วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2562

Passive Income

Passive Income 


Passive Income ใครๆ ต่างก็พูดถึงคำนี้กันจัง แล้วมันคืออะไร ถ้าอยากมี Passive Income บ้างจะเริ่มต้นทำยังไง
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจคำว่า Passive Income กันก่อน คำนี้ถ้าแปลเป็นไทยก็คือ รายได้ที่เกิดจากการลงทุนของเราเอง และมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ ตลอดชีพ และรายได้นี้เรายังส่งต่อเป็นมรดกให้คนที่เรารักได้อีกด้วย
ภาพโดย rawpixel จาก Pixabay

ตอนแรกที่ได้ยินก็นึกอยากมี Passive Income กับเขาขึ้นมาทันทีเลย เพราะรู้สึกว่ามันดีต่อใจและเป็นอิสระ เราสามารถออกแบบชีวิตของเราเองได้โดยไม่ต้องทำงานใต้บังคับบัญชาของใคร และเกิดมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ  ส่วนจะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่เราลงทุนลงแรงไป ซึ่งงานบางประเภทก็ต้องใช้ความขยันในการโปรโมทสินค้าตัวเองหลังจากลงทุนลงแรงเพื่อให้ได้รายได้เพิ่มขึ้น เช่น การเขียน e-book ขาย พอเอาไปลงขายในเว็บแล้วคุณก็ต้องมีการทำตลาด เช่น ทำโปรโมชั่นภายในเว็บไซต์ที่เรานำไปขาย หรือจะนำไปโปรโมทตามเว็บฟรีต่างๆ ก็ย่อมไม่ผิดกติกา เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย e-book ของเราให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง 


ใครบ้างที่สามารถมี Passive Income

         ขอตอบกำปั้นทุบดินเลยว่า ทุกคนที่สนใจ เพียงแต่คุณมีความอยาก อย่าไปกลัวและอย่าไปฟังว่าใครจะมาพูดกรอกหูและแสดงความคิดเห็นด้านลบกับคุณยังไง (แต่บางกรณีที่ต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนมากซึ่งส่งผลต่อความเสี่ยง คุณก็ต้องพิจารณาเป็นอย่างๆ ไปว่าเหมาะสมที่จะเสี่ยงหรือเปล่า) 
แต่ในส่วนนี้ไรท์อยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงซึ่งได้สร้างรายได้จากงานอดิเรกที่ไรท์ชื่นชอบ เป็นการลงทุนจากสมองสองมือ เพราะไม่ค่อยมีเงินทุน ซึ่งมีสามอย่างด้วยกัน คือ

ส่วนที่ 1 เขียน e-book ขาย (นักเขียนอิสระ)

ไม่ว่าจะเป็นการเขียน สารคดี เรื่องสั้น นิยาย ทั้งนิยายรักโรแมนติก นิยายโรมานซ์ นิยายสำหรับผู้ใหญ่ อาหาร ฯลฯ ลองเขียนอะไรก็ได้ตามความถนัด เขียนแบบตามใจฉันไม่ง้อสำนักพิมพ์ ทำหน้าที่ทุกอย่างเองหมด ตรงนี้ต้องอาศัยความขยัน อดทนเป็นเลิศ และกวดขันตัวเองให้มาก ศึกษาหาความรู้จากหลายช่องทาง ทั้งอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจอยากเขียน อ่านประสบการณ์จากคนอื่นๆ ที่เขามีความสนใจคล้ายๆ กับเราและนำประสบการณ์มาแชร์ลงไว้ในเว็บต่างๆ จากนั้นก็เริ่มลงมือทำ 
ซึ่งไรท์จะมาแนะนำวิธีการเขียน E-Bookในสไตล์ของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมข้อมูล การเขียน การหาภาพประกอบ การออกแบบปกด้วยตัวเอง การจัดหน้า และการทำไฟล์อีบุ๊กออกมาพร้อมส่งขาย แบบไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาทในโอกาสต่อไป

ส่วนที่ 2 ถ่ายภาพขาย (ช่างภาพอิสระ)



เน้นการถ่ายภาพสต็อกเพื่อส่งขายกับเว็บไซต์ชั้นนำของโลกออนไลน์เช่น shutterstock.com, dreamstime.com, fotolia.com เป็นต้น
หลายคนอาจคิดว่าการเป็นช่างภาพนั้นยาก แต่ในความจริงทุกคนเป็นช่างภาพได้หมด แต่จะถ่ายสวย ไอเดียเจ๋ง และโดนใจลูกค้าหรือเปล่านั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และขึ้นอยู่กับเทคนิคการถ่ายภาพของแต่ละคน
แต่ถ้าใครไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนก็อย่าเพิ่งกังวลไปว่าจะทำไม่ได้ ขายไม่ได้ ขอให้ถ่ายออกมาก่อนค่อยว่ากัน เพราะบางภาพที่เราคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าซื้อก็ยังมีคนมาซื้ออยู่ดี ซึ่งการเตรียมภาพเพื่อขายนั้นทำได้ง่ายมากๆ ในปัจจุบันถ้าหากใครไม่มีกล้องถ่ายภาพแบบมืออาชีพก็ยังสามารถใช้มือถือที่มีความละเอียดสูงถ่ายได้ ตอนถ่ายก็ต้องจัดแสงให้ดีๆ ไม่มืดและสว่างเกินไป และให้ความละเอียดภาพที่สูงตามเว็บไซต์กำหนด จากนั้นก็ส่งไปให้เว็บไซต์นั้นๆ พิจารณา ถ้าหากผ่านตามมาตรฐานที่เขากำหนดก็ขายได้เลย พอขายได้ตามเป้า เช่นครบ $10, $35, $100 ตามที่เราแจ้งยอดรับเงินไว้กับทางเว็บ เขาจะส่งเงินเข้าบัญชีเพย์พาลให้เราตามกติกา

ส่วนที่ 3 วาดภาพขาย (อาร์ตติส)


วาดภาพตามใจชอบและส่งขายตามเว็บขายภาพทั่วไป หรือจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อขายของเราโดยเฉพาะเลยก็ย่อมได้
ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะ e-book ใครๆ ต่างก็พยายามสร้างสรรค์ไอเดียและเรื่องราวออกมาขายเป็นอีบุ๊ค แต่ไม่ต้องกลัวและกังวลว่าจะขายไม่ออก หรือขายไม่ได้ ตอนแรกไรท์ลองเขียนนิยายออกมาหนึ่งเล่ม ชื่อ ทะเลรักปรารถนามิอาจลืม ลองส่งไปขายที่ MEB ทิ้งไว้ในระบบแบบไม่สนใจเข้าไปติดตามดูยอด ไม่โปรโมท และไม่ทำอะไรเลย ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นแหละให้เป็นไปตามยถากรรม เกือบจะเริ่มถอดใจเลิกเขียนอีบุ๊กไปแล้วเพราะคิดว่าขายไม่ได้ และดูเหมือนว่าการเขียนนิยายเล่มแรกในชีวิตจะเป็นนิยายเรื่องสุดท้ายของไรท์ด้วยเช่นกัน 

แต่อยู่มาวันหนึ่งทางเว็บก็ส่งรายงานยอดขายมาให้ทางอีเมลว่าเรามีรายได้ครบกำหนดที่แจ้งไว้กับทางเว็บคือ 1,000 บาท ซึ่งนั่นก็ใช้เวลาเกือบครึ่งปี จนไรท์ลืมและเกือบจะถอดใจไม่เขียนนิยายอีก แต่พอเห็นว่ามีรายได้จริงก็ทดลองเขียนนิยายขนาดสั้นขึ้นมาอีกเรื่อง คือเรื่อง สะดุดรักยัยโกสต์ไรเตอร์โลกหม่น เพราะคิดอยากลองของสักตั้ง ประกอบกับมีเพื่อนนักเขียนที่รู้จักกันเธอยุให้เขียนเช้าเย็นในแนวที่ไม่เคยเขียน เนื่องจากเรานามปากกาโนเนม แถมไม่มีแฟนคลับ ดันเป็นคนขี้เกียจโปรโมท ตอนแรกๆ ก็ขายยากเย็น ลุ้นไม่ขึ้น

จนกระทั่งเขียนนิยายซีรีส์ชุดจบในเล่ม ชุดหอพักมั่วสวาท มีด้วยกัน 4 เรื่องคือ 



            สี่เรื่องนี้เขียนออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ เป็นแนวตลาดเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ จากจุดนี้เองซึ่งทำให้ไรท์เริ่มมองเห็นรายได้ Passive Income เพราะมันขายได้อยู่เหมือนกันนะ ด้วยเนื้อหานิยายเป็นนิยายขนาดสั้นกะทัดรัด เหมาะสำหรับอ่านคลายเครียดหลังเลิกงาน หรือวันหยุดพักผ่อน แม้จะเป็นนิยายสำหรับผู้ใหญ่แต่มีการดำเนินเรื่องให้อ่านสนุก แฝงอารมณ์ขัน คิดว่าคนอ่านชอบตรงจุดนี้
             ฉะนั้นแม้เราจะเป็นนักเขียนโนเนม และเพิ่งจะมาเขียนอีบุ๊กขายออนไลน์จริงจังไม่ถึงปีด้วยซ้ำตอนนั้น กลับมียอดดาวน์โหลดเข้ามาเรื่อยๆ และยังได้รับรายได้พอประมาณ สำหรับนักเขียนนิยายหน้าใหม่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี












ในเวลาต่อมาแม้เราจะออกอีบุ๊คเล่มใหม่ออกมาเรื่อยๆ แต่เรื่องเก่าก็ยังขายได้อยู่เหมือนกัน ซึ่งโดยส่วนตัวไรท์จะเป็นคนขี้เกียจไม่ชอบโปรโมท นานๆ ทีจะทำโปรโมชั่นลดราคาภายในเว็บที่ได้ฝากขาย แต่กระนั้นก็ยังมียอดดาวโหลดเข้ามาเรื่อยๆ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ยอดขายหลังจากหักลบค่าฝากขายกับทางเว็บก็ยังได้เกิน 1,000 บาททุกเดือน

และจากตรงนี้เองที่ทำให้เรียนรู้ประสบการณ์ในการขายอีบุ๊คว่า ทุกคนทำได้ถ้าไม่ท้อและทิ้งไปเสียก่อน และจะยิ่งมีรายได้เพิ่มมากขึ้นหากขยันโปรโมทสักหน่อย และที่สำคัญคืออย่าหยุดสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีบางช่วงรู้สึกขาดแรงบันดาลใจและหมดไฟก็หยุดพักบ้างก็ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมทำการตลาด เอาอีบุ๊คเก่าออกมาโปรโมทเพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นช่วงๆ ระหว่างรอผลงานเล่มใหม่คลอด แค่นี้คุณก็จะมีรายได้เข้าทุกเดือน เป็น Passive Income จากผลงานเขียนของคุณเอง 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น