เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 5, 1/2

               

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 5, 1/2

             ท้ายที่สุดปราการก็ต้องกลายเป็นสารถีขับรถให้กับวดี แต่เขากลับไม่ยอมพาไปที่ตลาดตามคำขอร้องของหล่อน แต่ขับเข้าห้างฯ ที่เขากำลังจะเข้าไปรับตำแหน่งเป็นประธานแทนบิดาที่เสียไป
               พอว่าที่ประธานโผล่มาเดินที่ห้างฯ โดยไม่มีใครทราบล่วงหน้า ทั้งพนักงานระดับล่างยันผู้บริหารระดับสูงเมื่อได้รับทราบข่าวการปรากฏตัวของปราการ ต่างก็พากันวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาต้อนรับ สร้างความโกลาหลไปทั้งห้างฯ ลูกค้าต่างพากันแตกตื่นนึกว่าห้างฯ ถูกวางระเบิด วดีที่ตามมากับปราการก็พลอยตื่นตกใจไปด้วย
              “อะอะไรหรือคะเจ้านาย เกิดอะหยั๋งขึ้นอีกล่ะเนี่ย?” วดีถามเป็นสำเนียงชาวเหนืออย่างตลกขบขัน
             “ท่านประธานครับ จู่ๆ จะมาทำไมไม่บอกพวกเราก่อนล่ะครับ พวกผมจะได้เตรียมตัวมาต้อนรับ”
             นายบัญชา ผู้จัดการใหญ่ประจำห้างฯ เอ็ม และเป็นญาติห่างๆ ฝ่ายบิดาของปราการวิ่งหน้าตั้งเข้ามาเสนอหน้าทันทีที่รู้ว่าปราการโผล่มา
              “อั๊ยย่ะ! คุณบัญชา คุณดูแก่ไปเยอะเลยนะ ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปี อย่าเอาแต่ทำงานหนักสิครับหาเวลาออกกำลังกายบ้างสิ ไปตีกอล์ฟก็ได้ แล้วนี่พวกคุณแห่มาทำไม?
              คำทักทายของว่าที่ประธานคนใหม่ทำเอาพนักงานที่แห่มาต้อนรับต่างพากันหน้าหงายตึงไปตามๆ กัน
              “เอ่อพวกกระผมอ่า
               ผู้จัดการวัยห้าสิบเศษถึงกับพูดติดอ่างไปเลยทีเดียว รู้สึกอับอายขายหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาตัวเองก็ปานนั้น ที่ปราการพูดกับเขาเหมือนไม่ให้เกียรติ ทั้งๆ ที่เขาเองก็เป็นเหมือนญาติฝ่ายบิดาของปราการ
              “วันนี้ท่านประธานมาช็อปปิ้งค่ะทุกท่าน ต้องขออภัยด้วยนะคะที่รบกวนเวลาทำงาน”
              วดีเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดระหว่างประธานคนใหม่กับเหล่าพนักงานที่เริ่มวางตัวไม่ถูก พอวดีกล่าวจบ ทุกคนต่างหันขวับไปจ้องมองเด็กสาวข้างๆ ปราการเป็นสายตาเดียวระคนสงสัยว่าหล่อนเป็นใคร มาเผือกเรื่องคนอื่นทำไม เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นวดีคิดอะไรไม่ออกได้แต่หันไปทางเจ้านายของหล่อนที่ยืนจ้องมองมา พร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
               “เจ้านายคะ” วดีทำหน้าแหย จ้องมองเขาด้วยสายตาวิงวอน ปราการกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนหันไปกล่าวกับทุกคนเสียงดัง
               “เลขาผมน่ะ เธอชื่อ วดี ต่อไปถ้ามีอะไรก็สั่งผ่านเลขาคนนี้ได้ เธอจัดการแทนผมได้ทุกอย่าง โอเค.ครับขอบคุณที่มาต้อนรับ แต่วันนี้ผมไม่ได้มาทำงาน ขอเวลาส่วนตัวเดินช็อปปิ้งหน่อยก็แล้วกัน พวกคุณถ้าไม่มีอะไรก็กลับไปทำงานได้แล้ว ไม่ต้องมาเดินตาม เดี๋ยวลูกค้าจะพากันตื่นตกใจกันหมด”
               ปราการกล่าว พนักงานจึงทำการสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

               “เจ้านายไปบอกว่าวดีเป็นเลขาแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะคะ มันไม่ใช่เรื่องจริงเสียหน่อย”  วดีพูดกระซิบกับปราการ เมื่ออยู่กันสองต่อสอง
               “เมื่อก่อนใช่ แต่นับจากวันนี้เธอเป็นเลขาฉันเรียบร้อยแล้ว เข้าใจ๋?
               “ฮ้า! ได้ยังไงกันคะ?” วดีร้องเสียงหลง
               ประธานหนุ่มหันมาจุปากสั่งให้เบาเสียงลง “อยากให้คนทั้งห้างฯ รู้รึไงว่าเธอเป็นเลขา”
              “แต่วดีเป็นคนใช้นะคะ”
               “พ่วงตำแหน่งเลขาเข้าไปอีกจะเป็นไรไปยัยบ๊อง”
               “เจ้านายจะให้เด็กอย่างหนูเป็นเลขาเนี่ยนะคะ มันจะเป็นไปได้ยังไง วดียังเรียนไม่จบปริญญาตรีเสียด้วยซ้ำ”
               วดีพูดเสียงอ่อย คิดว่ามันเป็นเพียงการล้อเล่นของปราการ และคิดว่าไม่ถูกต้องที่คนอย่างเธอจะกลายเป็นเลขาให้ประธานใหญ่อย่างเขา ส่วนปราการนั้นเอาแต่หัวเราะขบขันกับท่าทางเอ๋อของเด็กสาว
              “ได้สิ เธอเป็นได้ทุกอย่างนั่นแหละถ้าฉันอยากให้เป็น ฉันเป็นใคร เห็นหรือยัง นอกจากความฉลาดแล้วเธอต้องมีอำนาจด้วยถึงจะเรียกว่าผู้ครองโลกอย่างแท้จริง ฮ่า ฮ่า”
                 ปราการกล่าว พร้อมกับหัวเราะเสียงดังตบท้าย
**********

             “ปอกซะกระเทียมน่ะผู้ครองโลก”
               พอกลับถึงบ้าน วดีเป็นใหญ่ในครัวจึงถือโอกาสนี้ออกคำสั่งเจ้านายที่เอาแต่ยืนเก้ๆ กังๆ มองดูกระเทียมตาปริบๆ
               “ทำไมต้องเป็นฉัน เธอเป็นคนใช้ก็ต้องทำทุกอย่างเองสิ มาสั่งฉันทำไม”
               “แล้วจะกินไหมข้าวน่ะ หนูทำคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ มีแค่สองมือ แค่ห้าหมื่นจะใช้ให้ทำทุกอย่าง เป็นทั้งคนใช้ เลขา มันไม่มากไปหรือคะเจ้านาย แล้วนี่จะคุ้มไหมเนี่ย”
              วดีเริ่มบ่นเป็นยายแก่ หันไปกลอกตาดำใส่เจ้านายที่ทำหน้าเหยเกย ไม่นึกเลยว่าเมื่อมาอยู่ในครัวจะถูกยัยเด็กอายุน้อยกว่าสั่งเอาๆ แบบนี้ เสียชื่อประธานใหญ่หมด ปราการคิด
              “บุญเท่าไหร่แล้วที่ฉันให้เธอเป็นเลขา ไม่มีใครอยู่กับฉันได้นานนักหรอกนะ เพราะถ้าไม่ถูกใจ ฉันไล่ออกหมด”
               “ถ้างั้นวดีก็คงจะเป็นรายต่อไปล่ะสิ?
               “ยังหรอกน่า
                “ทำไมคะ?
               “ก็เธอมันทั้งอึดทั้งทนน่ะสิยัยบ๊อง นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันเลือกเธอ ฮะ ฮะ”
              “ฮ้า!
************

             “วดีมานี่”
                หลังรับประทานอาหารเสร็จ เจ้านายจอมกวนประสาทของวดีก็เรียกเธอเข้าไปนั่งที่โซฟา
               “มีอะไรคะเจ้านาย วดีต้องขึ้นไปทำความสะอาดบ้านอีก” วดีว่า หล่อนต้องรีบเร่งทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนออกไปทำงานนั่งดริ๊งก์คืนนี้
              “นั่งลงก่อน มีเรื่องจะคุย”
               ปราการกล่าว ท่าทางเป็นงานเป็นการ ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเชียว
               “เรื่องคอขาดบาดตายเลยหรือคะ?
               “ใช่ก็แม่ฉันน่ะสิโทร.มาจะนัดให้ไปดูตัวกับใครก็ไม่รู้พรุ่งนี้ เธอช่วยเป็นแฟนฉันสักวันได้ไหม แฟนปลอมๆ น่ะ แค่วันเดียว”
                ปราการขอร้องแบบหน้าตาเฉย แต่ทำเอาวดีถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
               “อ่าคนใช้เลขาแล้วยังจะให้เป็นแฟนหลอกๆ อีกรึคะเนี่ยเฮ่ยนี่มันจะไม่มากไปหรือคะ วดีไม่ใช่หุ่นยนต์สารพัดนึกของคุณนะคะ”
              “ก็เป็นซะ”
                “ห๊ะ! ” ได้ยินแบบนั้นวดีแทบอยากจะกรีดร้องออกมาเป็นเสียงจิ้งหรีดเลยทีเดียว

to be continued>>>

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น