วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง ตอน 3, 1/2



เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง 
ตอน 3, 1/2

9.30 .
ณ คฤหาสน์ “ลาภทวีกูลพงษ์”

        “เข้ามาสิ”
        ปราการเปิดประตูให้ลีลาเข้าบ้าน หล่อนมาก่อนเวลาที่เขานัดประมาณครึ่งชั่วโมง เด็กสาวแต่งกายอย่างสุภาพ สวมกระโปรงยาวและเสื้อเชิ้ตอย่างรัดกุม ผิดกับตอนที่ทำงานเป็นสาวนั่งดริ๊งก์ที่เลาจน์อย่างคนละคน แถมมาแบบหน้าสดอีกต่างหาก ปราการแทบจำเค้าหน้านั้นไม่ได้
         “ที่แท้ตอนกลางวันเธอก็เป็นอย่างนี้เองสินะ จำแทบไม่ได้” ปราการว่าเสียงกลั้วหัวเราะ
        “ดีแล้วล่ะค่ะที่คุณจำฉันไม่ได้”  ลีลากล่าวอย่างยียวน
        “ทำไม?” เขาถาม
        “เพราะนั่นมันเป็นอีกภาคที่ฉันเก็บไว้เป็นความลับ และยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณปราการ ดิฉันชื่อ วดี บุญอภัยพันธ์”  
         วดีภาคกลางวันกล่าวแนะนำตัวเองกับชายหนุ่มที่เอาแต่ทำหน้างงงัน
         “นี่คือชื่อจริงของเธอสินะ นั่งก่อนสิ ฉันจะชี้แจงสิ่งที่เธอต้องทำก่อนเริ่มงาน”
          ปราการกล่าว ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาท่าทางวางอำนาจ ขณะที่วดีก็พยายามวางตัวอย่างสุภาพที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้านายจ้างคนใหม่
         เวลานี้หล่อนพยายามทำทุกวิถีทางถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงและอยู่บนพื้นฐานอันไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและคนอื่น เพื่อหาเงินก้อนโตทยอยส่งไปให้มารดารักษาโรคไตประจำทุกสัปดาห์ซึ่งไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท
         “งานของเธอไม่มีอะไรมาก อย่างที่ฉันบอก เพราะฉันเป็นคนเรื่องมาก จะสังเกตว่าที่นี่ไม่มีคนใช้เลย เพราะฉันไม่ยอมจ้างคน แต่ก่อนแม่ของฉันเคยส่งคนใช้มาที่นี่ทุกเดือน แต่ถูกฉันไล่ตะเพิดออกไปหมด เพราะคนพวกนั้นชอบสอดรู้สอดเห็นหนึ่งล่ะ สองชอบจิกของเจ้านายเพราะนึกว่าฉันไม่รู้ แต่จะบอกเอาไว้ซะก่อนนะว่า ฉันรู้ทุกอย่างแม้แต่ไรฝุ่นที่จับมากับเท้าของเธอ และสุดท้ายความอดทน เธอมาอยู่ที่นี่ต้องอดทนทุกอย่าง ไม่ว่าฉันจะด่า หรือโมโหแค่ไหนก็ต้องยอมรับมันให้ได้ เพราะฉันเป็นคนแบบนั้นมาตั้งแต่เกิด ห้ามเถียงไม่ว่ากรณีใด นอกจากทำตามที่ฉันบอก”
          พอวดีฟังจบก็คิดในใจว่า ชายผู้นี้ก็ไม่มีอะไรมาก อีกอย่างหล่อนก็แค่ทำงานทำความสะอาดบ้านถูบ้านแค่ตอนกลางวันให้กับเขา พอถึงช่วงเย็นก็กลับบ้านเป็นอันจบและรับเงินเป็นรายวัน ไม่มีอะไรต้องมานั่งปวดหัวกับความเป็นคนเจ้าอารมณ์ของเขา
           “ฟังดูก็ไม่มีอะไรที่ต้องใช้ความอดทนนี่คะ แค่ทำงานทำความสะอาดบ้าน ตอนเย็นคือเลิกงานฉันกลับบ้านได้กี่โมงคะ?
           “ใครบอกว่าฉันจะให้เธอกลับบ้าน ถ้าเธอเริ่มทำงานที่บ้านหลังนี้ก็หมายความว่าเธอต้องอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กับฉันด้วยสิ”
           ปราการกล่าวเสียงเรียบ วดีผงะเล็กน้อยไม่นึกว่าเขาจะมีกฎแบบนั้น
         “อ้าว! ไหนตอนแรกคุณปราการบอกว่าตอนกลางคืนฉันสามารถไปทำงานพาร์ทไทม์อะไรก็ได้นี่คะ”
         “ก็ใช่ไง เธออยากจะรับจ๊อบร้อยแปดอย่างก็ตามแต่เธอ แต่เธอต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ทำงานบ้านให้ฉันทั้งวันเต็มเวลา เป็นงานประจำ ไม่ใช่พาร์ทไทม์” ปราการว่า
         “อ่าแต่ว่าที่ร้านที่ฉันทำงานตอนกลางคืนมันค่อนข้างไกลจากบ้านคุณนะคะ ขอฉันนอนที่บ้านเช่าเดิมได้ไหมคะ พอหกโมงเช้าฉันจะแหกขี้ตาตื่นมาที่บ้านคุณเลย แบบนั้นคุณจะตกลงไหมคะ?” วดีต่อรองเขา คิดว่าปราการต้องเห็นใจหล่อนแน่นอน
         “นั่นมันเป็นปัญหาของเธอต้องคิดเอาเอง แต่กฎของฉันก็ต้องเป็นไปตามกฎของฉัน”
          คำกล่าวนั้นเหมือนเป็นประกาศิตที่บีบรัดหัวใจของวดีจุกแน่นที่อกจนพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกถึงรายได้ที่เลาจน์ซึ่งค่อนข้างดีกว่า สำหรับดาวประจำร้านเช่นหล่อนรายได้อย่างต่ำก็สองสามพันบาทต่อคืนเป็นอย่างต่ำ วดีจึงตัดสินใจเลือกงานที่เลาจน์ดีกว่าคนรับใช้
          “ถ้าอย่างนั้นวดีคงต้องปฏิเสธงานที่คุณเสนอให้แล้วล่ะค่ะ ขอขอบคุณ และต้องขอโทษที่คุณสละเวลามาสัมภาษณ์ ลาก่อนค่ะ”
          วดีกล่าว พร้อมกับยกมือไหว้ ก่อนจะลุกยืนหันหลังเตรียมก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ของเขา
         “ห้าหมื่นเฉพาะเงินเดือน ไม่รวมโบนัสประจำปี และทิปรายวัน ถ้าเธอทำงานได้ถูกใจฉันซึ่งขึ้นอยู่กับเธอ”
         เงินข้อเสนอของซาตานอีกรูปแบบหนึ่งสินะ วดีคิดในใจ ถ้าหากหล่อนไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินเป็นค่ารักษามารดา มีหรือเงินที่เขาเสนอมาจะซื้อจิตวิญญาณของหล่อนได้ แม้แต่งานที่เลาจน์นั่นก็เช่นกัน
          “แต่ฉันก็ยังต้องไปทำงานที่เลาจน์อยู่ดีนะคะ และฉันจะกลับมานอนที่บ้านคุณ เอาตามนั้นนะคะ?
          ยังไงวดีก็ยังยืนกรานที่จะกลับไปทำงานที่เลาจน์เช่นเดิม เพราะสัจธรรมสำหรับหล่อนคือเงินเท่านั้นที่จะทำให้รักษาชีวิตของมารดาเอาไว้ได้ ณ เวลาเช่นนี้ การล้างไตและฟอกเลือดเกือบทุกอาทิตย์ก็ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล
         “เธอต้องการเงินมากขนาดนั้นเชียวรึ ขนาดฉันให้ห้าหมื่นซึ่งเยอะกว่าพนักงานบางคนในโรงแรมของฉัน ขนาดนี้เธอยังไม่พออีก แล้วเงินมากมายมหาศาลแค่ไหนกันที่เธอต้องการ ถึงจะพอทำให้เด็กสาวแบบเธอเลิกทำงานที่ร้านนรกแห่งนั้นได้ เธอคิดดีแล้วรึที่อยากกลับไปทำงานสถานที่เริงกามแบบนั้น ที่นั่นก็ไม่แตกต่างจากซ่องนางโลมแม้แต่น้อย ถูกผู้ชายมากหน้าหลายตาจับเนื้อต้องตัว ดีไม่ดีถ้าเขาขอออฟ เธอก็คงรีบรับทันทีล่ะสิถ้าหากพวกเขาเอาเงินฟาดหัวสักหมื่นสองหมื่น”
           ปากปราการเริ่มเป็นกรรไกรทั้งจิกทั้งกัด แต่ด้วยความที่วดีเป็นคนหนักแน่นและฝึกฝนเพื่อรับสถานการณ์เมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนหลากหลายประเภทมาก่อน แม้แต่มาเฟีย เจ้าพ่อเหี้ยมโหด ยากูซ่า คนโรคจิตต่ำสถุล ปราการยังไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของคนพวกนั้น คำพูดของเขาแค่นี้มีหรือจะทำให้หล่อนสะทกสะท้าน
         “เอาเถอะค่ะ ก็แล้วแต่คุณจะคิด จินตนาการ วิถีชีวิตของคุณกับของวดีแตกต่างกัน ทางที่ดีพวกเราก็อย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกันดีกว่า ส่วนวดีจะทำงานให้คุณอย่างเต็มที่และจะกลับมานอนบ้านทุกคืนตกลงตามนั้นนะคะ จบ”
          วดีกล่าวสรุป ส่วนปราการก็ได้แต่ทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเต็มใจยอมรับ และจบเรื่องเสียทีเดียว เขาอุตส่าห์พยายามช่วยเด็กสาวผู้นี้ทางอ้อมแท้ๆ แต่หล่อนกลับยังดื้อรั้นจะทำงานกลางคืนที่ล่อแหลมเช่นนั้นอยู่อีก
         “เฮ้อ! เอาเถอะ สักวันเธอจะต้องขอบคุณที่ฉันเตือนแบบนี้ อายุเธอเท่าไหร่ถึงยี่สิบหรือยัง?
         “จะย่างยี่สิบสามแล้วค่ะเจ้านาย ไม่ต้องห่วงให้มากหรอกค่ะชีวิตของหนูน่ะ หนูเอาตัวรอดสบายมาก เจ้านายยังไม่รู้ว่าวดีน่ะมีอีคิวสูงแค่ไหน เกินร้อยเชียวนะ” พูดจบวดีก็หัวเราะชอบอกชอบใจอยู่คนเดียว
         “อีคิวบ้าอะไรของเธอ ฉันน่ะเป็นอัจฉริยะไอคิวสูงสามร้อยยังไม่อยากจะโม้ แต่เธอมีแค่อีคิวจะมาฉลาดกว่าฉันได้ยังไง ใครสนกันแค่อีคิวบ้าบอ แล้วสุดท้ายเป็นไง เธอก็ยังเป็นลูกน้องคนอัจฉริยะแบบฉันอยู่ดี จริงหรือไม่จริง?
         ปราการกล่าวตอกหน้าสาวใช้คนใหม่ จนหล่อนผงะ เพราะคำพูดที่ไม่เคยถนอมน้ำใจคนของเขานั่นเอง
        “จริงคร้าเจ้านายอัจฉริยะสุดๆ ไปเลย เลิศเลอเพอร์เฟกต์ หล่อล่ำ ร่ำรวยมหาศาล ตอนนี้พอใจหรือยัง?
        วดีว่าปนเสียงหัวเราะ ปราการหันไปจ้องมองหล่อนเขม็ง
        “พูดเหมือนประชดฉันเลยนะเนี่ยยัยบ๊องเอ้าๆ เอาเถอะเห็นเธอมาทำงานวันแรก ฉันไม่ว่าอะไรเธอแล้ว อัจฉริยะแบบฉันใจกว้างเสมอเอาเป็นว่าเธอก็เริ่มย้ายข้าวของมาอยู่ที่นี่ และเริ่มงานทันทีเลยก็แล้วกัน เพราะรู้สึกบ้านจะเริ่มมีฝุ่นจับเยอะแล้ว”
         ปราการเริ่มออกคำสั่ง วดีพยักหน้ารับทราบ จากนั้นหล่อนก็เริ่มต้นลงมือทำความสะอาดทันที ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว และมีปฏิภาณไหวพริบมากกว่าเด็กสาวทั่วไปในวัยเดียวกัน วดีจึงสามารถจัดการคฤหาสน์ทั้งหลังได้แล้วเสร็จภายในไม่ถึงสองชั่วโมง ทำให้ปราการได้แต่นึกทึ่งกับความสามารถที่ไม่มีสาวใช้คนไหนทำได้เช่นหล่อนมาก่อน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น