เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4, 2/2


            

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4, 2/2

             ระหว่างเดินทางกลับคฤหาสน์ของปราการ วดีเก็บเอาเรื่องของรมย์ยามาคิดตลอดทาง และเรื่องของปราการเจ้านายหล่อนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เหมือนโจทย์ข้อใหม่ซึ่งวดีต้องตีโจทย์ให้แตกและแก้ปัญหาให้ออกว่าจะรับมืออย่างไรกับเขาต่อไปดี
               “ทำไงดีน๊าโจทย์สองข้อนี้ น่าปวดหัวจัง”
                เด็กสาวบ่นงึมงำ และเดินโซเซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ พอเปิดประตูเข้าบ้านก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเจอร่างสูงใหญ่กำลังยืนรออยู่ที่บันได
            “ทำไมเพิ่งกลับ?
              ปราการถามเสียงเคร่งเครียดราวกับผู้ปกครองของหล่อนก็ไม่ปาน
             “ก็วดีทำงานกลางคืนนี่คะเจ้านาย เวลาเลิกงานตีหนึ่ง ตีสองครึ่งกลับถึงบ้านนี่ก็คือเวลาปกติของวดี ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น ดูหนัง ฟังเพลงกับผู้ชายเสียหน่อย”
            “งานบ้าบอคอแตกอะไรของเธอ ดื่มเหล้าเมามายเพื่อเงินไม่กี่พันบาททุกวัน เธอรู้หรือเปล่าหนึ่งดริ๊งก์คือเท่าไหร่?
           “ห้าร้อยบาทไงคะ สำหรับลูกค้าขาจรอย่างเจ้านาย ถ้าเมมเบอร์ขาประจำก็จะตกดริ๊งก์ละสามร้อย”
           วดีกล่าวเสียงอ้อแอ้ เริ่มง่วงนอนและเพลียเต็มแก่
            “ไม่ใช่ ถ้าเธอดื่มวิสกี้หรือบรั่นดีหนึ่งดริ๊งก์ก็เท่ากับ 45 ซีซี  ไวน์หนึ่งดริ๊งก์ 150 ซีซี ส่วนเบียร์หนึ่งดริ๊งก์ 360 ซีซี จากผลการวิจัยถ้าเธอดื่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 100-200 กรัมต่อสัปดาห์อายุจะสั้นลงประมาณ 6 เดือน ถ้าดื่มมากกว่านั้นต่อเนื่อง ก็เตรียมสั่งโลงศพเอาไว้เลย เพราะตับของเธอจะค่อยๆ ถูกทำลาย สารพัดโรคก็จะตามมา ทั้งมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม สมองฝ่อ กล้ามเนื้อหัวใจพิการ และยังไม่นับรวมพวกโรคแอลกอฮอล์ลิซึ่มนั่นอีก เธอจะตายอย่างคนไร้ค่า แม้แต่ประตูสวรรค์ก็ไม่ยอมเปิดต้อนรับ เพราะศพของเธอมันเหม็นหึ่งด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ รู้ไว้ซะด้วยยัยบ๊อง!"
             ปราการร่ายยาวราวกับนักอ่านข่าว หรือหมอกำลังรายงานผลการตรวจสุขภาพให้คนไข้ฟัง วดีเอาแต่หัวเราะ เดินโซเซเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม แล้วกล่าวเสียงอ้อแอ้
           “เจ้านายขา อย่าห่วงนักเลยเรื่องความเป็นความตายของคนอื่น เพราะคนเราอยู่ได้ไม่ถึงร้อยปีหรอกก็ต้องตายอยู่ดี ส่วนจะตายด้วยวิธีไหนก็เป็นอีกเรื่อง แต่ตอนนี้ห่วงตัวเองเอาไว้ก่อนดีกว่า วดีง่วงนอนจะตายอยู่แล้วมีอะไรค่อยเอาไว้คุยกันใหม่พรุ่งนี้นะคะ กู๊ดไนท์
            พูดจบวดีก็เดินโซเซขึ้นไปข้างบน ปราการได้แต่ส่ายหัว แต่ก็ไม่วายเดินตามไปค่อนแคะหล่อนจนถึงหน้าห้อง
           “อ้าวๆ ดูๆ เดินเข้า ไหวรึเปล่าล่ะนั่น?
           “ไหวสิคะ คนอย่างวดีคอแข็งจะตาย”
           “ทำมาเป็นพูดเก่งเดินก็ยังจะไม่ไหว ให้ฉันพยุงไปนอนไหม?
            ปราการขันอาสา วดีหันขวับมามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
            “จะหลอกแต๊ะอั๋งหรือเปล่าเนี่ย หนูรู้ทันนะ พวกโคแก่อย่างเจ้านายชอบเด็กเอ๊าะๆ”
           “เอ้า! มโนไปโน่นยัยบ๊อง ใครจะแต๊ะอั๋งเด็กอย่างเธอ น้องสาวฉันอายุมากกว่าเธอเสียอีก อย่างเธอมันเป็นหลานฉันยังได้เลย”
             ปราการว่า แอบเคืองใจนิดๆ ที่โดนเด็กสาวหาว่าเป็น “โคแก่”
             “ให้มันจริงเหอะ วดีมีแผนการเกี่ยวกับชีวิตเยอะแยะ ไม่สนหรอกเรื่องพวกผู้ชาย ต่อให้รวยล้นฟ้าแบบเจ้านายก็ไม่ได้อยู่ในสายตา เอิ๊ก  
            วดีพร่ำไปเรอไป กลิ่นเหล้าโชยหึ่งไปทั่ว ปราการถึงกับเบือนหน้าหลบไปอีกทาง
           “ยัยเมรีขี้เมาเปิดประตูก็แทบจะไม่ได้ ยังจะมาปากดีอีก มานี่ฉันเปิดให้”
            ปราการคว้าเอากุญแจจากมือหล่อนมาเปิดประตูให้ ก่อนจะถือวิสาสะอุ้มเด็กสาวขึ้นในอ้อมแขน แล้วรี่ตรงไปที่เตียงนอน วดีตื่นตกใจในการกระทำของปราการ พยายามดิ้นรนจากอ้อมกอดแข็งแรงของเขา เมื่ออยู่บนเตียงด้วยกัน ปราการดึงหล่อนเข้าไปในอ้อมกอดแล้วรัดไว้แน่น
             “จะไปไหน”
            “ไหนเมื่อกี้บอกว่าไม่สนวดีไงคะ ฉันเด็กกว่าคุณตั้งสิบกว่าปีนะคะเจ้านาย เป็นหลานคุณได้เลยน๊า จะมากอดฉันทำไม ออกไปสิคะ”
             “นั่นมันเมื่อกี้ แต่ตอนนี้ฉันเห็นเธอเป็นผู้หญิง”
             “คนฉลาดเขาไม่ทำแบบนี้นะคะเจ้านาย”
             วดีพยายามหาถ้อยคำมาเกลี้ยกล่อมให้เขากลับใจ
             “บางครั้งฉันก็อยากลองเป็นคนโง่ดูบ้างไม่ได้หรือไง มานี่สิ ให้ฉันกอดเธอหน่อย แค่กอดเท่านั้นเอง”
            “ทำไมคะ?
            “ทำไมต้องถามหาเหตุผล ก็แค่อยากกอด”
             “แค่นั้นหรือคะ?
             “ฮืมแค่นั้นแหละ”
              เขาครางในลำคอ วดีจึงสงบนิ่งอยู่ในอ้อมกอดนั้นสักพัก ทั้งสองได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นตึ้กตั้กราวกับเสียงกลองตีแข่งกัน
              “เจ้านายคะ”
               วดีเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ และความคิดที่กำลังทำงานอย่างหนัก
              “ว่าไง?
               เจ้านายหล่อนก้มลงมามอง ใบหน้าและริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอันเย้ายวนของวดีมันกระตุ้นต่อมกามเขาจนร่างกำยำร้อนผ่าว และใจเต้นแรงขึ้นมาอีก
              “วดีอยากอาบน้ำ เจ้านายออกไปนอนห้องเจ้านายได้ไหมคะ?
               วดีคิดว่าเขาคงเข้าใจในความหมายของหล่อน
               “ฉันไม่กวนเธอหรอก ฉันนอนเฉยๆ ฉันนอนที่ห้องคนเดียวมันวังเวงยังไงชอบกล ไปสิเธอไปอาบน้ำซะ ฉันจะหลับแล้วล่ะ”
              ปราการว่า พลางหรี่ตาทำท่าเหมือนหลับอย่างที่บอก วดีลุกนั่งจ้องมองเจ้านายจอมกวนประสาทแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้ในความเอาแต่ใจของเขา
วดีนำเอาชุดนอนเข้าไปเปลี่ยนในห้องอาบน้ำด้วย เตือนตัวเองว่าต่อไปนี้ต้องคอยระวังตัวให้ดีเมื่ออยู่ใกล้ปราการ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนกับหล่อนอีก
             พอกลับออกมาจากห้องน้ำ ปราการยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ไม่มีทีท่าว่าจะลุกกลับออกไปนอนที่ห้องเขา วดีเดินเข้าไปเอาผ้าห่มคลุมร่างกำยำ ก่อนจะหยิบเอาหมอนลงไปนอนบนพื้นข้างเตียง ยื่นมือไปปิดสวิทช์ไฟที่หัวเตียง แล้วทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทางหมดเรี่ยวแรงพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ ในความมืดสลัว ปล่อยความคิดล่องลอยไปถึงแม่ที่ป่วยด้วยโรคไตซึ่งอยู่ต่างจังหวัด โชคดีที่แม่ของเธอยังมีพี่ชายกับพี่สะใภ้คอยดูแล วดีก็เพียงแต่มีหน้าที่หาเงินส่งไปให้พวกเขานำไปรักษาแม่ทุกสัปดาห์
              ไม่นานวดีก็ผล็อยหลับเป็นตายเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน
               พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเจ็ดโมงเช้า วดีนึกประหลาดใจที่พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง โดยมีเจ้านายของหล่อนกำลังนอนตะแคงข้าง จ้องมองอยู่แววตาแทบไม่กะพริบ วดีมองสบตาเขาไม่หลบเช่นกัน
              “มอร์นิ่ง” ปราการเอ่ยทักทายสั้นๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มให้ วดียิ้มตอบอย่างเขินๆ
              “เจ้านายยังไม่ออกไปอีกหรือคะ?
               “ไปไหน?
               “ก็ห้องเจ้านาย”
               “ในบ้านหลังนี้เป็นห้องของฉันหมด ฉันจะนอนไหนก็ได้” 
              เขากล่าวอย่างยียวน ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไรผมออกจากใบหน้าของหล่อน วดีขยับถอยห่างเล็กน้อย ปราการยื่นมือไปรั้งหล่อนเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมอก
              “อย่าทำแบบนี้สิคะเจ้านาย”
              “อยากจะทำ ใครจะทำไม?
              “วดีไม่ยินยอมพร้อมใจเสียหน่อย”
              “เดี๋ยวก็ยอม”
             น้ำเสียงปราการมั่นอกมั่นใจ
             “เอาแต่ใจตัวเอง”
              วดีต่อว่า พร้อมกับทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ
              “นั่นแหละฉัน”
              ปราการหัวเราะหึๆ ในลำคอ
             “จะปล่อยไหมคะ?
              “ยัง จนกว่าฉันจะพอใจ”
              “วดีไม่ใช่คุณตัวนะคะ แค่นั่งดื่มก็เหนื่อยแล้ว ยังจะมาโดนเจ้านายแต๊ะอั๋งที่บ้านอีก ถ้าเป็นแบบนี้หนูขอลาออกดีกว่า”
              “เธอกล้ารึ?
              “กล้าสิคะ วดีไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณซะหน่อย”
               “ลองดูสิ ฉันจะตามไปรังครวญเธอถึงร้านทุกวันเลยคอยดู” เขาขู่
               “วดีจะแจ้งความคุณข้อหาคุกคามทางเพศ”
                “ฉันจะพ้องกลับ”
               “ข้อหาอะไรคะ?
                “ข้อหาเอ่อชอบมาป่วนหัวใจคนแก่”
               “คนบ้า! เจ้านายโรคจิต วดีไม่คุยกับคุณแล้วค่ะ เดี๋ยวต้องออกไปจ่ายตลาด ไปด้วยกันไหมคะ?” วดีเปลี่ยนเรื่อง ปราการส่ายหน้าไปมา
               “ไม่ไปหรือคะ แล้วใครจะช่วยวดีถือของ?
               วดีถาม ทำตาละห้อย หวังว่าเจ้านายจะเห็นใจ อีกอย่างที่นี่ก็ห่างไกลจากถนนใหญ่หลายกิโลเมตร ถ้านั่งแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ต้องจ่ายหลายบาท
               “ฉันเป็นเจ้านายเธอ ไม่ใช่เด็กช่วยถือของ” ปราการว่า
              “แต่ที่บ้านไม่มีอะไรเลยนะคะ จะให้วดีเดินออกไปถนนเรียกรถแท็กซี่หรือไง เจ้านายมีรถก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์หน่อยสิคะ”
             “เธอไปหยิบเอากุญแจรถที่ห้องฉัน แล้วก็ขับเองสิ” วดีส่ายหัวไปมา
              “หนูขับไม่เป็น นั่งเป็นอย่างเดียว”
              หล่อนว่า ปราการกลั้นหัวเราะด้วยท่าทางสะใจ
             “แล้วยังไง?
            “เจ้านายก็ต้องเป็นคนขับ”
            “แลกกับอะไร?
             “อ้าว! แล้วคุณจะกินข้าวไหมคะวันนี้?
             “นั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง แต่ฉันอยากได้มากกว่านั้น”
             “อะไรคะ?
             ปราการชี้ที่แก้มตัวเอง
            “จะให้วดีเกาให้ใช่ไหม?
             วดีแกล้งยั่วโมโหเขาเล่น
             “ยัยบ๊อง! จูบต่างหาก เร็วสิ”
             “เอ่อ” วดีลังเล
            “แล้วแต่เธอนะ” ปราการว่าอย่างยียวน
            วดีจึงยื่นจมูกเข้าไปจะจูบที่แก้มเขา แต่ชายหนุ่มกลับฉวยโอกาสรั้งคอระหงเข้ามาใกล้และประทับจูบที่ริมฝีปากวดีอย่างเต็มๆ วดีรีบผลักเจ้านายจอมฉวยโอกาสออกอย่างเร็ว
            “เจ้านายทำอะไรคะ?
            “ไม่น่าถามก็จูบไง”
           “แล้วใครอนุญาตมิทราบ?
            วดีทำหน้าเหวี่ยงใส่ปราการ
            “ฉันนี่แหละอนุญาต”
            “คนบ้า! เอาแต่ใจตัวเอง”
            วดีตวาดแว้ดเข้าให้ ปราการเอาแต่หัวเราะหึๆ ดึงวดีเข้าไปกอดอีก หญิงสาวพยายามขัดขืนแต่กลับถูกเจ้านายหล่อนรัดแน่นกว่าเดิม
            “อย่าดิ้นรนหนีเสียให้ยาก” ปราการว่า
            “เราต้องไปซื้อของที่ตลาดแล้วนะคะ”
             “ห้างฯ เปิดสิบโมง” ปราการว่า
            “หนูหมายถึงตลาดไม่ใช่ห้างฯ”
            “ตลาดสกปรกน่ะรึ ทำไมไม่ไปห้างฯ?
            “ของแพงจะตาย เราต้องจ่ายภาษี และค่าเช่าให้ห้างฯ ช่วยเขาอีก สู้ไปตามตลาดธรรมดาๆ ดีกว่า ถูกดี”
          “ฉันเป็นใครเธอรู้หรือเปล่า กำลังพูดกับใครยัยบ๊อง?” ปราการบีบจมูกวดีเบาๆ
          “ก็เป็นเจ้านายของวดี เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้น่ะสิคะ”
          วดีตอบอย่างยียวน ทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่เต็มอกว่าเขาพยายามจะอวดว่าตัวเองเป็นถึงเจ้าของห้างฯ ชื่อดัง และโรงแรมหลายสาขาทั่วโลก
         “ฉันจ้างคนใช้มาผิดหรือเปล่าเนี่ย สมองเล็กนิดเดียว”
         “ถ้าเจ้านายฉลาดนักล่ะก็ ทำไมไม่คิดหาวิธีซื้อของเข้าบ้านเองบ้างล่ะคะ ที่บ้านไม่มีอะไรกินเลยสักอย่างแบบนี้ เจ้านายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไง กินอากาศแล้วอิ่มหรือเปล่าล่ะคะ เฮ้อ!

to be continued>>>

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น