เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, บทที่ 8



“เจ้านายคะ เจ้านายจะตามวดีเข้าไปทำไม กลับบ้านไปเถอะค่ะ เลาจน์ที่นี่ไม่เหมาะกับคนแบบเจ้านายหรอก”
วดีรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเดินทางมาถึงเลาจน์ ปราการบอกว่าจะตามเข้าไปด้วย
“แล้วเธอล่ะ มันก็ไม่เหมาะกับเธอเหมือนกัน เป็นเด็กเป็นเล็กริมาทำงานนั่งดริ๊งก์ ถ้าเป็นน้องสาวฉันหน่อยไม่ได้จะจับตีก้นเสียให้เข็ด”
ปราการว่า พร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปใกล้วดีที่นั่งทำหน้าพะอืดพะอม ไม่กล้าเปิดประตูลงจากรถ เพราะยังตกลงกับเจ้านายไม่ได้
“แล้วตกลงเจ้านายจะเข้าไปทำไม ถ้าไม่ดื่มก็กลับบ้านไปสิคะ”
“ก็บอกแล้วไงต่อไปนี้ฉันจะเป็นพ่อทูนหัวให้เธอ ก็ต้องดูแลกันหน่อยสิ” ชายหนุ่มยังยียวน เชยคางวดีขึ้นเล็กน้อย หญิงสาวปัดมือเขาออกท่าทางเหมือนรำคาญเขาเสียเต็มประดา ปราการจับปลายคางวดีให้หันกลับมามอง
“ห้ามแต่งหน้าสวยนะ แต่งแบบจืดๆ น่ะทำได้ไหม?” เจ้านายหล่อนสั่งเสียงดุ
“มันจะมากไปแล้วนะคะเจ้านาย วดีจะแต่งสวยหรือแต่งแบบไหนมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย ในเมื่อมันเป็นหน้าของวดี”
หญิงสาวเริ่มออกอาการหงุดหงิด ปกติแต่ไหนแต่ไรหล่อนเป็นคนที่มีความอดทนสูงต่อทุกสถานการณ์ แต่พอมาเจอกับปราการ ทำเอาวดีปวดหัวแทบทุกวัน คิดไม่ถึงว่าเขาจะตามควบคุมชีวิตของหล่อนแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัว และเรื่องงานก็ไม่เว้น
“แต่เธอเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉันแล้ว ฉันก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ” ปราการกล่าว เข้าใจความหมายอยู่คนเดียว แต่อีกฝ่ายกลับคิดไปอีกอย่าง
“ยังไงคะ ไม่ค่อยเข้าใจ วดีทำงานรับใช้คุณก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้านายจะมาเป็นเจ้าชีวิตของวดีนะคะ ถ้าเจ้านายขืนทำแบบนี้อีกวดีจะลาออกจริงๆ ด้วย”
“กล้ารึ ลองดูสิ” ปราการกล่าวเสียงลอดไรฟันพร้อมกับบีบคางของวดีเบาๆ แววตาเขาแฝงด้วยความไม่พอใจ
“วดีมีสิทธิ์ หนูไม่ใช่ทาสของคุณนะคะ”
“อย่าทำให้ฉันโมโหสิ” แววตาคู่นั้นดุขึ้นอีก ริมฝีปากปราการยื่นเข้าไปจนชิดริมฝีปากวดี หญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุของเขา
“จะทำไมคะ?” ใจหญิงสาวเต้นแรงขึ้นเหมือนจะล่วงรู้ชะตากรรมของตัวเอง
“ฉันก็จะทำแบบนี้ไง”
ชายหนุ่มก้มลงบดขยี้ริมฝีปากหล่อนอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเปลี่ยนมาจูบอย่างช้าๆ อ่อนโยน ตะล่อมให้วดีสมยอมโดยไม่ขัดขืน ลิ้นของปราการตวัดเอาลิ้นนุ่มของหล่อนมาดูดนัวเนีย วดีได้แต่เคลิ้มเคลิบไปกับรสสัมผัสอันแปลกแปร่งนั้น
จูบแบบดูดดื่ม รสชาติเป็นแบบนี้เองสินะ ทั้งตื่นเต้นและน่าหลงใหล หรืออาจเป็นเพราะจูบนี้มาจากผู้ชายอย่างปราการ ผู้ชายที่ไม่เหมือนใคร ทั้งปากร้าย เผด็จการ เอาแต่ใจตัวเอง และชอบยุ่งเรื่องของหล่อนไปเสียทุกเรื่อง
“อย่าทำให้ฉันโกรธอีกรู้ไหม”
ปราการกระซิบบอกเสียงกระเส่า เมื่อถอนริมฝีปากออกทั้งที่ยังนึกเสียดาย ไม่แตกต่างจากวดีที่เวลานั้นหัวใจหล่อนเต้นแทบจะทะลุออกมานอกอก ริมฝีปากของปราการยังคลอเคลียอยู่ที่ริมฝีปากของหล่อน เตรียมพร้อมจะฉกงับทุกเมื่อ ทันทีที่หล่อนอ้าปากพูดกวนใจเขา
“ปล่อยได้แล้วค่ะ สายแล้ว วดีต้องเข้าไปทำงาน” หล่อนกล่าวอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้ไปสะกิดต่อมโกรธของอีกฝ่าย
“ไปสิ เดี๋ยวฉันตามไป”
“คะ?” วดีคิดว่าปราการจะยอมปล่อยเธอไปดีๆ แล้วเสียอีก
หญิงสาวเปิดประตูลงจากรถ แล้วรีบเดินลิ่วเข้าไปในร้านทันที ได้แต่ภาวนาไม่ให้ปราการตามเข้าไปเหมือนที่บอก
“ลีลามาแล้วพวกเรา”
เหล่าสาวๆ นั่งดริ๊งก์สี่ห้ารายเหมือนจงใจมายืนดักรอคอยการมาของวดีอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ จนหญิงสาวนึกแปลกใจ
“มีอะไรหรือเปล่า ทำหน้าตื่นตกใจแบบนี้ใครเป็นอะไร?
วดีถาม แพรวพราวบีบมือหล่อน ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบถามเสียงเครียด
“พวกมาเฟียมาขอพบ มานั่งรอตั้งสองชั่วโมงตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ตอนนี้อยู่ที่ห้องวีวีไอพีห้องหมายเลขหนึ่ง เธอเผลอไปเหยียบตีนพวกมันเข้าหรือเปล่าถึงได้แห่กันมาเยอะเสียขนาดนี้”
“มาเฟีย” วดีทำหน้าครุ่นคิด ยังไม่ทันถามรายละเอียดอะไรต่อ มาม่าซังก็ร้องเรียกหล่อนเสียก่อน
“ลีลาตามฉันมานี่หน่อย”
วิภาวีกวักมือเรียกวดี ใบหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้คนอื่นๆ ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ รีบเร่งตามหลังวิภาวีไปทันที
“เกิดอะไรขึ้นคะมาม่า?
“ไปถึงก็คงรู้เองแหละ”
มาม่าซังกล่าว เพราะเธอเองก็ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด
พอเปิดประตูออก วดีมองเห็นชายฉกรรจ์ชาวญี่ปุ่นหกราย รูปร่างกำยำคล้ายกับซามูไรกำลังพากันยืนเป็นสองแถว ฝั่งละสามคน ทำหน้านิ่งขรึมเป็นรูปปั้นเหมือนไม่หายใจราวกับยืนคอยอารักขาใครบางคน
วดีหันไปเลิกคิ้วเหมือนตั้งคำถามกับมาม่าซัง ซึ่งอีกฝ่ายก็เอาแต่ยักไหล่ราวจะบอกทำนองว่า “ไม่รู้เหมือนกัน”
“ฮัลโหลพวกคุณต้องการพบฉันทำไมหรือคะ?” วดีถามขึ้นอย่างระมัดระวัง โลกนี้ช่างอยู่ยากขึ้นทุกวัน วดีแอบคิดในใจ ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็ล้วนแต่อันตราย แม้แต่อยู่ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของปราการ เจ้านายก็คอยจ้องตามันวาวไม่ต่างจากสุนัขจิ้งจอกเตรียมขย้ำลูกแกะอย่างหล่อน แต่พอมาทำงานที่เลาจน์ก็ไม่รู้ว่าจะโดนลูกระเบิดปาใส่เมื่อไหร่ สารพัดอันตรายประดังเข้ามาหา วดีได้แต่เตรียมใจเตรียมกาย นึกว่ายังไงเสียวันนี้ก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรับศึกหนัก
“คนนิจิวะมินาโกะ
เสียงคุ้นหูดังขึ้นที่ประตู พอวดีหันกลับไปมองก็พบกับชายหนุ่มที่หล่อนช่วยนำส่งโรงพยาบาลเมื่อวาน เคนชิโรเดินเข้ามาหาวดี พร้อมกับโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เมื่อเห็นผู้เป็นนายทำแบบนั้น ชายฉกรรจ์ทั้งหกก็รีบทำตามบ้าง
คนนิจิวะ คุณหนูมินาโกะ
วดีตกใจ ทำอะไรไม่ถูก รีบยกมือไหว้และโค้งคำนับในเวลาเดียวกัน
“สรุปว่าเธอรู้จักพวกเขาหรือลีลา?
วิภาวีกระซิบถามเบาๆ วดีพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันไปถามเคนชิโรที่กำลังยืนมองหล่อนอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยนต่างจากเมื่อวานลิบลับ
“คุณหายดีแล้วหรือคะถึงออกจากโรงพยาบาลมาได้แบบนี้”
“ผมหายแล้วครับ ผมอยากมาขอบคุณคุณ เพิ่งทราบว่าคุณทำงานอยู่ที่นี่ ยินดีที่ได้รู้จัก เมื่อวานผมยังไม่ได้แนะนำตัวเอง ผมชื่อ เคนชิโร จะมาบริหารงานโรงแรม ซากุระ เคน อินน์ ที่เมืองไทยเป็นเวลาหนึ่งปี หวังว่าพวกเราจะได้พบกันบ่อยๆ นะครับต่อไปนี้”
เคนชิโรกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จนวดีนึกประหลาดใจ ส่วนด้านวิภาวีนั้นถึงกับฉีกยิ้มเกือบถึงหูเมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวถึงชื่อโรงแรมดังของชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย หล่อนเคยไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นที่นั่นมาแล้วครั้งหนึ่งร่วมกับผู้บริหารระดับสูงชาวญี่ปุ่นที่เป็นหุ้นส่วนของเลาจน์แห่งนี้ โรงแรมซากุระ เคน อินน์ นอกจากจะมีชื่อเสียงโด่งดังด้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นตำรับจากญี่ปุ่น ที่นั่นยังเป็นโรงแรมระดับห้าดาวซึ่งชาวญี่ปุ่นชอบแวะมาพักเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองไทยเป็นประจำ
“แล้วไม่ทราบว่าคุณเคนชิโรทำงานตำแหน่งอะไรคะที่โรงแรมซากุระ เคน อินน์”
วิภาวีรู้สึกคันปากจึงโพล่งถามเพราะความอยากรู้อยากเห็น
“ผมจะมาเป็นผู้อำนวยการที่นั่นครับ วันเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งคือวันจันทร์หน้า ผมอยากชวนทุกคนที่นี่ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรมของเราด้วย ไม่ทราบว่าพวกคุณจะไปร่วมได้ไหมล่ะครับ ผมจะให้พนักงานขับรถนำรถมารับ?” ผู้อำนวยการหนุ่มกล่าว คาดหวังสูงว่าวดีจะไปได้ในวันนั้น
“ดะได้” วิภาวียังกล่าวไม่ทันจบประโยคประตูก็เปิดผางออกอย่างแรง
 “ไม่ได้! ยังไงก็ไปไม่ได้”
เสียงปราการดังขึ้นราวสายฟ้าผ่า ทำเอาทุกคนต่างผงะหันไปมองที่เขาเป็นสายตาเดียว เหล่าผู้อารักขาเคนชิโรถึงกับขยับตัวเตรียมคุ้มครองเจ้านาย
“มันเรื่องอะไรกันอีกล่ะเนี่ย”
วิภาวีรู้สึกตกใจและสับสนจนบอกไม่ถูก เมื่อปรากฏผู้ชายอีกคนโผล่เข้ามาป่วน
“คุณคือคนที่อยู่กับมินาโกะเมื่อวาน ผมจำได้ ขอบคุณครับที่อยู่เฝ้าผมเกือบทั้งคืน”
เคนชิโรหันไปกล่าวขอบคุณปราการ พร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุภาพเหมือนที่กระทำต่อวดี ขณะที่ปราการได้แต่ยืนทำหน้างงกับความเข้าใจผิดของเคนชิโร คืนนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นเลย แต่เพราะวดีไม่ยอมกลับบ้าน เขาจึงต้องอยู่กับหล่อน
“อ่ามาม่าซังคะทางนี้เดี๋ยวลีขอจัดการเอง ไม่ต้องห่วงนะคะ มาม่ากลับไปทำงานต่อเถอะค่ะ”
วดีกล่าวตัดบท เนื่องจากไม่ต้องการให้วิภาวีมารับรู้เรื่องส่วนตัวของหล่อนกับปราการ วิภาวีได้แต่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก คาดเดาไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างบุคคลทั้งสามคน แต่ก็ยอมออกไปจากห้องแต่โดยดี ปล่อยให้วดีเคลียร์ปัญหาเอง เพราะหล่อนเชื่อมั่นในฝีมือของเด็กสาวว่าจะสามารถรับมือได้ดี
“เจ้านายคะคุณเคนชิโรจะเดินทางมาเป็นผู้อำนวยการบริหารโรงแรมซากุระ เคน อินน์ ที่เมืองไทย เขาเชิญพวกเราไปร่วมงานเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งวันจันทร์นี้ค่ะ” วดีหันไปรายงานเจ้านายที่เอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งเหมือนไม่พอใจตลอดเวลา
“บอกว่าไม่ได้ ก็ไม่ได้สิ เธอเป็นคนของฉันจะแรดไปกับคนอื่นทำไม”
คำพูดของปราการงับปากวดี และปิดฉากการสนทนาของทุกฝ่ายลง บรรยากาศตึงเครียดเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมภายในห้อง วดีเสียศูนย์ไปเล็กน้อย เคนชิโรนั้นได้แต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เข้าใจในสถานการณ์ระหว่างทั้งสอง รวมถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา
“ไม่ทราบว่าคุณเป็นผู้ปกครองของมินาโกะหรือครับ เป็นพี่ชาย หรือเป็นคุณลุงครับ?
เคนชิโรเอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวังด้วยสำเนียงภาษาไทยไม่ชัดนัก ทำเอาวดีได้แต่กลั้นหัวเราะในคำพูดนั้น แต่ปราการแทบกระอักเลือดหันขวับไปจ้องสาวใช้สารพัดนึกของเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“หัวเราะอะไรมิทราบยัยบ๊อง?
“ก็คุณเคนชิโรเขาเฮ้ย! เจ้านายอย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิคะเดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดคิดว่าเจ้านายอายุห้าสิบกันพอดี ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว มาร้องเพลงคลายเครียดกันดีกว่าค่ะ มาสิคะนั่งก่อน เชิญคุณเคนชิโรด้วยค่ะ”
วดีดึงแขนปราการให้นั่งลงบนโซฟา แล้วกวักมือเรียกให้เคนชิโรที่ยืนวางตัวไม่ถูกให้นั่งลงตาม
“แล้วพวกพี่ๆ ก็นั่งด้วยสิคะ ยืนนานเดี๋ยวเมื่อยเอานะ” จากนั้นวดีก็หันไปร้องบอกหนุ่มๆ ร่างบึ้กผู้ตามมาคอยอารักขาเคนชิโรให้นั่งด้วยเช่นกัน แต่ดูเหมือนพวกเขาเหล่านั้นจะไม่เข้าใจภาษาไทย ต่างก็หันมองหน้ากันไปมา จนผู้เป็นเจ้านายต้องร้องสั่งเป็นภาษาญี่ปุ่นให้นั่ง ชายฉกรรจ์ทั้งหกจึงทำตาม
พอควบคุมหนุ่มๆ ได้เรียบร้อย วดีจึงโทร.เรียกเหล่าเพื่อนสาวนั่งดริ๊งก์ที่ว่างอยู่ข้างนอกเข้ามาเอนเตอร์เทนลูกค้าช่วยอีกแรง เพราะคิดว่าลำพังเธอคนเดียวคงรับมือไม่ไหวแน่ แค่เจ้านายจอมเอาแต่ใจคนเดียวก็ทำเอาวดีปวดหัวแทบแย่
“เรียกมาทำไมเยอะแยะ แม่พวกนี้ท่าทางไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย” ปราการเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจต่อหน้าสาวนั่งดริ๊งก์สี่รายที่เพิ่งเข้ามาเสริม ทำเอาทุกคนได้แต่อ้าปากหวอ หันไปซุบซิบกันเบาๆ
“อีตาประธานคนนี้แหละที่เขาลือว่าปากกรรไกร ระวังไว้นะพวกเรา”
เสียงแพรวพราวแม้จะเบามาก แต่ก็ไม่รอดพ้นจากหูทิพย์ของปราการไปได้
“ว่าใครปากกรรไกรมิทราบครับ?
แพรวพราวกับเหล่าสาวนั่งดริ๊งก์อีกสามคนถึงกับสะดุ้งโหยง ทำตัวเล็กลีบไปตามๆ กัน วดีเห็นท่าไม่ดีจึงพูดหันเหความสนใจของทุกคนมาที่เธอ
เอาล่ะคะ ทุกคนมาสนุกกันดีกว่า พี่พราวคะรบกวนช่วยดูแลพวกพี่ๆ ด้วยนะคะ ก่อนที่พวกเราจะเล่นเกมทดสอบตบะกัน ก่อนอื่นเรามาร้องเพลงเพื่อละลายพฤติกรรมกันดีกว่านะ เริ่มจากใครดีน๊าที่จะเป็นคนร้องคนแรก…”
วดีสวมวิญญาณสาวนั่งดริ๊งก์จนทุกคนเริ่มคล้อยตาม แม้แต่ปราการยังพลอยตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้เมื่อหล่อนพูดถึงเกมทดสอบตบะ ทำให้เขานึกถึงวันแรกที่โดนหล่อนจู่โจมจูบแก้มนั้น ก็ยิ่งขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
คุณพี่ปราการคะ…”
เมื่อใครเข้ามาอยู่ภายในห้องทดสอบตบะแห่งนี้ ทุกคนก็เสมือนลูกค้าของลีลาที่หล่อนต้องคอยดูแลให้ความบันเทิงเท่าเทียมกัน ไม่เว้นแม้แต่ปราการซึ่งเป็นเจ้านายหล่อน
อะไร ผีเข้าสิงรึไงยัยบ๊อง?”
ปราการจ้องหน้าวดีภาคกลางคืน ซึ่งตอนนี้คือ ลีลา ด้วยความรู้สึกราวกับว่าหล่อนไม่ใช่วดีที่เขารู้จักอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นผู้หญิงอีกคนที่กร้านโลก และกำลังหลอกล่อเหล่าผีเสื้อผู้ชายทั้งหลายให้หลงเข้ามาติดกับ
หนูชื่อลีลาค่ะคุณพี่ ไม่ใช่ยัยบ๊องนะคะ แล้วนี่คุณพี่จะนั่งเฉยๆ เหมือนเมื่อวันก่อนไม่ได้แล้วนะคะ เพราะวันนี้พวกเราทั้งหมดกำลังจะระเบิดความมันส์ให้เต็มเหวี่ยงด้วยการลุกขึ้นเต้นกัน…”
ห๊ะ! เจ้านายไอคิวสูงสามร้อยได้แต่อ้าปากค้าง เพราะด้านการเต้น หรือการร้องเพลงนั้นไม่มีบันทึกไว้ในสมองหยักไหนของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าพร้อมแล้ว พี่พราวเพลงมาโลด…”
วดีร้องบอกแพรวพราวที่เตรียมพร้อมเปิดเพลงคาราโอเกะ พอเพลงลูกทุ่งจังหวะเร้าใจระเบิดดัง ทุกคนต่างยืนขึ้นเริ่มโยกตัวเต้นไปตามเสียงเพลง มีเพียงก็แค่ปราการเท่านั้นที่นั่งมองคนอื่นๆ เหมือนหลงเข้ามาในโลกแปลกหน้าไม่คุ้นเคย วดีหันไปดึงแขนเจ้านายหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน กระซิบบอกเขาข้างหู
เต้นสิคะคุณพี่ ถ้าเต้นเดี๋ยวลีจะให้รางวัลหลังเพลงจบคำพูดของลีลาสาวยั่วสวาทกระตุกหัวใจชายหนุ่มปากกรรไกรเต้นโครมคราม
รางวัลอะไรกันน่ะ?” ขาของปราการเริ่มขยับตามคนอื่นๆ บ้างเล็กน้อย
แล้วคุณพี่อยากได้อะไรล่ะคะ?”
ลีลากระซิบถาม น้ำเสียงยั่วเย้า
อยากได้คุณน้องปราการว่าอย่างที่ใจคิด ลีลานิ่งชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะรับมุกให้เขาอย่างขันๆ
คุณน้องไม่รับออฟนะคะ เอนเตอร์เทนแค่ในห้องนี้จบก็กลับบ้านค่ะ ไม่ไปต่อกับลูกค้า
อย่างงั้นรึ ทำไมล่ะ?” ปราการยังแกล้งถามยียวน อยากปั่นหัวแม่สาวนั่งดริ๊งก์เล่นดูสักตั้ง
ก็ไม่ทำไมหรอกค่า เพราะลีลามีกฎของลีลา
ลีลายังฝืนทนไปเรื่อยๆ จู่ๆ เคนชิโรก็เข้ามาโค้งคำนับลีลา ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง
เต้นกับผมไหมครับมินาโกะ?”
เขากล่าว พลางยื่นมือให้ลีลาจับ ปราการหันขวับไปจ้องหนุ่มแดนซากุระตาเขม็ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองดูลีลาเต้นคู่กับเคนชิโรอย่างเข้าขากันราวกับคู่รัก ยิ่งเห็นลูกน้องสาวหัวเราะและยิ้มให้กับอีกฝ่าย ปราการก็ยิ่งนึกหมั่นไส้และไม่พอใจที่เห็นทั้งคู่ดูมีความสุขราวกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่พวกเขาอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
เมื่อความหลงและอารมณ์หึงหวงเข้าครอบงำ ตอนนั้นปราการทำได้ทุกอย่าง ชายหนุ่มเดินดุ่มๆ เข้าไปดึงแขนลีลามาจากเคนชิโรอย่างอุกอาจ ทำเอาทุกคนที่อยู่ภายในห้องหันมองทั้งสามเป็นตาเดียว
เคนชิโรออกอาการไม่พอใจนิดๆ ที่ปราการแสดงกิริยาไม่สุภาพแบบนั้น ลีลาจ้องมองปราการที่มองมาด้วยแววตาดุดันเหมือนไม่พอใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่าที่เขาเสียมารยาท ปราการก็ประเคนจูบลีลาต่อหน้าต่อตาทุกคนที่อยู่ภายในห้องอย่างเผ็ดร้อน เหล่าสาวๆ ต่างพากันร้องวี้ดว๊ายขึ้นพร้อมกัน ทั้งอิจฉาและตกตะลึงในการกระทำของปราการ
ส่วนเคนชิโรนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดูเหมือนจะช็อกอยู่ชั่วขณะ ไม่เคยนึกมาก่อนว่าผู้หญิงที่เขาแอบหมายปองจะมีผู้ชายอีกคนสนใจเช่นกัน
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือฟาดเข้าที่ใบหน้าปราการอย่างแรง ยิ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเพื่อนๆ ของลีลา เพราะปกติแล้วลีลาไม่เคยกระทำการรุนแรงแบบนี้กับลูกค้า แม้จะถูกลวนลามบ้างในบางโอกาส แต่หล่อนก็มักจะมีวิธีทำให้ลูกค้าสยบได้ด้วยวิธีบัวไม่ให้ชํ้า นํ้าไม่ให้ขุ่น
มากเกินไปแล้วค่ะคุณพี่ ที่ตบเมื่อกี้ถือว่าหายกันนะคะลีลากล่าว พลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้แก้มปราการอย่างควบคุมอารมณ์
ลีลาจะโกรธไม่ได้นะวดีบอกอีกภาคของตัวเอง อดทนสิ เพราะเส้นทางนี้เธอเป็นคนเลือกเอง
อดทนต่อไปสิวดีกระซิบบอกลีลาที่กำลังอ่อนแอลง ปราการจ้องมองลีลาในร่างวดีด้วยหัวใจสับสน เขารู้สึกเจ็บแปลบปลาบไปทั้งหัวใจเมื่อมองเห็นแววตาเฉยชาคู่นั้น
วดีอยู่ไหนกันนะ เด็กสาวที่เคยเชื่อฟังเขา และน่าทะนุถนอมคนนั้น
เธอเป็นใครกันแน่?”
ปราการเอ่ยถามอย่างคนที่กำลังสูญเสียและผิดหวัง ลีลากลับคืนมาเข้มแข็งขึ้น จ้องมองเขาอย่างนางมารน้อย
ถามอะไรเช่นนั้นล่ะคะคุณพี่
เธอไม่ใช่เด็กคนนั้น คนที่ฉันรู้จักเมื่อตอนกลางวัน
ปราการกล่าว ก่อนจะล้วงเอากระเป๋าสตังค์ออกมา แล้วหยิบธนบัตรทั้งหมดที่มีอยู่ในนั้นโยนใส่หน้าลีลา จนธนบัตรปลิวว่อนในอากาศ กลิ่นเหม็นสาบของเงินโชยคละคลุ้งไปทั่วห้อง เหล่าสาวๆ นั่งดริ๊งก์ต่างหลงสูดอัดมันเข้าไปด้วยท่าทางหลงใหล ยกเว้นเพียงลีลาที่กำลังหลั่งน้ำตาให้กับมัน
จากนั้นปราการก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจไยดี ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งงันราวถูกสาป ทุกอย่างปิดฉากลงอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครกล้าปริปากพูดคุย
วดีได้สติวิ่งตามเจ้านายหล่อนออกไปที่ลานจอดรถ ปราการกำลังเคลื่อนรถออกจากร้านด้วยดวงใจเจ็บปร่า วดีร้องเรียกเขาด้วยหัวใจเจ็บปวดไม่แตกต่างกัน
เจ้านายคะ…”
ชายหนุ่มไม่ได้หันไปแยแสกับเสียงเรียกนั้น เวลานั้นทั้งเจ็บปวดระคนอับอาย ไม่นึกว่าเขาจะบ้าถึงเพียงนี้ หลงสาวนั่งดริ๊งก์จนหัวปักหัวปำ สุดท้ายก็ถูกหล่อนย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างไม่มีชิ้นดี
ถนนยามราตรีสายนั้นมองดูทอดยาวสุดลูกหูลูกตา วดีในคราบของลีลาได้แต่ยืนมองไฟท้ายรถของปราการวิ่งหายลับไปด้วยหัวใจสั่นกลัว
เขาจากไปแล้วเจ้านายของหล่อน ผู้ชายปากร้ายที่ค่อยๆ เหยียบย่างเข้ามาในหัวใจของผู้หญิงสองบุคลิกทั้งลีลาและวดีโดยไม่รู้สึกตัว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น