วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 3, 2/2


             


เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 3, 2/2

             “เจ้านายคะ” วดีนำน้ำเย็นเข้ามาเสิร์ฟให้ปราการที่กำลังนั่งดูทีวีอย่างสบายอารมณ์ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระราชาก็ไม่ปานเมื่อมีคนรับใช้ที่คล่องแคล่วและอดทนอย่างวดีมาคอยปรนนิบัติรับใช้ และเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเธอจะเอาเรื่องของเขาไปนินทาในหมู่คนรับใช้เหมือนกับที่เคยอาศัยอยู่ที่บ้านของบิดามารดาในอดีต
             ปราการเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลลาภทวีกูลพงษ์ เขายังมีน้องสาววัย 28 ที่กำลังทำงานเป็นผู้จัดใหญ่ของโรงแรม เอ็ม พลาเลซประจำสาขาฝรั่งเศส และน้องชายวัย 25 ที่กำลังเรียนปริญญาโทในมหาวทิยาลัยที่อเมริกา
            หลังจากบิดาเสียเมื่อเดือนก่อน ปราการต้องสละตำแหน่งงานผู้อำนวยการโรงแรมที่สาขาในนิวยอร์ก เพื่อเดินทางกลับเมืองไทยมารับตำแหน่งประธานใหญ่แทนบิดาที่ล่วงลับ แต่ปฏิเสธที่จะอาศัยร่วมกับมารดาและญาติๆ เนื่องจากไม่ชอบอาศัยกับผู้คนจำนวนมาก ความเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงของเขาไม่เคยมีใครเข้าใจ แม้แต่มารดา
          “แม่ขี้เกียจพูดกับลูกแล้วล่ะ จะทำอะไรก็ทำตามใจ แม่ไม่ยุ่งแล้วต่อไปนี้”
พอปราการตัดสินใจแยกตัวออกมาอาศัยอยู่ต่างหาก แรกๆ มารดาก็เทียวคอยมาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตเขา โดยส่งคนรับใช้มาคอยจัดการดูแลบ้านให้ แต่ถูกเขาไล่ตะเพิดกลับไปทุกราย หลังจากนั้นมารดาจึงไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามกับชีวิตของเขาบ่อยนัก
            “เจ้านายไม่หิวหรือคะ?
             วดีถาม เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า
            “นี่จะบ่ายสามโมงแล้วนี่ บ้านฉันไม่มีอะไรเลย เพราะเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ เธอจะกินอะไรก็โทร.สั่งเอาสิ”
            ปราการบอกโดยไม่หันมองเด็กสาวที่กำลังนั่งบิดไปมาเพราะเริ่มหิว
           “งั้นหนูโทร.สั่งพิซซ่าดีไหมคะ แล้วเจ้านายจะกินด้วยไหม?” ปราการหันขวับมาจ้องหน้าหล่อนอีกรอบ
           “ถามแบบนี้ ถ้าหากฉันไม่บอก เธอก็จะไม่สั่งให้ฉันงั้นสิ?
           “อ้าว! วดีไม่ได้หมายถึงแบบนั้นเสียหน่อยก็กินด้วยกันนี่แหละค่ะ แต่อยากถามเพื่อความชัวร์แค่นั้นเอง ถ้าเจ้านายเอาด้วย วดีจะได้สั่งมาเผื่อเจ้านายด้วย ถ้าเกิดเจ้านายไม่กินก็เท่ากับว่าเสียเงินเปล่าๆ” วดีอธิบาย แต่ปราการกลับคิดไปอีกอย่าง
           “เฮ้อ! เธอจะงกไปถึงไหน คิดได้เพียงเรื่องเดียวสินะ เงิน เงิน และก็เงิน”
           “เอ้าเอาเข้าไป แล้วคุณจะกินหรือเปล่าคะเนี่ย ถ้าไม่กินจะได้สั่งถาดเดียว”
            วดีเริ่มรำคาญความเป็นคนเรื่องมากของเขา เจ้านายหนุ่มถึงกับทำหน้าถมึงทึงใส่เข้าให้ วดีจึงกลับมาถามเสียงอ่อย
            “เจ้านายขา เอาเป็นว่าวดีสั่งพิซซ่าสี่ถาดใหญ่มาเลยนะคะ”
            “จะสั่งมาทำไมตั้งสี่ถาด มีแค่สองคนรู้จักประหยัดเงินซะบ้างสิ”
             พอวดีสั่งสี่ถาด เจ้านายจอมกวนประสาทกลับต่อว่าหล่อนเสียยกใหญ่
             “โอ๊ย! จะบ้าตาย เอาเป็นว่าหนึ่งถาดนั้นสำหรับเจ้านาย และอีกสองถาดวดีกินเอง สรุปสั่งสามถาดนะคะ ถ้าเจ้านายไม่อิ่มห้ามมาแย่งวดีกินล่ะ ไม่ให้กินด้วยนะ เข้าใจ๋?
             วดีกล่าว ไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตก็รีบกดโทร.สั่งพิซซ่าทันที จากนั้นทั้งสองก็นั่งรอประมาณยี่สิบนาทีเด็กส่งพิซซ่าก็มากดออดที่หน้าบ้าน วดีเดินออกไปรับของ แล้วกลับเข้ามา ยื่นถาดหนึ่งให้เจ้านาย อีกสองถาดเป็นของหล่อนคนเดียว ทั้งสองกินพิซซ่าไปด้วย เชียร์ฟุตบอลไปด้วยกัน แต่กลับอยู่คนละทีม
            “ทีมเสื้อแดงของฉันรับรองชนะแน่”
             ปราการกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ วดีไม่เคยมีความรู้เรื่องฟุตบอล แต่ค่อนข้างชอบเสื้อสีน้ำเงินเพราะมองแล้วเย็นสบายตาจึงเลือกเชียร์เพราะเหตุผลนั้น
            “ทำไมเจ้านายมั่นใจนักล่ะ ลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่แน่หรอกทีมเสื้อน้ำเงินอาจชนะก็ได้” วดีกล่าวอย่างเป็นกลางๆ ปราการหันขวับมาจ้องหน้าหล่อนเหมือนไม่พอใจ
            “เอ้า! อะไรอีกล่ะ เจ้านายจะจ้องวดีอะไรกันนักกันหนา ชักกลัวขึ้นมาแล้วนะ โน่นดูฟุตบอลโน่นสีน้ำเงินกำลังจะเตะลูกโทษเข้าโกลฝ่ายแดงแล้วเห็นไหม”
             วดีบุ้ยปากไปที่จอทีวี พอปราการหันไปมองก็ร้องขึ้นเสียงดัง
            “อั๊ยย่ะ! ทำไมเธอไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้ เห็นไหมเกือบไม่ทันดูช็อตเด็ด
            “เอิ๊กๆ เป็นความผิดของตูอีก ถ้าไม่อยากพลาดช็อตเด็ดก็จ้องแค่จอทีวีสิคะ”
            วดีแนะนำอย่างตลกขบขัน
           “เจ้านายว่าสีน้ำเงินจะเตะเข้าไหมคะ?
             ปราการหันมามองวดีอีกครั้ง ขณะที่วดีจ้องมองทีวีแล้วส่งเสียงเฮขึ้นเมื่อเห็นนักเตะสามารถเตะลูกโทษเข้าโกลฝ่ายแดงไปได้อย่างฉลุย
           “อีกแล้ว เธอจะหลอกให้ฉันหันมาพูดด้วยทำไม เลยไม่ได้ดูช็อตเด็ดเลย”
             ปราการต่อว่าเด็กสาวเสียงดัง แทบจะกระโดดเข้าขย้ำคอหอยของอีกฝ่าย พอหันมาจะหยิบพิซซ่าในถาด พิซซ่าก็ดันหมดไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
            “อ้าว! ยัยเด็กนี่ เธอขโมยพิซซ่าของฉันไปกินรึเปล่าเนี่ย?
            ปราการหันไปมองพิซซ่าที่ยังไม่เปิดอีกกล่อง ทั้งสองรีบยื่นมือไปจับกล่องพิซซ่าไว้เกือบพร้อมๆ กัน
            “นี่มันพิซซ่าของวดีนะคะ เจ้านายสั่งแค่ถาดเดียวนี่”
            “ก็เธออยากแอบขโมยกินของฉันก่อนทำไมเล่ายัยบ๊อง”
            “เจ้านายขี้ตู่ วดีแอบกินตอนไหน?
            “ใช่สิเธอแอบกิน ตอนฉันดูบอลไง”
             ปราการตะคอกเสียงดัง ก่อนจะกระชากดึงถาดพิซซ่าจากมือวดีอย่างแรง ทำให้ร่างระหงถูกดึงเข้าหาจนล้มลงไปทับอยู่บนร่างกำยำของเจ้านายหนุ่มบนโซฟา ส่วนถาดพิซซ่าก็ปลิวหายจากมือพวกเขาไปอีกทาง
             สาวใช้กับเจ้านายหนุ่มต่างจ้องมองสบตากันไปมา ความรู้สึกแปลกประหลาดที่คุกรุ่นขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนกลับมาอีกครั้ง ปีศาจจากแดนตัณหาราคะเดินย่องเข้ามากระซิบข้างหูของทั้งสองอย่างยั่วยุ
          “ลงมือเลยสิ”
           มันดังอยู่ใกล้มาก ปราการเอื้อมฝ่ามือใหญ่ออกไปบีบขยำหน้าอกอวบที่เด้งดึ๋งอยู่ต่อหน้าเขาตามคำสั่งของจอมปีศาจร่านตัณหา
             ฝ่ายนางฟ้าสีขาวในร่างวดีลงมาช่วยยับยั้งความคิดด้านมืดของหล่อนไว้ได้ทัน ฝ่ามือเล็กจึงตบเข้ากับใบหน้าปราการฉาดใหญ่
            “เจ้านายจะทำอะไรคะ?
           “ก็เธอมายั่วฉันก่อนทำไม”
           “ห๊ะวดียั่วเจ้านายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นั่นมันอุบัติเหตุนะคะ” วดีตะคอกใส่เขา
           “แล้วพิซซ่าฉันอยู่ไหน?
            ปราการเฉไฉถามเรื่องพิซซ่า วดีได้แต่ทำหน้าเอ๋อ ยอมแพ้ในความเป็นคนจอมยั่วโมโหของเขา ตอนนี้เพิ่งกระจ่างแจ้งว่าทำไมเขาถึงต้องการความอดทนของหล่อนเสียนักหนา คิดว่าต่อให้เขาจ่ายเงินเดือนเป็นล้านก็คงไม่คุ้มแน่ที่ต้องมารับใช้คนพิลึกแบบเขา
             “เฮ่ย! เอ้าเอาไปกินให้ท้องแตกเลยไป”
              วดีหันไปหยิบกล่องพิซซ่าของหล่อนที่เหลืออยู่ยื่นให้เขาเหมือนประชด ปราการรับพิซซ่าจากหล่อนมากินอย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับอมยิ้มไม่หุบ วดีได้แต่มองค้อน นึกหมั่นไส้คนแบบเขาเสียนัก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น