วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เอเลี่ยนสเตชั่น (Alien Station - live in Thailand) ( ตอน 7 ) ไมเคิล นักเช่าเงิน


ไมเคิล นักเช่าเงิน



พอครบ 90 วัน และต้องต่อวีซ่าทีไร เหล่าเอเลี่ยนในชุมชนเป็นอันต้องทำหน้าพะอืดพะอม กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันทุกราย
          ไมเคิล เพื่อนของพีรดาและอีธานเป็นชาวเมืองผู้ดี ประเทศอังกฤษ เดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ไทยนานสิบกว่าปี เขาเป็นคนรูปร่างผอมสูง ชอบแต่งกายสุภาพตั้งหัวจรดปลายเท้า ปีนี้ไมเคิลอายุย่างหกสิบปี ชายสูงวัยชื่นชอบการดื่มเบียร์เป็นพิเศษ ท่าทางเมากรึ่มๆ เหมือนคนเมายาตลอดทั้งวัน เวลาพูดก็ชอบส่ายหัวโคลงเคลงไปด้วยไม่ต่างจากจิ้งเหลนคอยระแวดระวังภัย
ไมเคิลหาเลี้ยงชีพด้วยการเล่นหุ้น วันไหนโชคดีก็ได้เงินเยอะ วันไหนดวงซวยไม่ว่าจะเทรดสั้น เทรดยาว ยืนเทรดหรือนอนเทรด จะทำแบบไหนก็ถูกกินเรียบ
          เนื่องจากไมเคิลได้ทำวีซ่าเกษียณอายุในประเทศไทย ต้องใช้หลักฐานทางการเงินที่เป็นเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ของไทยไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่าแปดแสนบาทประจำทุกปีแต่เงินจำนวนมากขนาดนั้น อาศัยลำพังเงินจากการเล่นหุ้นอย่างเดียวยังไม่พอ ไมเคิลจึงใช้เทคนิคไปขอเช่าเงินจากชาวไทยโอนเข้าในบัญชี ในลักษณะโอนเข้าแล้วโอนกลับทันที เพียงไม่กี่วินาที ผู้ให้เช่าเงินก็ได้รับเงินจากไมเคิลไปแล้วถึงสามหมื่นบาท ต่อการโอนหนึ่งครั้ง
“เขาเล่นหากินกันง่ายๆ แบบนี้แล้วหรือตอนนี้?
พีรดาเอ่ยถามไมเคิล รู้สึกอึ้งกับเรื่องที่ได้ยิน
“เยส! ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ถ้าผมมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ก็ไม่อยากทำหรอก” ไมเคิลกล่าวเสียงเศร้า พลางกระดกน้ำสีอำพันเข้าปากดังอึกๆ


“โอ้! มายก๊อด! นับวันพวกเอเลี่ยนจะถูกบีบให้อยู่ที่นี่ลำบากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาคงอยากจะเขี่ยพวกเอเลี่ยนที่ไม่มีเงินออกไปให้หมดน่ะแหละถึงได้เพิ่มวงเงินสูงขึ้นทุกปีๆ”
อีธานกล่าวอย่างสลด ไมเคิลถึงกับรีบยกมือทำท่าจุปากทันที
“อย่าพูดดังไปเดี๋ยวคนอื่นเขาได้ยิน คุณจะเดือดร้อนเอาได้”
“โอ้! มายก๊อด! ไมเคิลสงสัยคุณจะมาอยู่ที่นี่นานจนลืมความเป็นชาวเมืองผู้ดีไปหมดแล้วจริงๆ ขนาดจะแสดงความคิดเห็นก็ยังกลัว คุณกลายเป็นคนที่นี่หัวใจเต็มร้อยไปเสียแล้วเพื่อนเอ๋ย…Good luck for you.
อีธานอวยพรเขาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ไมเคิลก็เอาแต่โยกหัวโงนเงนไปมา ไม่พูดไม่จา ราวกับยอมรับในชะตากรรมที่ดันเกิดมาเป็นเอเลี่ยนพลัดถิ่น
เมื่อสิงสถิตในชุมชนนี้นานวันเข้า ความเป็นเอเลี่ยนจากอังกฤษที่เคยเข้มข้นในสายเลือดของไมเคิลก็พลอยเจือจางไปวันละนิดๆ  เวลานี้เขากลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองไปเสียสิ้น พยายามทำตัวให้กลมกลืนเข้ากับผู้คนในท้องถิ่นจนแยกแยะไม่ออก
ถ้าไม่จำเป็น ไมเคิลก็จะไม่อ้าปากตอบโต้ หรือมีเรื่องกับใคร คอยเออออห่อหมกตามคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาตามมา
ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่เป็นธรรมสำหรับเขา แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตารับสภาพนั้นมาได้นานหลายปี เพื่อให้ได้อาศัยอยู่ในเมืองไทยได้อย่างสงบสุข
ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เขาคงเห็นว่าการอาศัยอยู่เมืองไทยมันลงตัวกว่าการกลับไปบ้านเกิด เพราะอังกฤษก็ใช่ว่าเขาจะพบเส้นทางเลือกที่ดีกว่า อาจเผชิญกับสภาพปัญหาด้านต่างๆ มากมายเมื่อกลับไป เพราะหลายปีที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ไทย เขาก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย พอปรับตัวเข้ากับเมืองไทยได้ก็รู้สึกคุ้นเคยและผูกพัน ต่อจากนั้นก็กลายเป็นความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นอะไรที่ใหม่ๆ
แม้จะเผชิญกับปัญหามากมายในเมืองไทย แต่เขาก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์จนผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ใช้ชีวิตอยู่อย่างปลดปลงตามวิถีพุทธ เขาอาจไม่เข้าใจหลักคำสอนใดๆ เกี่ยวกับศาสนา แต่เขาเรียนรู้โดยวิถีทางธรรมชาติที่ชาวพุทธถือปฏิบัติ พยายามปล่อยวางทุกสิ่งอย่าง เพราะมันเป็นเหมือนโอสถชั้นเลิศคอยเยียวยาบาดแผลภายในจิตใจที่บอบซ้ำทุกข์ทรมานนั้น


to be continued>>>


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น