วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

หาแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายออนไลน์ขนาดสั้นอย่างง่ายๆ กันเถอะ

          


    ทุกวันนี้เราต่างก็อยู่ด้วยความรีบเร่ง เพราะต้องทำงานหาเลี้ยงปากท้อง ไม่มีเวลามานั่งอ่านหนังสือ หรืออีบุ๊กด้วยแล้ว ก็คงมีเฉพาะคนที่อายุน้อยๆ ไม่เกิน 50 ปีเท่านั้นที่หันมาอ่านอีบุ๊ก ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักหน้าตา รูปแบบนิยายที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และกาลเวลา
 
    ในฐานะนักเขียนนิยาย (ส่วนมากเป็นนิยายขนาดสั้น) เริ่มขายทางออนไลน์มาตลอด ไม่เคยตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม แต่ก็รู้สึกพึงพอใจในระดับหนึ่งในฐานะนักเขียนตัวเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวสู่วงการเขียนนิยายรูปแบบอีบุ๊กได้ประมาณย่างสามปี
     
    วันนี้ผู้เขียนอยากมาเล่าประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ เผื่อบางคนที่กำลังสนใจจะเขียนนิยายในรูปแบบอีบุ๊กดูบ้าง เพื่อหารายได้พิเศษ อาจจะไม่มากนักในตอนแรก แต่มันก็จะเพิ่มพูนรายได้ให้ท่านได้ในภายหลัง เมื่อศึกษาทดลองและพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลา บวกกับมีผลงานเพิ่มขึ้น ท่านก็ยังสามารถขายผลงานเขียนเก่าๆ ได้เรื่อยๆ


การหาแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายขนาดสั้นอย่างง้ายง่าย

    การหาแรงบันดาลใจนั้นเชื่อว่านักเขียนแต่ละท่านมีวิธีแตกต่างกัน ขึ้นกับความสนใจ แล้วแต่วิถีชีวิตประจำวันและประสบการณ์การใชัชีวิตของแต่ละคน แต่สำหรับผู้เขียนนั้นมีวิธีหาแรงบันดาลใจดังนี้
    
    1. ดูหนัง


ภาพโดย whoalice-moore จาก Pixabay 

    ที่ขึ้นเป็นหัวข้อแรก เพราะผู้เขียนชอบใช้วิธีนี้เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือ แต่ชอบเขียนมากกว่า ประเภทมีจิตนาการเยอะล้นสมองก็อยากเล่าออกมาเป็นตัวหนังสือลองดูบ้าง ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างต้องค้นหาแนวทาง และทดลองเขียนไปเรื่อยๆ 
    ลักษณะนี้อาจเกิดยากอยู่สักหน่อย เพราะเขียนตามใจตัวเอง ซึ่งอาจมีผู้อ่านไม่มากที่ชื่นชอบสไตล์เรา การใช้ภาษาอาจห้วนสั้น (เหมือนจดจำมาจากหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่งประมาณนั้น 555) 
    วิธีแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ทดลองค้นหาการเขียนสไตล์ตัวเอง เพื่อให้งานของเราขายออกบ้างก็คือ ผู้เขียนเองจะต้องทำการผลิตงานเขียนหลายๆ ชิ้นออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเสนอความเป็นสไตล์เราให้ผู้อ่านได้คุ้นเคย ถ้าผู้อ่านคนไหนชอบแนวของเราก็จะย้อนกลับมาหาเราอีก (นี่คือการคาดเดา ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าผิดพลาดประการใดก็กราบขออภัยผู้อ่านด้วยจ้า)

2. อ่านหนังสือ



ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay 
         
    วิธีนี้เชื่อว่า นักเขียนดังๆ หลายท่านเริ่มจากจุดนี้ ฉะนั้นการอ่านจึงน่าจะเป็นวิธีนำนักเขียนไปสู่โลกจินตนาการสุดล้ำด้วยตัวอักษรที่สวยงาม การร้อยเรียงที่เข้าใจง่าย และสามารถทำให้ผู้อ่านไปถึงสวรรค์ได้โดยตัวหนังสือ นิยายของนักเขียนที่เราชื่นชอบจึงเปรียบดังขุมทรัพย์อันล้ำค่า เป็นแหล่งค้นหาความรู้ และแรงบันดาลใจมาใช้ในงานเขียนของเราได้อีกทาง และน่าจะดีกว่าดูหนัง เพราะนอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่อ่าน ยังได้รู้วิธีเขียนจากถ้อยคำอันสละสลวยของนักเขียนเหล่านั้นด้วย เป็นการย่นเวลาฝึกการเขียนได้เป็นอย่างดี


3. เดินทางไปในสถานที่ต่างๆ สร้างแรงบันดาลใจ

        
ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay

    การออกไปนอกบ้าน หรือเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ก็ให้สังเกตผู้คน สถานที่ ภาพที่ผ่านสายตาอาจทำให้เราเกิดจินตนาการบ้างก็เป็นได้ และยังทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแสงแดด สัมผัสกับสายลมในฤดูกาลต่างๆ ช่วยให้เลือดลม และสมองทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพดีก็จะนำมาซึ่งแรงบันดาลใจยอดเยี่ยมและจินตนาการอันบรรเจิดได้เหมือนกันแหละงานนี้ ลองนำไปใช้ดูจ้า

4. พูดคุยและฟัง


ภาพโดย Sasin Tipchai จาก Pixabay 

    ถึงเป็นนักเขียนโลกส่วนตัวสูง (อย่ามายุ่งกับฉันนะยะ) แต่บางครั้งก็ลองมองหาคนที่เราสนิท เชื่อใจพูดคุยเรื่องอะไรก็ได้ให้พวกเขาฟัง หรือถ้าไม่ถนัดพูดคุยก็รับฟังเรื่องราวจากใครก็ได้ มันก็ช่วยทำให้เราเกิดไอเดียเด็ดๆ ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะจากคำพูดของบุคคลนั้น ฟังเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจจากนักพูดดังๆ ที่พูดได้จนขนลุกซู่จะเป็นการปลุกพลังขี้เกียจในตัวเราให้ลุกขึ้นสู้ หรือไม่ก็เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของเราให้สำเร็จได้เหมือนกับคนอื่นๆ วิธีง่ายสุดคือ ลองเข้าไปค้นหาทางอินเทอร์เน็ต แล้วเสิร์ชหาคลิปวิดีโอนักพูดเจ๋งๆ สักคลิปมานั่งฟังดู รับรองแรงบันดาลใจแห่มาเพียบ

5. อ่านข่าวสารในโลกออนไลน์

    
ภาพโดย Karolina Grabowska จาก Pixabay 

    ทุกวันนี้ใครๆ ก็มีมือถือ และใช้อินเทอร์เน็ต แทนที่จะเสียค่าเน็ตให้หมดไปอย่างเปล่าประโยชน์ ก็ใช้ให้คุ้มค่าด้วยการอ่านข่าวสารที่นำเสนอให้มากที่สุดอย่างผู้สังเกตการณ์เท่านั้น แต่อย่าพาตัวเองเข้าไปยุ่งมาก เพราะข่าวสารต่างๆ ที่นำมาเสนอ มีทั้งเรื่องจริง และเท็จ เราผู้นั่งอ่านข่าวหน้าจอไม่ได้ลงไปในเหตุการณ์จริง จึงไม่อาจรู้ได้ เรารู้แค่ว่า เรามาหาข้อมูลเพื่อนำไปเขียนและสร้างแรงบันดาลใจก็พอจ้า

6. ฟังเพลงดีๆ โดนๆ สักเพลง


ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay 


    การฟังเพลงแม้จะเพียงแค่ท่อนเดียวก็อาจเปลี่ยนวิธีคิดคุณ เพลงดีๆ หลายเพลง หรือแม้แต่เพลงเพื่อชีวิต ถ้อยคำอันสละสลวยเหมือนบทกวี มันเป็นอะไรที่ปลุกเสียงสะท้อนที่มีอยู่ในตัวเราได้ดีเหมือนกันในบางโอกาส จนอยากลุกขึ้นมาเขียนเรื่องที่เราอยากเขียน บางครั้งเนื้อพลงนั้นๆ อาจไม่ได้บอกอะไรมาก แต่เสียงดนตรีและท่วงทำนองเพลงที่ขับกล่อมวิญญาณภายในอันยุ่งเหยิงจะช่วยจัดระเบียบความคิดและสร้างจินตนาการบรรเจิดแก่เราได้ด้วยเช่นกัน 
    ถ้าอยากให้บรรเจิดมากๆ ก็ลองเปิดเพลงฟังตอนนั่งรถไฟ หรือรถเมล์ระหว่างออกเดินทางดูกันจ้า จะได้ทั้งบรรยากาศสองข้างทางและได้จินตนาการไปด้วย แล้วจากนั้นแรงบันดาลใจก็จะหลั่งไหลมาเอง 

7. ถ่ายภาพ หรือดูภาพถ่ายเยอะๆ เพื่อสร้างจินตนาการ


ภาพโดย Simon Steinberger จาก Pixabay 

    ภาพถ่ายสร้างจินตานาการและแรงบันดาลใจได้ด้วยนะเชื่อไหม ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบถ่ายภาพสไตล์ต่างๆ เก็บไว้ดูในในมือถือ แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าภาพเหล่านั้นพอนำเอามาดูใหม่ก็อาจทำให้เรามีแรงบันดาลใจได้ดี โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ภาพธรรมชาติ และผู้คน ภาพเหล่านั้นล้วนบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เหมือนนิยายเรื่องหนึ่งที่เราอยากเขียนถึง ลองใช้วิธีนี้ลองดูจ้า ดีมั่กๆ


8. ฝึกสร้างพล็อตเรื่องเยอะๆ สั้นๆ ให้จบเป็นเรื่องๆ แล้วก็เขียนๆ


ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay 

    ทีนี้ก็มาถึงวิธีที่ใกล้จะได้เขียนออกมาเป็นเรื่องเป็นราวเสียที หลังจากค้นหาแรงบันดาลใจจากแหล่งต่างๆ ตามที่ได้เอ่ยมาแล้ว ซึ่งบางคนอาจมีแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจมากกว่าที่กล่าวไป แต่นั่นก็ไม่สำคัญหรอกว่าจะได้มาจากไหน ที่สำคัญจริงๆ คือเราจะสร้างพล็อตเรื่องในหัวให้มันจบเป็นเรื่องได้สนุกและจบลงได้อย่างกลมกล่อมได้อย่างไร โดยไม่ติดขัดนั่นคือสิ่งสำคัญ
        
    ลองหาแผ่นกระดาษ หรือเขียนร่างคร่าวๆ ในคอมไว้ก่อนจ้า เขียนตั้งแต่ต้นจนจบเลยก็ดี แต่ผู้เขียนมักถนัดคิดไปและเขียนไปเรื่อยๆ แล้วค่อยกลับมาปรับแก้ใหม่อีกทีตรงจุดที่ไม่ถูกใจก็เปลี่ยนใหม่ ซึ่งจะสังเกตว่า ถ้าเราเริ่มต้นดี เรื่องก็มักจะเขียนได้ไหลลื่นไปจนจบภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าเรื่องไหนไม่สนุกก็จะสังเกตได้ว่า เราเขียนแล้วมันไม่ไหลลื่น และรู้สึกอึดอัดไม่สนุก รับรองได้เลยว่า คนอ่านก็จะรู้สึกเซ็งเหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อก็ลองนำไปลงในเว็บปล่อยนิยายฟรีให้คนอ่านได้ทดลองอ่านฟรีดูก่อน ถ้ามีเสียงสะท้อนกลับมาดีแปลว่ามีคนชื่นชอบ แบบนี้ชัวร์ นิยายเราขายได้แน่ ไม่มากก็น้อยแหละนะ
    
    แต่ถ้าเงียบก็บอกได้ 50-50 คือ คนอ่านไม่ชอบ หรือชอบแต่คนอ่านเป็น "นักอ่านเงา" ชอบอ่านอย่างเดียว ไม่ชอบออกความเห็น (มีมารยาทเก็บเอาไว้ในใจเงียบๆ คนเดียว...ไม่ชอบยุ่งกะใคร)
    ทางที่ดีคือเราต้องเขียนให้สนุกเอาไว้ก่อน แม้จะเป็นแนวเฉพาะตัวแต่ก็ต้องให้สนุกในสไตล์เรา จนวันหนึ่งเรื่องของเราไปโดนใจคนที่เป็นเนื้อคู่ของเรา (คนอ่านที่ชอบสไตล์เดียวกับเรา) 
    
    สรุปคือ ไม่ว่าจะเขียนนิยายขนาดสั้นหรือยาว เราก็ต้องเขียนให้เรารู้สึกว่าสนุกเอาไว้ก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาการเขียนขึ้นไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งเราก็จะค้นพบอะไรมากกว่าคำว่า "นักเขียน" เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่มันอาจมากกว่าการเป็นนักเขียน เราจะพบทั้งความผิดหวัง และความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก และชีวิตอันเป็นสุขนั้น อาจไม่ใช่สุขนิรันดร์เหมือนนิยายของเรา แต่มันคือโลกแห่งความจริง และประสบการณ์ที่เราได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ อย่างเต็มภาคภูมิในแบบของเรา...
   
     ลองเริ่มต้นค้นหาเส้นทางของเพื่อนๆ เพื่อเขียนนิยายสักเรื่องดูค่ะ สำหรับคนที่อยากเขียน เพื่อนๆ อาจได้รับแรงบันดาลจากสิ่งที่กล่าวมา หรืออาจจากที่อื่น แล้วเริ่มลงมือเขียนดู...โชคดีกันทุกคนจ้า
  


    เขียนเล่นๆ เดือนละเรื่องสองเรื่อง ก็มีนิยายเป็นของตัวเองได้จ้า แถมมีรายได้ทุกเดือน ไม่มากมายแต่ก็ขายได้ถ้ามีงานออกมาเรื่อยๆ จะยิ่งกระตุ้นเรื่องเก่าให้กลับมาขายได้อีกด้วยจ้า


    


 

 

1 ความคิดเห็น: