ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เด็กซ่าส์ป๋าแซ่บ

 


บทที่ 1

คู่กัดต่างวัย

 

 

          ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม รถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร ผู้คนร้องตะโกนโหวกเหวกท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวเหนียวเหนอะหนะและควันพิษ บรรดาคนทำงานต่างถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทั้งที่ยังนอนไม่เต็มอิ่ม เข็มเวลาเร่งให้พวกเขาขยับเท้าก้าวเดินไปข้างหน้าราวกับหุ่นยนต์ไร้ชีวิต

ทุกวัน ทุกวัน และทุกวัน กลายเป็นกิจวัตรประจำวันทุกคนต้องเต้นระบำไปบนฟลอร์แห่งชีวิตที่ตัวเองขีดเขี่ย ราวกับว่าไม่มีเรื่องอื่นใดที่น่าอภิรมย์มากไปกว่านั้น

ในสายตาของหนุ่มใหญ่วัยย่าง 39 ปี อย่าง รพัทธ์ รพีพงศ์พันธ์ทุกคนต่างก็เหมือนนักเดินทางดั้นด้นออกไปค้นหาเศษส่วนชีวิตไม่ต่างจากบ้าหอบฟาง ฟางแต่ละเส้นล้วนแต่เป็นสิ่งไร้สาระ แต่มันกลับถักทอสานต่อชีวิตผู้คนให้ดำรงอยู่ เคยคิดขณะนั่งทอดอารมณ์ออกไปบนถนนระหว่างรถติด อาจมีบางคนที่คล้ายกับเขา พยายามค้นหาบางสิ่งที่แตกต่าง บางสิ่งที่เรียกว่า จิตวิญญาณแห่งรักเพื่อมาเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่า แต่สำหรับเขา “รักแท้” ที่ว่ามันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร



          “เฮ้อ!

เสียงถอนหายใจหนักๆ แว่วดังขึ้นภายในรถเก๋งคันหรูราคาแพงหูฉี่หลายสิบล้านบาท แต่ดูเหมือนใบหน้าผู้เป็นเจ้าของรถจะไม่สบอารมณ์กับบรรยากาศรอบข้างเสียเท่าไหร่ มีรถแพงแล้วไง มีเงินเยอะแล้วช่วยให้รถหายติดได้หรือเปล่า มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดแทบเป็นบ้า นึกอยากหลบหนีไปอาศัยอยู่บนดาวดวงอื่นให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าเป็นไปได้น่ะนะ

“เบื่อหรือครับนาย?

คนขับรถคู่ใจวัยสามสิบกว่ามองผ่านกระจกรถพอเห็นเจ้านายหนุ่มนั่งทำหน้าเครียดถอนหายใจเป็นระยะก็อดตั้งคำถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“มีเส้นทางอื่นอีกไหมที่จะเลี่ยงรถติดนายธง?

“เอ่อ ณ ปัจจุบันคิดว่ายังไม่มีนะครับนาย แต่อนาคตยังไม่แน่ ถ้ามีอัจฉริยะคิดค้นรถเหาะสัญจรไปมาบนอากาศได้”

นายธงชัยคนซื่อ ใจเย็น แถมอารมณ์ขันกล่าวกับผู้เป็นนายจ้างอย่างอารมณ์ดี แต่ผู้เป็นนายดูเหมือนยิ่งหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม

“รถเหาะบ้าบออะไรของแก ป่านนี้ยัยจันทร์คงรอแย่แล้ว งั้นเอาแบบนี้ นายขับรถกลับบ้านได้เลย ส่วนฉันจะไปรถไฟฟ้ามหานครนี่แหละ ตั้งแต่เปิดใช้บริการยังไม่เคยทดลองนั่งเลย วันนี้จะใช้บริการสักหน่อยดูซิว่าจะเร็วทันใจจริงหรือเปล่า”

กล่าวจบหนุ่มใหญ่ใจร้อนก็รีบผลุนผลันลงจากรถเก๋ง โดยไม่สนใจเสียงเรียกของนายธงชัยที่ร้องห้ามไว้

“เจ้านายใจร้อนแบบนี้ตลอด แล้วจะขึ้นเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้รถไฟฟ้า เงินย่อยติดตัวก็ไม่มีอีก แล้วจะทำยังไงล่ะนั่น”

นายธงชัยได้แต่มองโลกในด้านบวก คิดว่าเจ้านายเขาเป็นคนฉลาดคงเอาตัวรอดได้

“ยังไงครับ ทำไมไม่รับบัตรเครดิต นี่พวกคุณรู้หรือเปล่าว่าบัตรนี่ทั่วโลกมีได้แค่ไม่กี่คนนะ ทำไมถึงไม่รับช่วยบอกเหตุผลมาหน่อยซิ?

รพัทธ์ผู้ไม่เคยนั่งรถไฟฟ้า และไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเองมาก่อนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อถูกพนักงานขายตั๋วปฏิเสธบัตรเครดิต ส่วนพนักงานก็พากันทำหน้าพะอืดพะอม พยายามอธิบายแล้วอธิบายอีกว่าต้องใช้เงินสดเท่านั้นทว่ารพัทธ์ก็ไม่ยอมรับท่าเดียว จนผู้โดยสารที่เข้าคิวอยู่ด้านหลังพากันบ่นขึ้นเสียงดังระงม แต่กลับไม่มีใครกล้าบอกให้ชายหนุ่มหน้าดุถอยไป เดือดร้อนไปถึงเด็กสาวร่างเล็กผู้ซึ่งกำลังรีบเร่งเดินทางไปสนามบิน

“นี่ลุง ถ้าไม่มีเงินสดก็ไปกดเอาที่ตู้เอทีเอ็มมาซื้อเสียสิ จะมาขวางทางคนอื่นอยู่ทำไม”

รพัทธ์หันขวับไปทางเสียงนั้นด้วยนึกไม่พอใจ

“ใครเมื่อกี้ใครเรียกฉันว่าลุง?

ดวงตาดุเข้มของชายหนุ่มไล่กวาดจิกทุกคนที่ยืนเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียดประมาณสิบราย ทุกรายต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาเขาพัลวัน จนไปหยุดอยู่ที่แม่สาวน้อยท่าทางแก่นแก้ว ซอยผมสั้นคล้ายเด็กผู้ชายคนสุดท้าย หล่อนจ้องมองมายังเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน

“เธอใช่มั้ยยัยทอมที่ว่าฉันลุงเมื่อกี้?

รพัทธ์เดินออกจากแถวเข้าไปหาเด็กสาวซึ่งอยู่ท้ายสุดด้วยท่าทางไม่พอใจ

“ใช่แล้วไงลุง คนอื่นเขาจะรีบซื้อตั๋วรีบไป ทำไมลุงถึงยังดื้อแพ่งจะซื้อตั๋วด้วยบัตรเครดิตอยู่ได้”

“พาฝัน วันชัยบดินทร์” ที่อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทอมบอย เชิดหน้าเถียงอย่างไม่กลัวเกรงเขา รพัทธ์โมโหจนลมออกหู

“เธอจะรู้อะไรยัยทอม เด็กเมื่อวานซืนอย่างเธออายุเท่าไหร่ถึงมายืนเถียงผู้ใหญ่แบบนี้ รู้มั้ยฉันเป็นใคร แล้วบัตรนี่มีค่ากว่าคนอย่างเธอเสียอีก”

“โถๆๆๆ ลุงถ้ามันมีค่าขนาดนั้นก็กราบมันเสียเลยสิ เอามันไปบูชาอยู่ที่หิ้งพระโน่น จะเอามาเที่ยวประกาศให้คนอื่นรู้ทำไม จะบอกให้เอาบุญอย่างหนึ่งนะลุง คนแบบลุงมีเยอะ พวกบ้าอำนาจ คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา พอมาเหยียบดินกับคนธรรมดาระวังจะโดนทืบเข้าให้โดยไม่รู้สึกตัว”

พูดจบพาฝันก็เผ่นแน่บไปซื้อตั๋วอีกช่องที่เห็นว่างอยู่ พอได้ตั๋วเสร็จก็วิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้าที่วิ่งมาจอดพอดี ทิ้งให้รพัทธ์ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกรอดๆ มองตามอย่างอาฆาต เวลานั้นแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่มันร้องไม่ออกที่จู่ๆ ก็โดนเด็กเมื่อวานซืนด่า

กว่าที่รพัทธ์จะมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้สำเร็จก็เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น ต้องเดือดร้อนพนักงานขายตั๋วช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้เขาไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มมาซื้อตั๋ว ด้วยเห็นว่ากลัวน้องสาวจะรอนานจึงยอมทำตาม ถ้าไม่เช่นนั้นมีหรือที่เขาจะยอมง่ายๆ

“พี่คะอยู่ไหน?

พอถึงสนามบินชายหนุ่มเห็นข้อความน้องสาวก็ลนลานวิ่งไปยังจุดนัดพบผู้โดยสารขาเข้าทันที คิดว่าน้องสาวคงต่อว่าเขาเป็นแน่ที่ไปรับช้า แต่พอไปถึงกลับตาลปัตร เมื่อพบว่าน้องสาวกำลังยืนคุยอย่างอารมณ์ดีอยู่กับเพื่อน มองจากด้านหลังนึกว่าเป็นเด็กผู้ชายเพราะซอยผมสั้น การแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนนั้นมองดูคุ้นๆ ตาอย่างบอกไม่ถูก พอเขาร้องเรียกน้องสาว ทั้งสองสาวหันกลับมามองทางเขา รพัทธ์ถึงรู้ว่าเด็กสาวที่ยืนพูดคุยกับน้องสาวเป็นคนเดียวกับคนที่เขาเคยมีเรื่องด้วยก่อนหน้านั้น

“เธอ!

“อ้าว! ลุงนี่”

ทั้งสองร้องขึ้นเกือบพร้อมกัน รินจันทร์นึกประหลาดใจที่พี่ชายกับเพื่อนสาวรู้จักกัน

”พี่พัทธ์รู้จักพาฝันด้วยหรือคะ?

“เปล่า!” ทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกันอีก รินจันทร์ได้แต่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

“ยังไงคะ รู้จักหรือไม่รู้จักก็เห็นเมื่อครู่ทำท่าเหมือนยังกะรู้จักกันมาก่อน”

“ไม่รู้จัก ใครจะไปรู้จักกับทอมแบบนี้”

พี่ชายเค้นเสียงตอบ

“อ้าว! ลุงปากหรือนั่นน่ะ?

พาฝันจ้องมองรพัทธ์ที่มองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขายังนึกเจ็บใจไม่หายที่ถูกเด็กสาวด่า

“เอาละๆ พี่พัทธ์คะนี่พาฝัน พวกเราสนิทกันตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมต้น และนี่พี่ชายเราเองฝัน”

รินจันทร์กล่าวแนะนำเพื่อให้ทั้งสองยุติการทะเลาะกัน

“พี่ชายเธอเหรอคนนี้ นึกว่าเป็นคุณพ่อเธอเสียอีก” พาฝันกล่าว เหลือบมองรพัทธ์ที่กำลังแยกเขี้ยวใส่เหมือนยักษ์

“น้องไปคบกับคนแบบนี้ได้ยังไง ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”

“พอๆ แล้วค่ะทั้งสองคน จันทร์เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ อยากกลับบ้านไปพักแล้วค่ะ”

รินจันทร์หันไปบอกพี่ชายอายุห่างกัน17 ปี ด้วยท่าทางอ่อนเพลีย รพัทธ์จึงเงียบ กำลังจะยื่นมือไปช่วยถือกระเป๋าลากจากมือน้องสาว แต่โดนพาฝันแย่งไปต่อหน้าต่อตา

“ที่รักให้เราช่วยถือดีกว่า”

พาฝันกล่าวกับรินจันทร์เหมือนที่เคยพูดหยอกล้อกันเล่นสมัยเรียนมัธยม ทำให้รพัทธ์ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับสะอึกดัง

“เป็นอะไรคะพี่พัทธ์?

พี่ชายได้แต่โบกไม้โบกมือพัลวัน

“ปะ เปล่าสงสัยเพราะนั่งรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรกเลยสำลักควันน่ะ พวกเรากลับกันเถอะ พี่สั่งให้แม่บ้านทำกับข้าวหลายอย่างไว้รอต้อนรับเธอ น้องต้องชอบแน่ๆ เลย”รพัทธ์กล่าวกับน้องสาวอย่างเอาอกเอาใจ รินจันทร์เป็นน้องสาวคนเดียวของเขาแต่ต่างมารดา และรพัทธ์รักน้องสาวมาก เขาตามใจหล่อนมาตั้งแต่เด็ก เพราะไม่อยากทำให้น้องเสียใจ

มารดาของรพัทธ์เสียตั้งแต่เขาอายุ14 ปี ด้วยโรคหัวใจ อีกสองปีหลังจากนั้นบิดาจึงได้ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับแม่ของรินจันทร์และมีบุตรสาวด้วยกัน

ตอนรินจันทร์ขึ้นชั้นมัธยมปลายทั้งบิดาของเขาและมารดาของรินจันทร์ได้ตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่อเมริกา ก่อนเดินทางทั้งสองได้ฝากน้องสาวให้รพัทธ์ช่วยดูแล เขาจึงเข้มงวดกับรินจันทร์เป็นพิเศษ ถึงขั้นไล่คัดกรองทุกคนที่เข้ามาคบด้วย ทำให้รินจันทร์รู้สึกอึดอัดไม่น้อยในช่วงเวลาที่อยู่เมืองไทย พอจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจึงตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาและตอนนี้หล่อนเรียนจบปริญญาตรีเรียบร้อยได้แต่คาดหวังว่าพี่ชายคงไม่เข้ามาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตเหมือนในอดีตอีก

“คืนนี้พาฝันจะนอนค้างกับหนูนะคะพี่”

พอถึงบ้าน รินจันทร์ได้แจ้งข่าวใหม่ ซึ่งทำให้พี่ชายผู้เข้มงวดถึงกับทำหน้างงอยู่สักพักนึกเดาไปว่าพาฝันคงเป็นคนเป่าหูน้องสาวเขาให้พูดแบบนั้น

“อะไรนะ จะให้ยัยทอมพักที่นี่ด้วยรึ ที่บ้านเรานี่นะจันทร์?

“ถ้าไม่ใช่ที่บ้านเราแล้วจะเป็นบ้านไหนอีกล่ะคะ พี่ก็ถามอะไรแปลกๆ เน๊าะฝัน ไปเถอะพวกเราขึ้นไปดูห้องนอนจันทร์ คิดถึงห้องแทบแย่จากไปตั้งนาน”

รพัทธ์ได้แต่ยืนมองตามสองสาวเดินขึ้นบ้านตาปริบๆ ทำหน้าเหมือนไม่ได้ถ่ายทุกข์มาหลายวัน นึกหนักใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นน้องสาวสนิทกับพาฝันซึ่งมีลักษณะคล้ายทอมบอย จนไม่เห็นเขาในสายตา กลัวว่าน้องสาวจะกลายเป็นหญิงรักร่วมเพศขึ้นมาก็ปานนั้น

เวลานั้นสมองรพัทธ์เริ่มทำงานอย่างหนัก คิดวางแผนการชั่วร้ายเพื่อกำจัดพาฝันให้พ้นออกไปจากน้องสาว เขาจะต้องทำทุกวิถีทางแม้แต่สิ่งชั่วร้ายนั้น ชายหนุ่มได้แต่ให้คำมั่นกับตัวเอง

**********

           

“เธอต้องการอะไรกันแน่ยัยทอม?

พอลับหลังน้องสาว พี่ชายผู้แสนดีก็กลายเป็นยักษ์ใจร้ายทันที

“ทำไมลุงถึงมองคนอื่นในแง่ลบแบบนี้ล่ะ?

“แล้วเธอมาตีสนิทกับน้องฉันทำไม แถมจะมาพักด้วยนี่หวังอะไรกันแน่ สารภาพมาซะดีๆ”

“เฮ้ย! ลุงนี่ฉันยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยจะมาใส่ร้ายยัดข้อหาอะไรให้ฉันแบบนี้ได้ยังไง ประสาทชะมัด คนแบบนี้ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ”

พาฝันช้อนตาขึ้นมองคุณลุงตัวโตที่กำลังก้มมามอง ตาแทบปลิ้นถลน

“ขอเตือนเลยนะยัยทอม มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย ห้ามมาเกาะแกะน้องฉัน หรือแม้แต่จะคิดล่อลวงน้องฉัน อย่าหลอกใช้ความใจดีของยัยจันทร์เป็นเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน จำใส่กะโหลกเล็กๆ ของเธอเอาไว้ให้ดียัยทอม”

รพัทธ์ขู่ฟ่อ ขบกรามจนเป็นสันนูน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุ

“ฝันหวานไปเถอะลุง พรุ่งนี้ฉันก็จะพักอยู่ที่นี่อีก ไม่ไปไหนหรอก”

“นี่! ยัยทอมจะมากเกินไปแล้วนะ อยากลองดีนักใช่ไหมถึงได้ริบังอาจมาขัดคำสั่งฉัน”

ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด ที่อะไรดูเหมือนไม่เป็นไปตามใจปรารถนา และยิ่งต้องมาเจอกับเด็กสาวแสบซ่าส์แบบพาฝันด้วยแล้ว เธอทำให้เขาหัวหมุนจนแทบอยากกระโดดเข้าขย้ำคอหอยของหล่อนให้รู้แล้วรู้รอด

รพัทธ์คิดหาวิธีกำจัดเด็กสาวไม่ออกในตอนนั้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้ว่าเพศตรงข้ามทุกรายต้องสยบให้เขา นั่นก็คือความหล่อ ความร่ำรวย มีหรือที่เด็กสาวตรงหน้าจะไม่หวั่นไหว ชายหนุ่มเดินเข้าไปประชิดเด็กสาวที่ถอยร่นไปจนชนกับกำแพง

“จะทำอะไรลุง?

พาฝันเงยหน้าจ้องมองเขาตาไม่กะพริบร่างกำยำใช้สองมือค้ำยันกับกำแพงคร่อมร่างหล่อนไว้ พร้อมกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นเด็กสาวทำตัวเล็กลีบเหมือนกลัวเขา

“ตาเฒ่าออกไปนะ ถ้าไม่ออกจะหาว่าไม่เตือน”

เด็กสาวขู่บ้าง รพัทธ์โน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหน้าเนียนใสของพาฝัน

“ตาเฒ่ายังงั้นรึ งั้นมาลองรสจูบจากตาเฒ่าคนนี้ดูหน่อยเป็นไรยัยเด็กเมื่อวานซืน”

ริมฝีปากของพาฝันถูกประกบแน่นด้วยริมฝีปากของรพัทธ์ ชายหนุ่มสอดส่ายลิ้นเข้าไปในปากเล็กที่พยายามต่อต้าน เขาสวมกอดหล่อนไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ พาฝันได้แต่ดิ้นหลุกหลิกแต่ไม่อาจต่อต้านกรงแขนแข็งแรงของรพัทธ์ได้ ความแข็งแกร่งของเขาแม้แต่วิชาหมัดมวยที่หล่อนเรียนมาก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ความช่ำชองและจัดเจนในเรื่องเล้าโลมให้เพศตรงข้ามเกิดอารมณ์ใคร่ของรพัทธ์นั้นนับว่าเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มสาวๆ ไฮโซ เขาทำให้ผู้หญิงหลายคนใจละลายและใจสลายมานักต่อนัก ชายหนุ่มนึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจเมื่อสังเกตเห็นเด็กสาวตรงหน้าอีกคนกำลังตกลงไปในหลุมพรางสวาทของเขา

“ลุงปล่อยสิ”

พาฝันใช้มือผลักร่างกำยำที่พยายามระดมจูบหล่อนนัวเนีย

“เป็นไง ทีนี้ยังจะกล้าเรียกตาเฒ่าอยู่อีกหรือเปล่า?

“แหวะ!

เด็กสาวใช้มือปาดริมฝีปากอย่างแรงพร้อมทำท่าขยะแขยง

“ทำไม จูบฉันถึงกับทำให้เธอคลั่งเลยเหรอ?

“เปล่าน้ำลายลุงเหม็น”

คำพูดพาฝันตบหน้ารพัทธ์หงายตึง

“ยัยเด็กบ้า! ผู้หญิงทุกคนคลั่งจูบฉันกันทั้งนั้น”

“แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงในสต๊อกของลุงนี่ จะเหมือนกันได้ยังไง”

“อ้อ! รู้แล้ว ก็เธอมันเป็นทอมนี่นะลืมไป”

“ห๊ะ! ตัวเองจูบห่วยแตกต่างหาก มันเกี่ยวอะไรกับช้าน”

เด็กสาวเริ่มดูถูกเขา รพัทธ์ใช้นิ้วดีดหน้าผากหล่อนเบาๆ

“แล้วเธอจูบเก่งนักรึไงยัยทอมถึงได้มาดูถูกเซียนจูบแบบฉัน”

“จูบแบบลุงมันล้าสมัยแล้ว ถ้าเป็นวัยรุ่นสมัยนี้เขาไม่เรียกว่าจูบหรอกแบบนี้”

พาฝันกล่าวเยาะหยัน ขณะที่หัวใจหล่อนก็เต้นโครมครามไม่หยุดเพราะจูบของเขา แถมเป็นจูบแรกของเธออีกเสียด้วย แต่หล่อนก็ทำเป็นพูดเก่งไปอย่างนั้นเองเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง

“แล้วแบบไหนที่เรียกว่าจูบของเธอ?

รพัทธ์ทำหน้าสงสัย หลงเชื่อคำพูดเด็กสาวสนิทใจ

“เอ่อ ถ้าอยากรู้ก็หลับตาสิแล้วจะสอนให้เอาบุญ”

พาฝันกล่าว ข่มความกลัวเอาไว้สุดขีด นึกในใจว่า อีตาลุงคนนี้หลอกง่ายชะมัด ขณะที่รพัทธ์ก็เริ่มทำตามที่หล่อนสั่ง เขาหลับตาพริ้ม คิดว่าเด็กสาวจะสอนวิธีจูบแบบเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่ให้อย่างที่บอก

“แล้วไงต่อ?

“อย่าเพิ่งลืมตานะ จนกว่าจะบอก”

กล่าวจบพาฝันก็เผ่นแน่บไปถึงไหนต่อไหนแล้ว พอลืมตาไม่พบเด็กสาว รพัทธ์ถึงรู้ว่าถูกหล่อนต้มจนเปื่อย


ไม่มีความคิดเห็น:

ติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *