริญญาตรี แต่ไม่เคยมีสักนิดที่จะถนอมน้ำใจ เขาเป็นแบบนั้นมาตลอด ชอบประชดแดกดัน และไม่เคยกล่าวชมหล่อน แม้ว่าจะทำงานดีแค่ไหนก็ตาม

ผมจะกลับขึ้นไปทำงานต่อข้างบน ตามมาสิ

กล่าวจบภูวดลก็ก้าวเท้ายาวๆ ออกไปจากห้องจัดเลี้ยง โดยมีเลขาสาววิ่งตามหลังไปติดๆ

**********

มีผู้ชายมาจีบหรือเปล่าวันนี้

เจ้านายหล่อนเอ่ยถามเมื่อกลับมาถึงห้องทำงาน รัถยานึกประหลาดใจที่จู่ๆ เขาก็เอ่ยถามเรื่องส่วนตัวทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจ นอกจากเรื่องงาน

เอ้อปละ เปล่าค่ะ อย่างรัถจะมีผู้ชายที่ไหนมาจีบคะหญิงสาวตอบทันควัน โดยไม่มองหน้าเขา

ทำไมต้องเขินด้วย ดีออกถ้ามีคนมาจีบ ผมสนับสนุนเต็มที่

ภูวดลกล่าวเสียงเรียบ ขณะที่สายตายังจ้องที่แฟ้มเอกสาร มือสาละวนกับการเซ็นเอกสารไปเรื่อยๆ ราวกับว่าชีวิตของเขาไม่มีเรื่องอื่นใดน่าสนใจนอกจากเอกสารตรงหน้า

คนที่คุณคุยด้วยที่ห้องจัดเลี้ยงเขาก็ดูหน่วยก้านไม่เลว แถมยังเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ถ้าเขาขอคบด้วย คุณก็น่าจะลองพิจารณาดูบ้างก็ดีนะ เอาแต่ทำงานเดี๋ยวก็ขึ้นคานกันพอดี

คะกล่าวได้แค่นั้นรัถยาก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะพูดไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็นหล่อนคุยกับธาวิน คงไม่มีเรื่องอะไรที่รอดพ้นจากสายตาของเขาไปได้เลยกระมัง รัถยาคิด

ท่านรองคิดแบบนั้นจริงๆ หรือคะ

จู่ๆ รัถยาก็รู้สึกเหมือนกับมีใครบางคนยื่นมือเข้าไปบีบขยี้หัวใจหล่อนอย่างแรงจนเจ็บแปลบปลาบไปทั้งใจ

ฮื่อ คุณธาวินก็ดูเป็นคนดีใช้ได้ ใครต่อใครก็พูดชมเชยแม้แต่ท่านประธานใหญ่

เขาหมายถึง เจ้าสัวภูวนัย ไพศาลนฤบดินทร์ ผู้เป็นบิดา

ถ้าท่านรองเชียร์เสียขนาดนี้ ดิฉันจะลองเอากลับไปคิดดูค่ะหล่อนกล่าวออกไป ทั้งๆ ที่ใจเจ็บปร่า

ถ้าคืบหน้ายังไงอย่าลืมบอกผมด้วยนะ

รองประธานหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเช่นทุกครั้ง หล่อนไม่เคยอ่านความรู้สึกของเขาออกเลยสักครั้งเดียวว่าคิดอะไรอยู่ แม้แต่ตอนนี้

แน่นอนค่ะ ดิฉันจะบอกท่านรองเป็นคนแรก

ดีแล้วที่พูดออกไปแบบนั้น รัถยาคิด เพราะอย่างน้อยก็ทำให้หล่อนรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง

หญิงสาวจ้องมองนาฬิกาที่ผนัง เวลานั้นเกือบสามทุ่มครึ่ง แต่ดูเหมือนเจ้านายผู้เย็นชาจะยังคงทำงานอย่างใจเย็นต่อไปเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะวางมือจากปากกาง่ายๆ

กลับก่อนเลย หรือจะลงไปที่งานเลี้ยงต่อก็ได้นะ วันนี้ไม่ต้องรอกลับพร้อมผม

ภูวดลกล่าวโดยไม่เงยหน้าจ้องมองหล่อน รัถยานึกประหลาดใจว่าทำไมเขาถึงล่วงรู้ทุกอย่าง แม้แต่ความคิดของหล่อน

ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอลานะคะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่หญิงสาวกล่าว ก่อนจะหันหลังเดินออกจากประตูไป โดยมีสายตาของรองประธานหนุ่มจ้องมองผ่านกระจกตามออกไป จนหล่อนเดินหายลับไปในเงามืดตามทางเดิน

ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พร้อมกับทอดถอนหายใจขึ้นเบาๆ ดวงตาจับจ้องอยู่ที่เพดานราวกับกำลังครุ่นคิดหนัก จากนั้นก็หยิบขวดยาบางอย่างออกมาจากลิ้นชัก เปิดฝาแล้วเทใส่ฝ่ามือสองเม็ดก่อนจะเอาใส่ปากและกล้ำกลืนลงไปในลำคออย่างยากลำบาก

ความเงียบคืบคลานเข้ามาห่อคลุมหัวใจอันหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหินนั้น สรรพสิ่งรอบกายอันตรธานหายไป โลกใบเล็กอันเงียบเหงาของเขาย่องเดินกลับมาเอ่ยทักทายอีกวาระ


อ่านต่อ >>>>


ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *