เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง (ตอน 2, )


      

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง 
ตอน 2


           “หนูลีลาวันนี้คุณปราการเพิ่งมาเป็นวันแรก เธอไปนั่งบริการท่านหน่อยสิ”
           เสี่ยเล็กกล่าวขึ้น พอลีลาขยับตัวลุก ชายสูงวัยก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่บั้นท้ายงอนของหล่อนป๊าบหนึ่งอย่างมันเขี้ยว
            “ว้าย! เสี่ยขาตกกะใจหมด แบบนี้ผิดกติกานะคะ พวกเรายังไม่ทันเริ่มเล่นเกมกันเลย”
            ลีลาร้องวี๊ดว้ายทำท่าน่ารักน่าเอ็นดูพอเป็นพิธี พอหล่อนนั่งลงข้างปราการก็เริ่มพูดจาฉอเลาะจีบปากจีบคอถามเขาอย่างเอาใจ
         “คุณปราการขาต้องการดื่มอะไรคะวันนี้?
          ชายหนุ่มยังคงวางมาดนิ่งเฉย ไม่ยอมพูดจาราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วง ตอนนั้นเองที่เป็นช่วงทดสอบความอดทนและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของสาวนั่งดริ๊งก์อย่างลีลา ด้วยประสบการณ์เกือบปีที่เข้ามาที่นี่ และเคยทำงานหลากหลายรูปแบบมาจากที่อื่น
          หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างจังหวัดลีลาก็เข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ เริ่มจากเป็นกรรมกรทำงานก่อสร้างตามญาติที่หมู่บ้าน ก่อนจะถูกคนรู้จักชักชวนไปเป็นกระเป๋ารถเมล์ จากนั้นก็เป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร และถูกเพื่อนที่ร้านอาหารเก่าชวนมาเป็นสาวนั่งดริ๊งที่เลาจน์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนานกว่าทุกแห่งที่เคยทำ 
         เมื่อเริ่มแรกนั้น การเป็นสาวนั่งดริ๊งก์สำหรับลีลานับว่าหินสุดๆ ทั้งถูกมาม่าซังเรียกไปตักเตือนที่ปฏิบัติต่อลูกค้าไม่ดี และโดนลูกค้าลวนลามสารพัด เพื่อความอยู่รอดลีลาจึงเริ่มปรับตัวและพยายามเรียนรู้อยู่ทุกวินาที ศึกษาบุคลิกนิสัยผู้คนจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ จากนั้นหล่อนก็ค่อยๆ กลายเป็นเหมือนผู้ควบคุม มันสนุกมากขึ้นก็ตรงที่สามารถมองเห็นผู้คนกลายเป็นเพียงบททดสอบความอดทนของหล่อน ยิ่งลูกค้ายากเท่าไหร่ สำหรับลีลายิ่งตื่นเต้นท้าทายกับการแก้ปัญหาและค้นหาความลับ สุดท้ายเมื่อหล่อนสามารถทำให้ลูกค้าเหล่านั้นยอมสยบทุกอย่างก็ง่ายขึ้น และผู้ชายที่นั่งข้างๆ หล่อนในเวลานี้ก็คงไม่แตกต่างกัน เพียงแต่หล่อนต้องหาจุดอ่อนของเขาให้พบก่อน
          “ที่นี่เรามีเครื่องดื่มหลายแบบหลายสไตล์ อย่างคุณปราการต้องชอบเหล้านอกแน่ๆ เลยถ้าไม่ใช่วิสกี้อย่างมีระดับก็ต้องเป็นจำพวกบรั่นดี ใช่ไหมคะ?
         “เอ่อผมไม่ดื่ม”
          คำแรกที่หลุดออกมาจากปากปราการตบหน้าสาวนั่งดริ๊งก์ไปตามๆ กัน โดยเฉพาะลีลานั้นถึงกับอ้าปากหวอ


         “แล้วคุณชอบดื่มอะไรล่ะคะถึงได้มาที่เลาจน์?” ลีลายังรุกเร้าไล่ต้อนต่อไป
          “อ้าว! ผมมาเฉยๆ ไม่ได้หรือไงครับคุณน้อง หรือที่นี่มีกฎห้ามคนไม่ดื่มห้ามเข้า”
          คำพูดตรงๆ ของปราการทำเอาสาวดริ๊งก์ที่ว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่งอย่างลีลาถึงกับพูดอะไรไม่ออกจริงๆ
          “อ่าก็งั้นไม่เป็นไร ในเมื่อคุณปราการไม่ชอบดื่ม พวกเราก็มาเล่มเกมกันดีกว่านะคะ ใครในนี้สนมั่งคะ ยกมือ?
          ทุกคนในห้องต่างยกมือพรึบ ยกเว้นปราการคนขวางโลกคนเดียว
          “อ่าคุณพี่ปราการขา คุณพี่เป็นอะไรคะเนี่ยไม่ยอมเข้ากลุ่มเลย แบบนี้พวกเราก็แย่กันหมดสิคะแบบนี้”
          “ทำไม?” ปราการถามเสียงขรึม จ้องมองเด็กสาวสตอเบอแหลด้วยสายตาเย็นชา ทุกคนต่างพากันลุ้นว่าลีลาจะพูดเกลี้ยกล่อมปราการยังไง เขาถึงจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
           “อ้าว! จะปล่อยให้คุณนั่งเซ็งอยู่คนเดียวได้ยังไงคะ ถ้าทำแบบนั้นพวกเราก็รู้สึกผิดต่อคุณแย่น่ะสิคะ”
            ลีลาฉลาดใช้คำว่า “พวกเรา” เข้ามาอ้าง พอหล่อนกล่าวจบ ทุกคนจึงพร้อมใจกันช่วยพูดเกลี้ยกล่อมปราการให้อีกแรง
            “นั่นน่ะสิครับคุณปราการ ผมชวนคุณมา จะปล่อยให้คุณนั่งเหงาอยู่คนเดียวได้ยังไง ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้วก็ปลดปล่อยสักหน่อยเถอะครับ สัปดาห์หน้าคุณก็จะขึ้นรับตำแหน่งเป็นประธานโรงแรมเต็มตัวแล้ว วันนี้ก็ปลดปล่อยให้เต็มที่ไปเลย” เสี่ยเล็กกล่าวเสริมช่วยลีลา
           “วันนี้พวกน้องๆ อุตส่าห์มาช่วยกันเอนเตอร์เทนให้กับพวกเรา ยังไงก็เล่นๆ กับพวกเธอนิดๆ หน่อยก็แล้วกันครับคุณปราการ”
           หนุ่มตี๋เอ่ยขึ้นบ้าง ปราการจึงเริ่มมีท่าทีเออออคล้อยตาม
           “โอเคครับ เชียร์กันซะขนาดนี้ ถ้าผมยังปฏิเสธ ทุกคนคงมองผมเป็นคนไม่ดีแน่เลยงานนี้ ไหนว่ามาซิ เธอมีเกมอะไรมาเล่น?
            ปราการหันไปถามลีลาซึ่งนั่งยิ้มด้วยท่าทางพอใจอยู่ข้างๆ
          “เริ่มจัดการง่ายขึ้นมาหน่อย” หล่อนคิด
           “เอ่อเกมที่ลีจะนำมาเล่นวันนี้เป็นเกมที่เพิ่งคิดขึ้นมาหมาดๆ ใหม่ๆ รับรองว่าไม่เคยมีใครเคยเล่นมาก่อน เกมนี้ลีเรียกว่า เกมทดสอบตบะค่ะ”
           “ทดสอบตบะมันเป็นเกมแบบไหนกันจ๊ะหนูลีจ๋า?” 
           เสี่ยเล็กเอ่ยถามเสียงหวานเมื่อกระดกเหล้าเข้าปากไปแล้วสามแก้ว
           “นั่นน่ะสิเพิ่งเคยได้ยิน”
           เศรษฐีร้านเพชรพลอยก็สงสัยไม่แพ้กัน
            “อ้อ! ผมรู้แล้วคุณจะหลอกให้พวกผมดื่มเหล้าล่ะสิ จากนั้นก็ทดสอบความอดทนว่าใครจะอดทนได้มากกว่ากัน แบบนั้นหรือเปล่า?
            ปราการคาดเดา ลีลาหันไปจ้องมองเขาตาโต ก่อนจะทำท่าปรบมือแปะๆ อย่างน่ารักน่าชัง ร้องขึ้นว่า
            “ต้าย! ตาย คุณปราการนี่ฉลาดจริงๆ นะคะเนี่ย ทำไมคุณถึงเดาถูกล่ะคะ?
            “ก็ผมไม่ได้โง่ที่จะให้คุณหลอกง่ายๆ นี่ แต่เอาเถอะเห็นว่าตั้งใจทำงาน งั้นก็ลองเล่นสักเกมก็ได้” ชายหนุ่มกล่าว
            “ค่ะ เกมก็เหมือนกับที่คุณพี่ปราการบอก แต่ ในเมื่อคุณพี่ปราการไม่ชอบดื่มเหล้า ลีลาจึงเพิ่มบททดสอบขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ
             “อะไรจ๊ะหนูลีจ๋า ป๋าอยากรู้เต็มแก่แล้วช่วยบอกมาเร็วหน่อยสิจ๊ะ”
             เมื่อแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ เสี่ยเล็กก็เริ่มออกอาการขี้หลี ป่ายมือสะเปะสะปะไปที่ดาริกาสาวนั่งดริ๊งก์ที่คอยชงเหล้าให้อยู่ข้างๆ
           “เสี่ยขาอย่าเพิ่งเมานะคะ นี่ยังไม่เริ่มเล่นเกมเลย ตบะเสี่ยก็จะแตกแล้วหรือคะเนี่ย”  ลีลากล่าวหยอกล้อ เป็นการช่วยรุ่นน้องไม่ให้ถูกลวนลามอีกทาง
             “ครายว่าพี่มาว ไม่ได้มาว”
             เสียงเสี่ยเล็กเริ่มอ้อแอ้ สรรพนามการเรียกตัวเองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
             “ค่า ไม่เมาก็ไม่เมา เอาเป็นว่าเกมบททดสอบที่ลีจะพาเล่นนี้ก็มีกติกาง่ายๆ คือ ถ้าหากใครเป่ายิ้งฉุบแพ้ต้องดื่มหนึ่งดริ๊งก์ ส่วนคนชนะก็จะได้หอมแก้มคนแพ้หนึ่งครั้ง ส่วนคุณพี่ปราการไม่ดื่ม ถ้าคุณพี่แพ้ ก็ต้องจ่ายครั้งละห้าร้อยตามราคาดริ๊งก์หนึ่งแก้ว แบบนี้ถือว่าแฟร์กับทุกคนนะคะ ส่วนคนชนะก็จะได้หอมแก้มหนึ่งฟอดเหมือนกัน”        
             พอลีลากล่าวสรุป ทุกคนเห็นด้วยคล้อยตามเหมือนเดิม แต่ปราการกลับสั่นหัวเหมือนเห็นต่าง
            “มันไม่ถูกนะ เกมของเธอเอาเปรียบพวกฉันนี่ สมมุติถ้าพวกฉันคนใดคนหนึ่งแพ้ก็ต้องซื้อดริ๊งก์แก้วละห้าร้อยใช่ไหม และเวลาพวกเธอสามคนแพ้ พวกเธอก็ต้องดื่มเหมือนกัน แล้วใครจะเป็นคนจ่ายค่าดริ๊งก์ก็ต้องพวกฉันอีกใช่มั้ย เกมแบบนี้เขาเรียกว่าขี้โกงนะหนู”
            คำพูดของปราการราวกับน็อกเข้าที่ปลายคางคู่ต่อสู้จนหงายตึง ทุกคนได้แต่อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก ลีลาคิดในใจ โดนลูกค้าหินเข้าเสียแล้วงานนี้
             “คุณปราการไม่ต้องห่วงไปหรอกคร้าบ เรื่องจ่ายค่าดริ๊งก์แค่นี้เดี๋ยวผมเป็นคนจ่ายเอง นี่มันก็แค่เกมสนุกๆ พวกเราต้องคิดถึงวัตถุประสงค์ที่มาที่นี่สิครับ พวกเรามาเพื่อผ่อนคลาย ให้น้องๆ ช่วยเอนเตอร์เทนจะให้น้องๆ เดือดร้อนออกค่าดริ๊งก์กันก็ไม่ถูก พวกเราต้องดูแลน้องๆ ตอบแทนบ้างนะครับ”
             เสี่ยเล็กกล่าวเสียงอ้อแอ้ตัดรำคาญความเป็นคนเรื่องมาก จุกจิกของปราการ นึกในใจ
          “วันหลังกูไม่ชวนมันมาอีกแล้วไอ้เศรษฐีขี้เหนียวคนนี้”
             วันนี้ที่ชวนมาด้วยเพราะเห็นว่าเป็นญาติห่างๆ ของฝ่ายภรรยา และเห็นว่าเครียดเคร่งหลังจัดงานพิธีศพของเจ้าสัวอภัย ผู้เป็นบิดาที่เพิ่งจากไป อีกอย่างปราการจะต้องเข้ารับตำแหน่งประธานใหญ่ในสัปดาห์หน้าจึงชวนมาที่นี่ด้วย แต่ไม่นึกว่าชายหนุ่มจะเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย และเรื่องมาก แถมเถรตรงเช่นนี้ พลอยทำให้ทุกคนเสียบรรยากาศสนุกสนานไปด้วย
              “เอาน่าคุณปราการ อย่าเคร่งครัดอะไรนักเลยครับ แค่สนุกๆ กัน น้องลีลาก็เริ่มเกมเลยครับ จะให้พวกเราทำยังไงก่อนว่ามาเลย”
              หนุ่มตี๋กล่าวเสริม ทำลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดได้บ้าง ลีลาถึงกับแอบถอนหายใจเบาๆ ที่รอดตัวไป บอกตัวเองว่าจะประมาทลูกค้าแบบปราการไม่ได้เสียแล้ว
             “อ่าเอาเป็นว่าเสี่ยเล็กก็คู่กับน้องดาริกานะคะ ส่วนคุณพี่รามก็คู่กับน้องแอนนี่ และเอ่อ ลีก็คู่กับคุณพี่ปราการ พวกเราจะมาเป่ายิ้งฉุบพร้อมๆ กัน พอลีเริ่มนับหนึ่งถึงสามก็เริ่มเลยนะคะ?” ลีลากล่าว พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ แล้วหันหน้าไปยิ้มกับชายหนุ่มที่เอาแต่ทำหน้าถมึงทึงใส่ 
              คู่อื่นเตรียมพร้อมเล่นเกม แต่ปราการกลับไม่มีทีท่าจะตอบสนองกลับมาแม้แต่น้อยหล่อนจึงขยับเข้าไปใกล้เขา ต้นขาอ่อนขาวยาวเรียวเสียดสีเข้ากับขาเขา ชายเย็นชาถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสเหมือนไม่ได้ตั้งใจนั้น แต่มันเป็นความตั้งใจของลีลาเพื่อจะกระตุ้นให้เขาแสดงความรู้สึกรู้สาออกมาบ้าง
             “เอาล่ะค่ะ ลีจะเริ่มนับแล้วนะคะ หนึ่ง สอง สาม”
               ทุกคู่ต่างหันหน้าเข้าหากันและเป่ายิ้งฉุบคู่เสี่ยเล็ก ดาริกาแพ้ต้องเป็นคนดื่ม ส่วนคู่ของหนุ่มราม ฝ่ายชายแพ้ เขาจึงต้องดื่ม แต่พอคู่ของลีลา ปราการไม่ยอมขยับมือ เอาแต่ทำท่าทางเงอะงะเหมือนไม่รู้เรื่อง ลีลาจึงบอกว่า
               “ลีขออนุญาตปรับแพ้คุณพี่ปราการนะคะงานนี้ เพราะคุณพี่ช้า”
               “อ้าว! ได้ไงครับ ผมยังไม่ได้เตรียมตัวเลยคุณนับเร็วไปนะ” ปราการแย้งขึ้น
           “งั้นหยวนๆ ให้ เอาใหม่ก็ได้ค่ะ คราวนี้ให้น้องดาริกาช่วยนับแทนก็แล้วกัน ทุกคนเป็นพยานด้วยนะคะ”
          ลีลาอะลุ้มอล่วยให้เขา ก่อนจะหันไปบอกให้ดาริกาเป็นคนนับ คราวนี้ปราการเริ่มเตรียมพร้อมอย่างเอาจริงเอาจัง พอดาริกานับถึงสาม เขาก็ออกกระดาษทันที ส่วนลีลาออกกรรไกร ทำให้ชนะปราการ เขาถึงกับบ่นอีกรอบ
              “พวกคุณเตรียมกันมาหรือเปล่าเนี่ย เหมือนจงใจจะให้ผมแพ้นะแบบนี้”
          “แป่ว! คุณพี่ปราการคะจ่ายมาเลยค่ะห้าร้อย” ลีลาแบมือต่อหน้าเขา ชายหนุ่มได้แต่ทำนิ่งเฉย ลีลายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
            “หรือว่าจะให้คนชนะจ่ายก่อนดีคะ”
           หญิงสาวยื่นหน้าทะเล้นเข้าไปใกล้เกือบชิดใบหน้าเขา ชายหนุ่มถึงกับผงะจนหลังพิงติดกับพนักโซฟา ทำเอาทุกคนเปล่งเสียงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
             “เธอจะทำอะไรฉัน?
            “เอ้า! ลีชนะคุณพี่ ลีก็ต้องจูบคุณพี่น่ะสิคะ” 
            ลีลาว่า แล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มปราการอย่างเร็ว ปราการถึงกับสะท้านเฮือกไปทั้งร่าง เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนผู้หญิงจู่โจมก่อนแบบนี้ หัวใจเขาถึงกับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ไม่ต่างกับลีลา จนหญิงสาวต้องถ่องไว้ในใจ
           “มันเป็นงาน มันเป็นงาน
    “ทีนี้ก็ตาคุณพี่ปราการจ่ายมาสิคะ หรือจะให้ลีตามทวงหนี้เหมือนเมื่อกี้นี้อีก”  ลีลาเอ่ยขึ้นเสียงหวาน พร้อมขยับเข้าหา ทำท่าเหมือนจะเตรียมขย้ำเขา ชายหนุ่มจึงจำใจล้วงเอากระเป๋าออกมา แต่ปรากฎว่าในกระเป๋ามีเฉพาะแบ้งค์พัน ทุกคนได้แต่ชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น และลุ้นว่าเขาจะจ่ายหรือเปล่า
             “ไม่มีแบงค์ย่อย”
             ปราการกล่าวเสียงเรียบ ลีลาไหวพริบดี จึงบอกว่า
             “แต่ที่ร้านมีแลกแบงค์ค่ะ คุณจะแลกเท่าไหร่เดี๋ยวลีบอกเด็กๆ ไปแลกให้”
             “ผมไม่ไว้ใจ เธอพาฉันไปสิ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำด้วยพอดี” 
             ปราการหันไปบอกเด็กสาวที่เอาแต่ทำหน้างงกับความเรื่องมากของเขา เสี่ยเล็กสะบัดมือที่อ่อนปวกเปียกไปมาเพื่อตัดความรำคาญ
            “ไปเถอะหนูลี พาคุณปราการไปแลก แล้วพาไปสำรวจห้องน้ำด้วยนะ เพราะท่านเพิ่งมาครั้งแรก ดูแลให้ดีๆ นะหนูนะ”
            ลีลาจึงลุกเดินนำทางปราการออกไปด้านนอก ระหว่างเดินไปด้วยกันบนทางเล็กๆ ที่มีแสงไฟสาดส่องมาเพียงสลัวนั้น ทั้งสองไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่เดินไปเรื่อยๆ พร้อมหัวใจคุกรุ่นด้วยไฟราคะซึ่งค่อยๆ ถูกจุดขึ้นมาเงียบๆ
             ปีศาจตัณหาเดินแวะเข้ามากระซิบบอกข้างๆ หูของพวกเขาเป็นระยะให้เริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง
            “ทำไมจึงเลือกมาทำงานแบบนี้ล่ะ?
           จู่ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยถามขึ้น ลีลาหยุดเท้าที่กำลังเดินหันมามองร่างกำยำที่หยุดเท้าไว้ทันก่อนจะชนเข้ากับร่างเล็ก
             “ทำไมหยุดเดินล่ะ ฉันเกือบชนเธอล้มแล้วไหมล่ะ” เขากล่าวขึ้นในเงาสลัว
“ก็คุณถามนี่คะ”
              ลีลากล่าว กลิ่นโคโลญอ่อนๆ ชั้นนำของโลกจากตัวเขาโชยมาแตะจมูกลีลา ใจหญิงสาวไหวหวามขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หล่อนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แม้จะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาที่นี่ ลีลาก็สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกไว้ได้ แต่กับปราการ เขาดึงดูดใจหล่อนอย่างประหลาด
            “แล้วทำไมจู่ๆ คุณถึงอยากรู้ขึ้นมาล่ะคะ?
            หล่อนยืนพิงกับผนัง เหมือนกับว่าจะต้องสนทนาเรื่องนี้กับเขานาน ตั้งแต่เข้ามาเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์เกือบปีก็เพิ่งจะมีเขานี่แหละที่เอ่ยถามเรื่องนี้กับหล่อนคนแรก
“ก็อยากจะรู้น่ะ ผมเพิ่งเคยมาสถานที่แบบนี้ครั้งแรก เห็นเด็กสาวๆ แบบพวกเธอเข้ามาทำงานแบบนี้ก็อยากรู้ว่าเพราะอะไรเป็นแรงบันดาลใจ หรือแรงดึงดูดใจให้พวกเธอมาทำงานที่เปลืองตัวแบบนี้ก็เท่านั้นเอง”
          “ในทางกลับกัน ถ้าลีขอถามคุณบ้าง ทำไมพวกผู้ชายถึงเลือกที่จะเข้ามาสถานที่แบบนี้ล่ะคะ ในเมื่อคุณได้ตัดสินว่ามันไม่ดีต่อพวกผู้หญิงนั่งดริ๊งก์ไปเรียบร้อยแล้ว ทำไมกันล่ะ?
              คำถามนั้นราวกับตบเข้าที่ใบหน้าของปราการฉาดใหญ่
              “เธอยังไม่ตอบคำถามฉันเลย แล้วจะมาต่อว่าผู้ชายอย่างพวกเราอีก”
              ปราการกล่าวเสียงดุ ลีลาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ จากเขา
           “คนรวยแบบพวกคุณจินตนาการถึงโลกของพวกฉันไม่ออกหรอกค่ะ สรุปว่าที่ฉันเข้ามาทำงานที่นี่ก็เพราะเงิน ตอนนี้พอใจหรือยังคะคุณพี่” 
              หล่อนกล่าว แต่ก็ยังรักษาระดับน้ำเสียงในระดับปกติ และความเป็นคนขี้เล่นเอาไว้ได้ดี
            “ถ้าฉันจ้างเธอไปเป็นเด็กทำความสะอาดที่บ้านล่ะ เธอจะสนใจไหม?
             ปราการยื่นข้อเสนอ ลีลาคาดเดาไม่ออกว่าเขาต้องการอะไร
             “คะ? คุณกำลังประชดเด็กนั่งดริ๊งก์แบบฉันอยู่รึเปล่าคะเนี่ย?
            “เปล่า ฉันกำลังต้องการเด็กที่คล่องแคล่วแบบเธอมาช่วยดูแลบ้าน เพราะฉันไม่ค่อยถูกใจใครง่ายๆ หรอกนะจะบอกให้”
        “อ้าว! คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะทำงานถูกใจคุณ ฉันอาจทำงานบ้านไม่เป็นเสียด้วยซ้ำนะคะ” ลีลาอยากจะรู้ว่าเขาจะตอบหล่อนอย่างไร
           “ฉันรู้สิ” เขากล่าว น้ำเสียงแสดงความมั่นอกมั่นใจเสียจนคนฟังนึกประหลาดใจ
             “ที่ฉันต้องการก็แค่ความอดทนของเธอก็เกินพอ”
             “ห๊ะความอดทนคุณหมายความว่าไง ความอดทนของฉันมันเกี่ยวอะไรกับงานบ้านคะคุณปราการ?” ลีลาสงสัยหนัก ปราการหยิบนามบัตรจากกระเป๋าออกมาส่งให้หล่อน
             “ตัดสินใจได้เมื่อไหร่โทร.หาฉัน”
              “คะ?
              “จะยืนคุยอยู่แบบนี้อีกนานไหม?
             “อ่าแล้วมันแค่ทำความสะอาดบ้านอย่างเดียว หรือว่าต้องทำอาหารอะไรด้วยไหมคะ?” เด็กสาวเริ่มให้ความสนใจ และซักไซ้ถามเขาขณะเดินออกไปที่เคาเตอร์ ปราการหันมาจุปากให้หล่อนเงียบ ก่อนจะชูสองนิ้วแล้วชี้ที่ตัวเขากับหล่อนไปมา ลีลาทำหน้างงอย่างหนัก พอแลกแบ้งค์ย่อยเสร็จ เมื่อเดินกลับออกมา ปราการกระซิบบอกหล่อนเสียงเบา
            “เรื่องนี้ห้ามบอกใครว่าฉันจ้างเธอไปเป็นเด็กรับใช้”
            “ทำไม่ล่ะคะ ไม่เห็นเสียหายตรงไหน?
        “แต่ฉันเสียหาย รายละเอียดเอาไว้คุยกันทีหลัง ตกลงเธอจะรับข้อเสนอใช่ไหม?
             “แต่ฉันทำให้คุณได้แค่ตอนกลางวันนะคะ ส่วนกลางคืนฉันต้องมาทำงานที่นี่”
            “ห๊ะ นี่ยังอาลัยอาวรณ์กับงานนั่งดริ๊งก์ที่นี่อีกรึ เอาเถอะถ้าเธอทำงานในตอนกลางวันเรียบร้อยดีฉันจะพิจารณาอีกที พรุ่งนี้ก็ไปพบฉันที่บ้านตอนสิบโมงโอเคนะ”
            ปราการกล่าวสรุป ก่อนจะบอกให้ลีลายื่นมือออกมา
           “ยื่นมือมาสิ”
           “ทำไมคะ?” ลีลายื่นมืออกไปอย่างลังเล ปราการหยิบแบงค์ห้าร้อยหนึ่งใบส่งให้หล่อนในมือ
            “นี่ห้าร้อยค่าดริ๊งก์ของเธอเอาไปส่วนนี่อีกห้าร้อยเป็นทิป และเอาไว้เป็นค่าแท็กซี่ไปที่บ้านฉัน โอเค เรียบร้อย พรุ่งนี้ค่อยเจอกันตอนสิบโมง”
            กล่าวจบปราการก็เดินหันหลังออกจากร้านไปทันที ทิ้งไว้เพียงความงุนงงกับลีลา พอตั้งสติได้หล่อนจึงวิ่งตามเขาไปติดๆ ที่ลานจอดรถ
          “เดี๋ยวค่ะ แล้วคุณจะไม่กลับเข้าไปที่ห้องเล่นเกมทดสอบตบะกับพวกเราต่ออีกหรือคะ?
             “เกมบ้าบอของเธอเอาไว้ทดสอบพวกผู้ชายหน้าโง่ไปเถอะ แค่นี้สำหรับฉันก็เกินพอ ฉันไม่โง่เข้าไปในห้องนั้นอีกเป็นครั้งที่สองหรอกยัยเด็กบ๊องฉันเป็นใคร เธอเป็นใคร ผู้ชายดีๆ ฉลาดๆ พวกเขาไม่บ้ามาเล่นเกมแบบนั้นหรอก แล้วก็อย่าเที่ยวไปหลอกผู้ชายให้หลงจนหัวปักหัวปำเพื่อหวังเงินในกระเป่าของพวกเขาอีกล่ะ เปลี่ยนอาชีพซะและพรุ่งนี้ถ้าตัดสินใจจะมาทำงานให้ฉันก็ห้ามไปเกินสิบโมง ฉันเป็นคนตรงต่อเวลา”
            “อ่าค่ะ” 
            ลีลาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เออออและแอบเบะปากใส่เขาเล็กน้อย จนเมื่อรถเก๋งของปราการเคลื่อนออกไปจากร้าน หล่อนก้มลงมองเศษเงินหนึ่งพันบาทในมือที่เพิ่งรับมาจากเขาก็รู้สึกจุกแน่นไปทั้งหน้าอก
             “แล้วแค่นี้จะพอค่ารักษาแม่ทุกอาทิตย์หรือเปล่าล่ะเนี่ย เฮ้อ!


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น