วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เอเลี่ยนสเตชั่น (Alien Station Live in Thailand) (ตอน 3-1)




ข้อเสนอที่ไม่ได้คาดหวัง (1)


ทุกครั้งที่เดินทางไปทำธุระนอกบ้านเพียงลำพัง พอกลับเข้าบ้านอีธานมักจะบ่นถึงประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดไม่คาดฝันให้ภรรยาฟังเสมอ
วันนั้นก็เช่นกัน อีธานหัวเสียอย่างหนัก หน้าบูดบึ้งตั้งแต่เปิดประตูห้องเข้ามา
 ไปเจออะไรมาอีกล่ะคราวนี้มิสเตอร์เอเลี่ยน หน้าเครียดเชียว?”  พีรดาเดาออกทันทีว่าสามีต้องเจอกับสถานการณ์ชวนขนหัวลุกกลับมาอีกแน่ เพราะตลอดเวลาที่อีธานอยู่เมืองไทยมักมีเรื่องราวไม่คาดฝันเข้ามาทดสอบเขาเป็นประจำ
“ผมเจ็บใจ เกิดมาไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น คนอาไร้หน้าเงินชะมัด แถมเลือดเย็น ไร้สำนึก”
เขาบ่นอย่างหัวเสีย ตัวสั่นงันงกเพราะความโกรธยังไม่ทันจางหาย ทำให้พีรดานึกแปลกใจ เดินไปนำน้ำจากตู้เย็นมาให้เขาดื่ม จากนั้นก็นั่งลงฟังเขาเล่าอย่างใจเย็นเช่นทุกครั้ง
พอดื่มน้ำเสร็จ อีธานก็เริ่มเล่าเป็นฉากๆ ทั้งแสดงสีหน้าท่าทางประกอบ ชวนตื่นเต้นจนคนฟังแทบลืมหายใจ
หลังจากช็อปปิ้งเสร็จ อีธานได้เดินออกจากห้างสรรพสินค้า ในมือถือข้าวของพะรุงพะรัง จึงตัดสินใจโบกรถแท็กซี่คันหนึ่ง คนขับรายนั้นพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้างก็เริ่มชวนเขาพูดคุยเป็นน้ำไหลไฟดับ แต่แทนที่เจ้าหนุ่มจะแนะนำคนต่างด้าว หรือเอเลี่ยนอย่างเขาในทางสร้างสรรค์กลับแนะนำตัวเองว่าเขาคือ เอเจนซี่ขายเนื้อสด มันน่าภาคภูมิใจไหมล่ะ เป็นคนขับแท็กซี่อย่างเดียวไม่พออยากอวดมากว่ามีอาชีพเสริมหลายอย่าง พอมิสเตอร์เอเลี่ยนได้ฟังครั้งแรกก็นึกทะแม่งๆ อยู่ในใจว่าไอ้คนนี้จะมาไม้ไหนกันนะ
จากนั้นเจ้าหนุ่มก็เริ่มพลิกบทบาทจากคนขับแท็กซี่เปลี่ยนไปเป็นเอเจนซี่ขายเนื้อสดเต็มตัวทันที พูดเป็นต่อยหอยเพื่อเสนอขายเด็กสาวให้กับเอเลี่ยนอย่างอีธาน
          ผมมีเด็กอายุ 14- 15 ปี ถ้ามิสเตอร์สนใจผมจะจัดส่งให้ถึงโรงแรมทันที ราคาแค่ 1,500 บาท
พอมิสเตอร์เอเลี่ยนที่เถรตรงดุจดั่งไม้บรรทัดได้ยินเข้าถึงกับร้องอุทานเสียงดังจนซาตานในร่างแท็กซี่คนนั้นตื่นตกใจ
          อะไรนะ? นั่นมันรุ่นเหลนผมเลยนะ คุณปกติดีอยู่หรือเปล่า กุ๊กกูแมน!”
เจ้าคนขับแท็กซี่รายนั้นท่าทางจะเมายาค้าง ยังเผือกดันทุรังเชียร์ธุรกิจตัวเองไปได้อีก
          ไม่เป็นไร ผมกับเด็กๆ รู้จักกันไม่ผิดกฎหมายหรอก ไม่มีปัญหา เด็กๆ ก็อยากได้เงินใช้ ผมเป็นตัวแทน สบายๆ มิสเตอร์
          ช่างกล้านะไอ้คนนี้ เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกับพ่อยอดชายไม้บรรทัดเรียกพี่เข้าเสียนี่
คุณนี่ท่าทางจะละเลยในเรื่องมโนธรรมไปนานนะ คุณเข้าใจหรือเปล่าไม่ใช่เพราะเหตุผลว่าคุณกับเด็กพวกนั้นรู้จักกันแล้วจะไม่ผิดกฎหมายนะ แต่ทำแบบนี้มันเป็นเรื่องไม่สมควร คุณรู้จักคำว่าละอายต่อบาปไหมกุ๊กกูแมน…no common sense!” อีธานกล่าวอย่างควบคุมอารมณ์ความรู้สึกเต็มที่
          ไม่บาป ไม่เป็นไรหรอก สมัยนี้เจริญแล้ว ใครๆ เขาก็ทำกัน ไปดูที่ภูเก็ต พัทยา พัฒน์พงศ์ นานาสิถ้าไม่เชื่อ ขายกันตรึม
แท็กซี่หัวหมอรายนั้นยังดันทุรังลื่นไหลไปได้อีก และโชว์อ๊อฟเสียยกใหญ่ คิดว่าเอเลี่ยนที่เข้ามาในเมืองไทยก็คงหวังแค่เพียงอย่างเดียวนั่นแหละ แต่คราวนี้เขาคงนึกประหลาดใจที่เอเลี่ยนเจ้านี้ไม่ยอมรับข้อเสนอง่ายๆ ถึงจะเชียร์จนหน้าดำหน้าแดง ลดกระหน่ำเซลสะท้านแผ่นดิน แต่เจ้าเอเลี่ยนสายพันธุ์ไม่ทราบที่มาก็ยังใจแข็ง แถมยังเลือดขึ้นหน้า ด่าสาดใส่เอเจนซี่ขายเนื้อสดรายนั้นจนหน้าแหกหมอไม่รับเย็บไปหลายคำ
          ไอ้เหี้! กุ๊กกูแมน! อีเดียด! ไปเกิดใหม่ซะเถิดไป้! ร้อยชาติค่อยกลับมาเป็นมนุษย์ใหม่นะ เผื่อจิตวิญญาณมึงจะเรียนรู้อะไรดีๆ กับคนอื่นเขาขึ้นมาบ้าง ฮึ่ม! เอเลี่ยนเซ็งจอดรถ กูจะลงตรงนี้แหละ!”  



พอเล่าถึงตรงนี้ เอเลี่ยนอีธานก็ทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง สุดท้ายเขาพูดตบท้ายอย่างสลดใจกับผู้เป็นภรรยาว่า
 โถราคาชีวิตคนมีค่าเพียงแค่ 1,500 บาทเองหรือ ทำไมมันถูกจัง?”
บทเรียนสุดประทับใจเกี่ยวกับคนขับแท็กซี่ชาวไทยก็จบไปอีกเรื่อง ต่อมาข้อเสนอแบบนี้เอเลี่ยนอย่างอีธานก็ยังคงได้รับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
จากตอนแรกอีธานวาดหวังนักหนาว่าจะมาเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่อย่างสงบสุขที่เมืองไทย แต่สิ่งที่พบกลับตรงกันข้าม ซึ่งไม่รู้จะหัวเราะ หรือร้องไห้ดี
เขาควรยิ้มและอ้าแขนต้อนรับเอาสิ่งแปลกใหม่ที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวันหรือเปล่านะมันเป็นถ้อยคำถามที่เกิดขึ้นในสมองเล็กๆ ของมนุษย์ธรรมดาที่ยังสุกๆ ดิบๆ คนหนึ่ง และท้าทายต่อมกิเลสที่หลับใหลของอีธานทุกวินาที





รูปแบบ e-book

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น