เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอนที่ 5, 2/2


           


ตอนที่ 5, 2/2


               วดีเดินทางไปถึงเลาจน์ประมาณสองทุ่มครึ่ง ก่อนเข้าร้านหล่อนต้องนึกแปลกใจที่สังเกตเห็นผู้คนยืนมุงดูอะไรบางอย่างแน่นขนัดที่บริเวณลานจอดรถ
             “ลีลา ทางนี้ๆเสียงดาริกาเพื่อนร่วมงานตะโกนร้องเรียกฉายาของวดีที่ใช้กันในที่ทำงานเสียงดัง
             เกิดอะไรขึ้นหรือดา?” วดีถามด้วยความสงสัย
            มีนักเลงกลุ่มหนึ่งรุมกระทืบลูกค้าแล้วพากันขับรถชิ่งหนีไปเมื่อตะกี้ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยดาริการายงานด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจ
            อ้าว! แล้วคนถูกรุมเป็นอะไรมากไหม ทำไมไม่มีใครช่วยล่ะ ยืนมุงกันเฉยๆ แบบนั้นเกิดเขาเจ็บหนักขึ้นมาจะทำยังไง เราไปช่วยเขาเถอะ ไหนๆ ก็อยู่หน้าร้านเรา” วดีกล่าวอย่างร้อนรน ไม่รีรอที่จะแหวกวงไทยมุงเข้าไปดูคนเจ็บ เบื้องหน้านั้นหล่อนมองเห็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบตอนต้นชาวญี่ปุ่นกำลังนั่งตัวงอพิงอยู่ข้างรถเก๋งสีดำ เอามือกุมท้อง ท่าทางเจ็บปวดแสนสาหัส มุมปากของเจ้าหนุ่มแดงฉานไปด้วยเลือดสดๆ ตาของเขาขวางไม่ต่างจากหมาบ้า พร้อมจะโดดขย้ำทุกคนถ้าขืนเข้าไปใกล้ จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยแม้แต่สักคนเดียว
            คุณโอเคไหม?” วดีถามเป็นภาษาไทยเพื่อหยั่งเชิงดูก่อน เจ้าหนุ่มจ้องมองมายังหล่อนดวงตาเขาตอนนั้นค่อยๆ หรี่ปรือเหมือนคนกำลังใกล้จะหลับ พร้อมกับครางงึมงำบางประโยคที่วดีไม่เข้าใจ
            มินาโกะ…”
            อะไรนะคะ ดาโทร.เรียกรถพยาบาลด่วนเลยดูเหมือนเขาจะหมดสติแล้วล่ะ
             วดีร้องบอกดาริกาที่เอาแต่ยืนมือไม้สั่น กดหมายเลขถูกๆ ผิดๆ กระทั่งรมย์ยาโผล่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ พอเห็นท่าทางเงอะๆ งะๆ ของดาริกา หล่อนจึงเป็นคนจัดการโทร.ตามรถพยาบาลให้เสียเอง
             “แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นล่ะ?”
             รมย์ยาหันไปถามวดีที่กำลังพยุงคนเจ็บ และพยายามพูดคุยเพื่อไม่ให้คนเจ็บหลับ
            คุณ คุณอย่าหลับนะ เดี๋ยวรถพยาบาลใกล้มาถึงแล้วค่ะ ทำใจดีๆ ไว้นะ
            เสียงวดีดังสะท้อนกลับไปกลับมาอยู่ข้างหูเขา จากที่กำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ แต่พอได้ยินเสียงเด็กสาว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอีกครั้ง จนเมื่อรถพยาบาลวิ่งมาถึง คนเจ็บถูกหามขึ้นรถพยาบาล เนื่องจากไม่มีใครขันอาสาไปเป็นญาติผู้ป่วย วดีจึงตัดสินใจไปเสียเอง
            ฝากลางานกับมาม่าซังให้ด้วยนะคะพี่รมย์ ดา
            วดีร้องตะโกนบอกรมย์ยากับดาริกาที่ยืนมองตามด้วยความเป็นห่วง
            ยัยลีนี่มันก็พิลึกคน ไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำก็ยังจะไปช่วยคนสุ่มสี่สุ่มห้าอีกเฮ้อ!
            รมย์ยาบ่นงึมงำ พร้อมกับส่ายหน้า เพราะจนปัญญาจะเข้าใจความคิดของรุ่นน้อง
***********
             คุณหมอคะ ผู้ชายคนนั้นอาการเป็นยังไงบ้างคะ?”
              เด็กสาวรี่ตรงเข้าไปถามหมอผู้รักษาทันทีที่เห็นเขาเดินออกมาจากห้องตรวจ
             เขาแค่สลบไปครับ เพราะถูกทุบตี อาการภายนอกก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รอให้คนไข้ฟื้น เดี๋ยวค่อยตรวจอย่างละเอียดอีกที
             เมื่อได้ยินคำพูดของหมอ วดีถึงกับถอนหายใจโล่งอก
             หล่อนนั่งเฝ้าไข้ชายหนุ่มนิรนามจนเวลาล่วงไปถึงตีสาม และลืมไปเลยว่าต้องกลับไปนอนที่คฤหาสน์ตามกฎของปราการ

             ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด
             เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้นต่อเนื่องมาจากกระเป๋า ปลุกลีลาที่กำลังนั่งหลับบนเก้าอี้ให้งัวเงียตื่นขึ้น หล่อนเอื้อมมือไปควานหามือถือในกระเป๋า ก่อนจะกดรับสายโดยไม่มองชื่อคนโทร.มา
             ไปแรดอยู่ไหน จะกลับเข้าบ้านได้หรือยังยัยบ๊อง?” เสียงเจ้านายจอมปีศาจของวดีตะโกนแหวกเข้าไปในรูหูหล่อนจนขี้หูพากันเต้นผาง คราวนี้วดีถึงกับตื่นเต็มตา พอหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ดวงตาก็แทบเบิกกว้างด้วยความตกใจ
              ตายห่ะ! ตีสามครึ่งเอ่อเจ้านายวันนี้วดีติดธุระด่วน เอาไว้วดีจะกลับไปตอนหกโมงเช้านะคะ แล้วค่อยเจอกัน
               วดีกล่าวอย่างรวบรัด แล้วรีบกดวางสาย เนื่องจากไม่ต้องการต่อปากต่อคำกับปราการ ด้วยนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองของเขา หล่อนรู้ว่าเขาต้องจิกถามไม่ยอมปล่อยแน่
              สักพักมือถือของวดีก็ดังขึ้นอีก หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เมื่อจ้องมองไปยังชายหนุ่มแปลกหน้าบนเตียง ก็นึกสงสารที่เขาไม่มีญาติอยู่ด้วย วดีจึงตัดสินใจที่จะไม่รับสายเจ้านายของหล่อน
              ขอโทษด้วยค่ะเจ้านาย
               วดีบ่นพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจกับเสียงโทรศัพท์ ดูเหมือนปราการเองก็คงจะถอดใจไปแล้วเช่นกัน เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไม่โทร.มาอีก วดีจึงนั่งสัปหงกต่อจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง หล่อนต้องสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ถึงมือใครบางคนยื่นมาสัมผัสที่ไหล่เบาๆ
               ว้าย! ผีหลอกวดีลุกพรวดขึ้นยืน แต่พอเพ่งมองบุรุษร่างสูงที่ยืนตระหง่านตรงหน้าท่ามกลางแสงไฟขมุกขมัวอยู่สักพัก หญิงสาวก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
            เจ้านายหล่อนยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยนัยน์ตาดุดัน ท่าทางแบบนั้นยิ่งกว่าผีหลอกเสียอีก วดีคิด ก่อนจะเอามือลูบอกไปมา
           โอยเจ้านายคะตกใจหมด แล้วเจ้านายมาที่นี่ได้ยังไงคะ?” วดีถามด้วยความสงสัย พลางนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยตามเดิม
           ฉันก็ขับรถมาน่ะสิถามได้ แล้วนี่เป็นอะไรถึงเข้าโรงพยาบาล?”
           วดีเปล่าเป็น แต่มาเฝ้าคน
            วดีบุ้ยปากไปที่หนุ่มญี่ปุ่นนิรนามที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงผู้ป่วย
           แล้วนี่ใครมิทราบ แฟนเธอรึเปล่า?”
            ปราการถาม น้ำเสียงเหมือนไม่พอใจ จ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความสงสัย วดีรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
           ปะ เปล่าค่ะ
           ปราการคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ
           แล้วเขาเป็นใคร?”
            เอ่อวดีก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ
           ฮ้า! ที่เธอไม่กลับบ้านเพราะมานั่งเฝ้าผู้ชายที่ไม่รู้จักนี่นะยัยบ๊อง
***********
          เคนชิโรเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ในรุ่งเช้าวันใหม่ เช้านี้เขารู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำดำเขียวไปทั่วทั้งตัวก็ตาม
            “มินาโกะ
             ชายหนุ่มวัย 25 ปี ครางเรียกชื่อนั้นขึ้นแผ่วเบาเมื่อหันไปมองเห็นด้านหลังของผู้หญิงที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ต่อเมื่อผู้หญิงคนนั้นหันหน้ากลับมามองที่เขา เคนชิโรก็ยิ่งแน่ใจว่าหล่อนคือ มินาโกะ ผู้หญิงที่เขาตามหามาตลอดสองปีเต็มคนนั้น
           “ตื่นแล้วหรือคะคุณ?”
            วดีเดินกลับเข้ามาที่เตียง แล้วถามเขาเป็นภาษาไทย เคนชิโรทำหน้างุนงงเล็กน้อย พอพินิจใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ใกล้ๆ จึงรู้ว่าไม่ใช่มินาโกะ แต่เป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายกันเท่านั้น
           “ฉันเป็นคนพาคุณมาส่งโรงพยาบาลเมื่อคืน จำได้ไหมคะ?” วดีถาม เคนชิโรส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับเป็นภาษาไทยเสียงตะกุกตะกัก
           “คุณไม่ใช่มินาโกะ?”
            วดีได้แต่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
           “ฉันชื่อวดีค่ะ ไม่ใช่มินาโกะ
            หล่อนอธิบายช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ
            เคนชิโรทำหน้าผิดหวังอย่างแรง ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรต่อ เสียงของใครคนหนึ่งก็ร้องดังมาจากประตูขัดจังหวะเสียก่อน
            “ไปได้หรือยังยัยบ๊อง คนป่วยก็ฟื้นแล้วนี่
            วดีหันไปมองปราการที่ยืนพิงประตูใบหน้าถมึงทึงเหมือนโกรธเธอมาหลายชาติ วดีถอนหายใจเบาๆ คิดในใจ
           “นี่ก็อีกคน อาการน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคนป่วยนอนอยู่บนเตียงเสียอีก
            เจ้านายเธอตามมาที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน พอเธอไม่ยอมกลับบ้านเขาก็ไม่ยอมกลับเหมือนกัน ดื้อดึงจะอยู่กับเธอจนกว่าเธอจะยอมกลับไปกับเขา
           วดีไม่เข้าใจสักนิด ทำไมเจ้านายหล่อนถึงได้เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ นับวันเขายิ่งเริ่มทำตัวแปลกขึ้นเรื่อยๆ ชอบตามคุมเธอแจราวกับเธอเป็นเด็กในปกครองของเขาก็ไม่ปาน
           “ผมอยู่ที่ไหนครับ?”
             เคนชิโรเอ่ยถามเมื่อตั้งสติได้ นึกทบทวนเรื่องราวเมื่อคืน จำได้เลือนราง เขาเดินทางไปที่เลาจน์ ตอนขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ แต่เกิดไปเฉี่ยวชนเข้ากับรถของผู้ชายกลุ่มหนึ่งจึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น จากนั้นเขาก็โดนรุมจนได้รับบาดเจ็บไปทั้งตัว
           “โรงพยาบาลค่ะ คุณมีญาติที่ติดต่อได้ที่เมืองไทยไหมคะ ฉันจะช่วยติดต่อให้” วดีถามอย่างมีน้ำใจ เคนชิโรสั่นหัว
           “ไม่มีหรอกครับ ตอนนี้ผมโอเคแล้ว พวกคุณกลับไปเถอะ ขอบคุณมากในความช่วยเหลือ วันหน้าผมอยากตอบแทนในน้ำใจคุณบ้าง ถ้าคุณไม่รังเกียจผมขอเบอร์โทร.คุณไว้ได้ไหมครับ?”
            ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสำนึกในบุญคุณ แต่วดียังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด ปราการก็เดินรี่ตรงเข้ามาจับมือหล่อน พร้อมกับหันไปบอกหนุ่มญี่ปุ่นเสียงดัง
             “ไม่จำเป็น ไปกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ฉัน
              วดีหันจ้องหน้าเจ้านายตาปริบๆ รู้สึกมึนงงกับการกระทำที่ไร้เหตุผลของปราการจนพูดอะไรไม่ออก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น