เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, (ตอนที่ 7 1/2)

   

             

ตอนที่ 7 1/2

               
                “ปราการทางนี้ลูก”
               เสียงเรียกดังมาจากร้านกาแฟใกล้ล็อบบี้ของโรงแรม ปราการถอนหายใจเบาๆ เมื่อมองไปเห็นมารดากำลังนั่งอยู่กับหญิงสาวนางหนึ่ง นัยว่าเป็นบุตรสาวคนเดียวของนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมที่กำลังขยายสาขาไปต่างประเทศ มารดาจึงหมายมั่นปั้นมือต้องการให้เขาแต่งงานกับตระกูลของหล่อน เพราะเห็นว่าทำธุรกิจโรงแรมเหมือนกัน
              “เจ้านายคะ…”
             วดีรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีเมื่อมองเห็นมารดาของปราการ
             “บอกแล้วไงห้ามเรียกเจ้านาย เริ่มแสดงตามบทของเธอเร็วสิ” ปราการหันไปกระซิบกระซาบกับวดีที่เอาแต่เดินหลบอยู่ด้านหลังเขา
            “ตอนนี้เลยหรือคะ?”
            “ใช่สิ ถ้าไม่ตอนนี้ แล้วเธอจะเริ่มพรุ่งนี้รึไง นึกว่ามีสมองมากกว่านี้เสียอีก”
             เจ้านายหล่อนกล่าวแดกดันเบาๆ ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก เมื่อไม่เห็นวดีลงมือเสียที ปราการจึงคว้ามือหล่อนมากุมไว้หมับ วดีสะดุ้งเล็กน้อย จ้องมองเจ้านายหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เขาประสานฝ่ามือเข้ากับฝ่ามือของหล่อนแนบแน่น
            “ที่รัก พร้อมรึยัง?”
             ปราการหันมาขยิบตาให้แฟนสาวกำมะลอ ขณะที่วดีได้แต่ทำหน้าเจื่อน พยักหน้าหงึกๆ นึกทึ่งในตัวเจ้านายที่แสดงบทบาทได้ดีเสียยิ่งกว่าสาวนั่งดริ๊งก์อย่างหล่อนเสียอีก
            “สวัสดีครับแม่ ขอโทษด้วยที่ให้รอนาน พอดีผมแวะไปรับแฟนมาด้วยระหว่างทางเลยเดินทางมาช้าหน่อย วดีนี่คุณแม่ของพี่ไหว้ท่านเสียสิ นี่วดีว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ในอนาคตไงครับ”
             ปราการกล่าวทักทาย พร้อมกับพังทลายฝันหวานของมารดาลงในเวลาเดียวกัน
             คุณหญิงประณีตได้แต่อ้าปากค้างเมื่อบุตรชายแนะนำวดีให้รู้จักในฐานแฟนสาว ไม่แตกต่างจากสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ
            “อะ…อะไรนะ เมื่อกี้ลูกว่าไงนะ?”
            คุณหญิงประณีตกะพริบตาปริบๆ หันมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ บุตรชายด้วยไม่เชื่อหูตัวเอง
             “สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูชื่อวดีค่ะ”
            วดีเริ่มแสดงบทละครบ้าง ด้วยการกล่าวแนะนำตัวเองและยกมือไหว้สวัสดีผู้เป็นมารดาของปราการ คุณหญิงประณีตทำหน้าเหวี่ยงใส่วดี พร้อมกับกล่าวเสียงกระแทกแดกดันเหมือนเจ้านายหล่อนไม่มีผิดเพี้ยน
            “เอากองไว้ตรงนั้นแหละ โอย…ฉันอยากจะเป็นลม ลูกฉันไปคว้าเอาผู้หญิงจากที่ไหนมาเป็นแฟนกันล่ะเนี่ย”
             คุณหญิงยกมือกุมขมับ ปวดหัวจี๊ดๆ เหมือนจะเป็นลมขึ้นมาทันที ส่วนสาวสวยที่นั่งข้างๆ ก็ได้แต่ทำท่ากระฟัดกระเฟียดเหมือนไม่พอใจ รู้สึกเสียหน้าอย่างแรง จนต้องลุกวิ่งหนีไปอย่างเร็ว แม้คุณหญิงประณีตจะร้องเรียกไว้ แต่หญิงสาวผู้นั้นก็ไม่ยอมหันกลับมามอง เพราะทนอับอายขายหน้าไม่ไหว
            “ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ ถ้ามีแฟนอยู่แล้วทำไมไม่บอกกล่าวแม่บ้าง ปล่อยให้แม่นัดผู้หญิงมาดูตัวเก้อ แล้วทีนี้ครอบครัวฝ่ายหญิงเขาจะมองแม่ยังไงกันล่ะทีนี้ ตระกูลเราต้องเสื่อมเสียก็เพราะการกระทำไม่คิดของลูกนี่แหละ”
             คุณหญิงประณีตต่อว่าบุตรชายคนโตเสียยกใหญ่ที่เขาไม่เคยปฏิบัติตามคำสั่งของนางแม้เพียงสักครั้งเดียว
            “เฮ้อ! “
             นึกแล้วก็โมโหตัวเองที่นางเลี้ยงเขาแบบตามใจมากเกินไปตั้งแต่เด็กจึงทำให้ปราการกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมาตลอด แถมยังปากร้าย ลอกเลียนแบบนางมาทุกกระเบียดนิ้ว
            “จะเสื่อมเสียอะไรกันนักหนาครับคุณหญิง ผมไม่ได้ไปฆ่าแกงใครสักหน่อย ก็แค่พาเมียมาแนะนำให้รู้จัก ดีเสียอีกฝ่ายโน้นเขาจะได้รู้ และไม่ต้องหวังลมๆ แล้งๆ อีก”
             ปราการกล่าว พลางนั่งลงตรงข้ามมารดา แล้วหันไปดึงแขน “เมีย” ให้นั่งลงข้างๆ พร้อมกับโอบกอดไหล่วดีเสียแน่นหนึบ
             วดีได้แต่ทำหน้าเอ๋อ จ้องมองเจ้านายสลับกับมารดาของเขาต่อปากต่อคำกันไปมา

             “แล้วนี่เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาจากตระกูลไหน เรียนจบอะไร แล้วตอนนี้ทำงานรึยัง ฉันมองยังไงลูกกับหล่อนก็ไม่เห็นจะคู่ควรกันสักนิด ดูๆ ไปยังกะพ่อกับลูก”
              น้ำสียงคุณหญิงประณีตเหมือนจะตำหนิบุตรชายของนางเสียมากกว่าตำหนิฝ่ายหญิง
             “คุณแม่ก็พูดเข้าไปนั่น ผมเพิ่งย่าง 34 จะเป็นพ่อวดีได้ยังไงกันล่ะครับ จริงไหมที่รัก?”
               ปราการหันไปถามวดีที่เอาแต่นั่งยิ้มแหย เวลานั้นนึกอยากถอนตัวออกจากบทเมียของปราการขึ้นมาทันที เพราะเจ้านายหล่อนเล่นบทโอบกอดไม่ยอมปล่อย จนวดีต้องแกล้งบอกเสียงเบา
           “โอ๊ย! ร้อนจังเลยนะคะที่นี่”
             วดีแกล้งร้องขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของสองแม่ลูก พลางขยับตัวออกห่างจากเจ้านายที่เอาแต่แต๊ะอั๋งไม่เลิก
            “อ้าว! เธอก็ขี้ร้อนเหมือนฉันรึเนี่ย ฉันคิดว่ามีฉันคนเดียวที่ร้อน โรงแรมเราแอร์เสียหรือเปล่าลูก ทำไมมันถึงร้อนแบบนี้ล่ะ?”
             คุณหญิงประณีตถาม ปราการนั่งมองผู้หญิงสองวัยพัดโบกสะบัดมือไปมาแล้วก็นึกขัน
            “แม่น่ะเป็นวัยทอง ผมพอจะเข้าใจ แต่วดีเธออายุยังไม่เยอะทำไมถึงรีบเป็นวัยทองเหมือนแม่ของพี่เสียแล้วล่ะ?”
             ปราการพูดตามที่คิด ทำเอาผู้เป็นมารดากับวดีหันขวับไปมองชายหนุ่มปากกรรไกรด้วยความรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก
           “ฉันไม่น่าคลอดแกออกมาเล้ย ปากแกนี่ถ้าไม่พูดแดกดันคนอื่นสักวัน ฉันจะไปรำถวายที่ศาลพระพรหมเจ็ดวันเจ็ดคืนให้เลยเอ้า” มารดาของเขากล่าว พร้อมกับทำหน้าเหวี่ยงใส่เข้าให้
           “โถๆ คุณหญิงแม่ครับ พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะคนที่เลี้ยงดูและสอนผมก็คือคุณหญิงนะครับ ผมเป็นแบบนี้ไม่ดีหรือไงครับ ผู้ชายปากกับใจตรงกันหายากจะตาย หรือจะให้ผมเป็นผู้ชายประเภทพูดต่อหน้าอีกอย่าง ลับหลังทำอีกอย่างเหมือนคุณป๊ะป๋า…”
           ปราการหลุดคำว่าป๊ะป๋าออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าคุณหญิงประณีตเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดในทันที
            พอรู้ตัวว่าทำพลาด ชายหนุ่มรีบลุกเดินเข้าไปหามารดาที่เอาแต่นั่งตีหน้าเศร้า นึกน้อยใจที่ตัวเองด้อยวาสนาในด้านคู่ครอง เพราะครั้งเมื่อสามียังมีชีวิตอยู่เขาแอบไปมีภรรยาน้อยไปทั่ว แถมยังโกหกนางด้วยคำพูดหวานๆ ตลอดเวลา พอสิ้นสามีจึงรู้ภายหลังว่าสามีมีเมียเก็บหลายสิบคน จนนางต้องใช้เงินปิดปากบรรดาเมียเก็บเหล่านั้นให้เก็บเป็นความลับเพื่อไม่ให้ลูกๆ รู้ความจริง ยกเว้นก็แต่ปราการที่ล่วงรู้เพราะเขาฉลาดและอ่านเกมขาด ไม่มีเรื่องอะไรที่ปิดบังเขาได้เลย
            เพราะสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องมาจากสามีไม่ซื่อสัตย์ต่อนาง คุณหญิงประณีตจึงพยายามสั่งสอนบุตรชายคนโตไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างบิดาตั้งแต่เด็ก แต่ดูเหมือนว่านางจะสอนเขาเข้มงวดมากเกินไปในเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น นิสัยของปราการจึงค่อนข้างตรงเป็นไม้บรรทัดแบบนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น