เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4 ,1/2




เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4 ,1/2

            ลีลากลับมาทำงานที่ห้องทดสอบตบะของเธออีกคืน ยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เพราะผลมาจากการทำความสะอาดบ้านให้กับปราการ และยังไม่ได้พักผ่อนแม้แต่อึดใจเดียว
             “ลีลาเมื่อวานต้องขอบคุณเธอมากเลยนะ ที่ทำให้พวกเราได้ทิปจากเสี่ยเล็ก และคุณรามมาเกือบสองพันแน่ะ”
             ดาริกากระซิบบอก ขณะนั่งอยู่ในห้องแต่งหน้าร่วมกับเพื่อนๆ สาวนั่งดริ๊งก์ประมาณสิบราย แต่ดูเหมือนเสียงกระซิบของดาริกาจะดังจนทำให้สาวๆ รายอื่นพากันชำเลืองตามองด้วยนึกหมั่นไส้ไปตามๆ กัน
              “ฉันมาวันแรกได้สองหมื่นยังไม่เคยคุยแบบนี้เลย นี่ได้แค่สองพันคุยซะเหมือนตัวเองเจ๋ง สวยเลิศเลอเพอร์เฟกต์ อีโธ่!
              รมย์ยาสาวนั่งดริ๊งวัยสามสิบตอนต้นที่อายุมากสุดในร้านพูดกระแหนะกระแหน
            “พี่รมย์ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ พวกเราก็ทำงานหนักเหมือนกัน คนไหนได้ดีก็ควรดีใจกับเขาสิถึงจะถูก อาชีพอย่างเรา คนภายนอกเขาก็ดูถูกมากพอแล้ว พวกเราอย่ามาข่มกันเองเลยนะจ๊ะ”
            แพรวพราวอายุยี่สิบแปดปีพี่รองของร้านกล่าวเตือนสติ แต่รมย์ยายังไม่หยุด
“พวกเธอจะไปรู้อะไร ฉันมาทำงานอยู่ที่นี่นานกว่าพวกเธอเสียอีก ห้าปีนี้มีใครเคยเห็นหัวฉันบ้าง ฉันทุ่มเททั้งตัวและใจทำงานอย่างถวายชีวิต แต่มาม่าซังกลับเอาใจพวกเด็กใหม่อย่างพวกเธอ มีอะไรก็ประเคนให้ แขกดีๆ มีระดับก็ให้เด็กใหม่หมด ส่วนพวกลูกค้าเลวๆ ชั้นต่ำกลับโยนมาให้ฉันรับมือ มันหมายความว่ายังไง”
            คำพูดนั้นทำให้ทุกคนพากันนิ่งเงียบ ด้วยอีคิวอันฉลาดอ่านอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนรอบข้างได้เฉียบขาดของลีลา เธอจึงกล่าวสวนทางกับที่ทุกคนคิด
            “ก็พี่เป็นพี่ใหญ่น่ะสิพี่รมย์ การรับมือกับลูกค้าทุกระดับมันเป็นงานของพวกเราพี่ไม่คิดแบบนั้นหรือ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเลือกเส้นทางนี้ พี่คิดว่าจะเข้ามาเดินเล่นเหมือนกับไปเดินช็อปปิ้งตามห้างฯ อย่างนั้นรึ ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เราจะมาเล่นหรอกนะ แต่เรามาทำงานเอนเตอร์เทนลูกค้า งานที่มาม่าซังให้เรารับผิดชอบก็คือการบ้านที่พวกเราทุกคนต้องตีโจทย์ให้แตก และทำให้เสร็จ พี่ไม่คิดแบบนั้นรึ?” ลีลาให้สติรุ่นพี่
           “เธอเพิ่งเข้ามาไม่ถึงปีเสียด้วยซ้ำ ยังปากเก่งเสียขนาดนี้ ฉันจะคอยดูว่าเธอจะไปได้สักกี่น้ำ พอเด็กใหม่ที่สวยกว่าเธอเข้ามาเรื่อยๆ เด่นกว่าเธอ สักวันเธอก็จะเป็นแบบเดียวกับฉัน รอวันถูกเขี่ยทิ้ง ไม่เชื่อก็คอยดูสิ” รมย์ยากล่าวปรามาส
           “ถ้าพี่คิดแบบนั้นก็คิดผิดแล้วล่ะจ้ะ เพราะอาชีพแบบนี้มันเหมือนเราเข้ามาขุดทองได้เพียงชั่วข้ามคืนแล้วก็ต้องถอนตัวออกไปจากเหมือง ถ้าขืนอยู่ที่นี่นานๆ ถ้าเหมืองไม่ถล่มทับตายก็ถูกสารพิษกัดกินเราทีละนิดๆ จนตายไปโดยไม่รู้สึกตัว ส่วนฉันคงไม่รอให้ใครมาลิขิตชีวิตให้หรอก ถ้าฉันมีโอกาสอื่นที่ดีกว่าก็จะรีบคว้าเอาไว้เลย และอีกอย่างฉันจะไม่รอให้โอกาสมาหา ฉันจะเดินไปหาด้วยตัวของฉันเอง”
              คำพูดของลีลา วิภาวี หรือที่ทุกคนในเลาจน์ไฮโซแห่งนี้เรียกว่า “มาม่าซัง” วัยสี่สิบกว่าบังเอิญเดินผ่านมาได้ยิน เธอได้แต่นึกชื่นชมในไหวพริบของเด็กสาว พอหลังเลิกงานตีหนึ่งจึงเรียกไปพบที่ห้องทำงาน
             “วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้างล่ะลี ได้ยินว่าเธอรับมือกับแขกได้ดีมากเลยเดือนนี้”  วิภาวีกล่าวชมลีลา เด็กสาวยิ้มกว้าง ก่อนยกมือไหว้ขอบคุณ
              “ขอบคุณค่ะ ลีก็แค่ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”
              “ดีมากเลยจ้ะลี เห็นแบบนี้ฉันก็พลอยเบาใจ ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ไม่ได้จะเรียกมาชมอย่างเดียวหรอกนะ แต่ฉันอยากจะถามความคิดเห็นของเธอ คือที่เลาจน์สาขาในญี่ปุ่นกำลังต้องการเด็กจากไทยไปทำงาน เธอสนใจจะเดินทางไปทำงานที่นั่นไหม เงินดีมากนะ ที่ฉันแนะนำเธอเพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็กไหวพริบดี เอาตัวรอดเก่ง รู้จักวางตัวเป็น ไม่เหมือนคนอื่นๆ และที่สำคัญเธอก็สวยมากด้วย แขกที่ญี่ปุ่นต้องชอบเธอมากแน่ๆ สนใจหรือเปล่าล่ะ?
              พอได้ยินคำถามนั้นลีลาก็ตอบกลับมาม่าซังโดยไม่คิดนานให้เสียเวลา
              “ลีต้องขอปฏิเสธโอกาสนี้ค่ะ”
              “อ้าว! ทำไมล่ะ ในเมื่อเธอบอกเองว่าถ้าหากมีโอกาสจะคว้าเอาไว้ทันที หรือเธอมีตัวเลือกที่ดีกว่า?
               “โอกาสที่ว่าสำหรับหนูนั้นมีหลากหลายแบบค่ะ แต่ที่หนูปฏิเสธไปญี่ปุ่น เพราะหนูมีความจำเป็นต้องอยู่เมืองไทย เพราะแม่หนูป่วยหนักไม่รู้ท่านจะจากไปเมื่อไหร่หนึ่งล่ะ สองตอนนี้ลีลงเรียนปริญญาตรีได้สองปีแล้ว และยังต้องการเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทยให้จบปริญญาตรี และสาม หนูเห็นว่าเงินไม่ว่าอยู่ประเทศไหนก็หาได้ เพียงแต่เราขยันสักหน่อย ส่วนเรื่องโอกาสที่ลีเคยพูดนั้น ไม่ใช่ว่าเมื่อโอกาสมาถึงลีจะรีบไขว่คว้าเอาไว้หมดหรอกนะคะ แต่ลีจะเลือกเฉพาะที่เห็นว่าเหมาะสมกับตัวเองเท่านั้นเอง และในขอบเขตที่ลีสามารถรับได้”
              มาม่าซังนิ่งเงียบไปสักพัก ไม่คิดว่าเด็กสาวอายุแค่ยี่สิบต้นๆ จะพูดให้เธอประทับใจได้ถึงเพียงนี้ นอกจากเธอจะไม่ตัดสินคนอื่นแล้ว ยังรู้จักประมาณตนดีเสียอีกด้วย
            “แล้วจะเอายังไงล่ะทีนี้ ที่ร้านเราก็มีแค่เธอที่พอจะรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบได้ อีคิวของเธอสูงขนาดนี้ ฉันก็เห็นด้วยกับความคิดในเรื่องการศึกษาต่อปริญญาตรีที่เมืองไทย ฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเธอมีโอกาสได้เรียนต่อสูงๆ เธอจะเป็นบุคลากรที่ดีได้คนหนึ่งไม่ว่าหน่วยงานไหนก็ตามที่รับเธอเข้าไปทำงานด้วยที่นั่นคงจะโชคดีสุดๆ และอีคิวที่เธอมีอยู่จะทำให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆ ด้านลีลา ฉันขออวยพรให้เธอเอาไว้ล่วงหน้าตรงนี้เลย”
            “ขอบคุณค่ะมาม่าซัง แทนที่จะเลือกหนู ทำไมถึงไม่เลือกพี่รมย์ล่ะคะ เธอเองก็ตั้งใจทำงานหนักเพื่อร้านนี้เหมือนกัน ได้ยินว่าสมัยแรกๆ พี่รมย์เองก็เคยเป็นดาวเด่นของร้านและเรียกลูกค้าเข้าร้านได้เยอะนี่คะ”
           พอลีลากล่าวถึงรมย์ยา วิภาวีก็เอาแต่สั่นหัว
            “อารมณ์แรงไป ฮาร์ดคอร์อย่างเดียวมันไม่ได้หรอก จะต้องมีไหวพริบ รู้จักแบ่งรับแบ่งสู้และไม่ใช้อารมณ์มากเกินไป ช่วงนี้ลูกค้าร้องเรียนฉันมาเกือบทุกวันเรื่องของรมย์ เลาจน์ของเราเป็นระดับไฮโซ แต่รมย์ทำให้เสียชื่อเหมือนเป็นโลโซ พอฉันเรียกมาตักเตือนก็หาว่าฉันลำเอียง ไม่รู้จะทำงานอยู่ด้วยกันได้ยืดหรือเปล่าแบบนี้ เฮ้อ!


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น