วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เอเลี่ยนสเตชั่น (Alien Station - live in Thailand) (ตอน 6)


มัธยัสถ์จนเกินเหตุ


“ถ้าโลกนี้มีคนแบบบรู๊คสักร้อยคน โลกคงจะร่ำรวยมากขึ้น”
อีธานบ่นกับพีรดาในวันหนึ่ง หลังจากสิ้นเจฟไปได้ไม่นานบรู๊คก็เดินเข้ามาในชีวิตของอีธานและพีรดา
บรู๊คชายสูงวัยอายุหกสิบกว่า เขาเป็นชาวออสซี่เดินทางระหกระเหินมาจากซิดนีย์ เนื่องจากไม่สามารถต้านทานต่อค่าครองชีพที่สูงลิ่วในออสเตรเลียได้ จึงมาอาศัยอยู่ไทยและบรู๊คยังเป็นตัวแทนแห่งความประหยัดมัธยัสถ์ที่น่ายกย่องสรรเสริญเสียจนน่าหมั่นไส้แก่ผู้คนรอบข้างที่รู้จัก
บรู๊คอาศัยที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี จึงใช้เป็นวิชาทำมาหาเลี้ยงชีพ โดยรับสอนเด็กนักเรียน และผู้ใหญ่ในชุมชนที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งคิดค่าจ้างสอนชั่วโมงหนึ่งไม่ถึงร้อยบาท เพื่อรอเวลากลับไปรับเงินบำนาญจากรัฐบาลออสเตรเลียเมื่ออายุครบ 65 ปี
แรกๆ บรู๊คกับอีธานพูดคุยถูกคอกันดีมาก เนื่องจากมาจากออสเตรเลียเหมือนกันจึงสื่อสารกันได้ดี แตกต่างจากเพื่อนชาวอเมริกัน พอคุยกันทีไรต้องทวนคำถามทุกคราครั้งไป ภาษาอังกฤษเหมือนกันแต่สำเนียงต่างกัน บางครั้งก็ทำให้เอเลี่ยนเหล่านี้เผชิญปัญหาเรื่องการสื่อสารได้เช่นกัน นำไปสู่ความขัดแย้งเล็กๆ อยู่เสมอ
ชาวออสซี่บอกว่าภาษาอังกฤษพวกเขาถูกต้องแม่นยำมากกว่าภาษาอังกฤษจากอเมริกา ขณะที่ชาวอเมริกันกลับบอกว่าภาษาอังกฤษของพวกเขาเจ๋งกว่า ทำให้เกิดอีโก้ มีการเปรียบเทียบเปรียบเปรยกันขึ้นภายในกลุ่มไม่ได้ขาด
“ภาษาอังกฤษออสเตรเลียพวกบ้านนอกจะมาสู้อเมริกาได้ยังไง”
ครั้งหนึ่งชายชาวอเมริกันคนหนึ่งโมโหจึงโวยวายเสียยกใหญ่ที่ถูกท้าทายจากฝ่ายออสซี่
“ภาษาอังกฤษจากอเมริกาสิติ๊งต๊อง นำเอาภาษาแม่แบบเขาไปดัดแปลงจนวิบัติ”
ฝ่ายออสซี่ก็ไม่ยอมลงให้ชาวอเมริกันง่ายๆ เช่นกัน
ที่น่าขำสุดๆ สำหรับผู้มองดูอยู่วงนอกก็คือ พอจะสั่งกาแฟทีไร ถ้าคนขายถามว่า รับกาแฟดำแบบไหนดี ชาวออสซี่จะไม่เอ่ยปากพูดถึงกาแฟอเมริกาโน่กันเลย เพราะกลัวเสียศักดิ์ศรี
เรื่องราวของบรู๊คทำให้พีรดานึกถึงคนสมัยโบราณย้อนยุคไปเมื่อสมัยสี่สิบถึงห้าสิบปีที่แล้ว เพราะเขาประหยัดทุกอย่างถ้าสามารถประหยัดได้
อีธานกับบรู๊คมักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันในตอนกลางวัน พูดคุยเรื่องสัพเพเหระราวกับคู่รัก และชอบไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำในช่วงน้ำต้มผักยังไม่ขม โดยที่ไม่ต้องมารบกวนพีรดาให้ไปโน่นมานี่ด้วยระยะหนึ่ง
ด้วยความที่บรู๊คเคยอาศัยอยู่ในเมืองไทยมานานกว่าอีธาน ทำให้รู้เกือบทุกซอกทุกมุมของกรุงเทพฯ เขาจึงเป็นผู้นำทาง และอีธานเป็นผู้ตาม บรู๊คจึงสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่เขาปรารถนา ฟังดูเหมือนจะดีทีเดียวที่มีคนคอยนำทางตลอด แต่
          “โอ้! มายก๊อด! เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นคนอะไรขี้เหนียวชะมัด
วันหนึ่งอีธานร้องโอดครวญขึ้นเมื่อกลับถึงห้องพัก พีรดาได้แต่หัวเราะกับท่าทางสติแตกของสามี
“เจออะไรดีๆ มาอีกแล้วล่ะสิ?” พีรดาถาม
“โอ๊ย! ผมจะไม่ไปไหนกับมิสเตอร์บรู๊คนั่นอีกแล้ว ต่อไปนี้ผมต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ”
เขาว่า น้ำเสียงฟังดูเครียดจัด
“หะ!…จะให้ฉันแบกคอมฯ ไปเขียนหนังสือข้างนอกด้วยหรือเปล่าเนี่ย?
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็ไม่ไปไหนกับใครทั้งสิ้นต่อไปนี้เข็ดหลาบจนตาย ไปกับพ่อเฒ่าแจ๊กกี้ที่ห้างฯ ตาเฒ่านั่นก็เที่ยวไล่ขอเบอร์โทร.สาวๆ ในห้างฯ ไปทั่ว แถมยังไปเจ๊าะแจ๊ะกับพวกกะเทยจนมันวิ่งไล่ปล้ำผมกลางห้างฯ ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน กว่าจะรอดมาได้เกือบตาย แต่พอคบกับบรู๊คคิดว่าจะดีกว่าทุกคน แต่เจ้านี่กลับยิ่งร้ายกว่าใครเพื่อน
“ทำไมล่ะ บรู๊คเขาท่าทางออกจะใจเย็น ไม่ใจร้อนเหมือนคุณ ก็น่าจะเข้าขากันดีนะฉันว่า คนหนึ่งร้อน คนหนึ่งเย็น แล้วมีปัญหาตรงไหน?
“ปัญหาน่ะหรือ เพราะแกประหยัดเกินไปยังไงล่ะ”
“อ้าว! ประหยัดแล้วทำไมต้องเป็นปัญหา ดีออกคนประหยัดทุกวันนี้หายาก”
ผู้เป็นภรรยาว่า ชักเริ่มเป็นห่วงสามีเอเลี่ยนที่นับวันจะกลายเป็นมนุษย์ขวางโลกมากขึ้นทุกทีตั้งแต่มาอาศัยอยู่ในชุมชนนี้
“คิดดูนะแทนที่จะนั่งรถเมล์ต่อเดียวราคายี่สิบบาท แต่รู้ไหมแกกลับไปนั่งรถสองแถวสองต่อพาวิ่งอ้อมโลกกว่าจะถึงบ้าน เพียงเพื่อจะประหยัดเงินแค่ห้าบาท จะอะไรกันนักกันหนาแค่ค่าโดยสารต่างกันเพียงห้าบาท แกประหยัดยิ่งกว่าคนไทยเสียอีกนะนี่ ผมอยากจะบ้าตาย พอผมจะจ่ายให้ก็ไม่ยอม แบบนี้ยิ่งน่าโมโหเข้าไปใหญ่ เพราะแกรักศักดิ์ศรีในความเป็นคนจนของแก ถ้ารถไม่ติดน่ะก็พอว่า แต่นี่ต้องนั่งรถติดแหง็กอยู่บนถนนดมควันพิษตั้งหลายชั่วโมง เฮ้อ! ไมไหวๆ”
อีธานบ่นไป พร้อมกับส่ายหน้าไปมา
แต่พอวันต่อๆ มาเมื่อมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครในชุมชนที่พอจะพูดภาษาอังกฤษและปรับทุกข์ได้ เขาจึงต้องกลับไปหาบรู๊คอีกเหมือนเดิม พร้อมกับพยายามปรับตัวฝืนใจให้เข้าใจในนโยบายแนวความคิดประหยัดของบรู๊ค
“ฝรั่งเหลือขอพวกนี้ ถ้าเป็นที่ออสเตรเลียจ้างผมก็ไม่พูดด้วย มีแต่พวกมีปัญหา แต่ก็ต้องทำใจเพราะที่นี่หาคนพูดภาษาอังกฤษยาก อ๊ะหยวนๆ ให้ คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ เข้าใจๆ” อีธานกัดฟันกล่าวเหมือนคนเข้าใจสัจธรรม
วันหนึ่งพอว่างจากงานเขียน พีรดาเดินไปรับประทานอาหารที่โรงอาหารในชุมชน เห็นสองเอเลี่ยนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
พออีธานมองเห็นภรรยาเดินเข้าไปในโรงอาหารก็กวักมือ ร้องเรียกเป็นการใหญ่
“มาๆ นั่งฟังเรื่องตลก”
สามีเอเลี่ยนของหล่อนบอก พลางเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง บรู๊คยกมือกล่าวทักทายพีรดา
“ไฮ! สบายดีนะ?
“ก็โอเค. แล้วพวกคุณคุยเรื่องอะไรกัน?
พีรดาถามด้วยความสงสัย อีธานบอกเสียงกลั้วหัวเราะว่า       
“ก็บรู๊คน่ะสิ เขาเลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งแล้วมันหนีไป บรู๊คบอกว่าเพราะเขาเป็นคนประหยัดมาก แม้แต่แมวก็ยังเผ่นหนี นับประสาอะไรจะมีเมีย เมียก็คงโบกมือบ๊ายบายเหมือนกัน ขนาดค่าไฟก็ยังจ่ายแค่เดือนละสี่สิบบาท กินข้าววันละหนึ่งมื้อจานละสามสิบสี่สิบบาท เขาใช้เงินวันละไม่ถึงห้าสิบบาทด้วยซ้ำ คุณจะเชื่อไหม?
“เฮ้ย! ขนาดอยู่บ้านนอกวันละร้อยยังไม่พอ นี่ในเมืองจะพอได้ยังไง?
พีรดาหันขวับไปจ้องมองโฉมหน้ามนุษย์ประหยัดราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“แล้วค่าไฟทำไมถูกจัง ในห้องไม่มีอะไรเลยหรือ พัดลม ตู้เย็น แอร์ฯ กลางคืนอยู่ยังไง คุณเปิดไฟไหม หรือใช้เทียนไขจุดเอา?
พีรดาชักถามอีกด้วยความกังขา และไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้ในโลกยุคไฮเทค แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วกับเอเลี่ยนเพื่อนของเธอ เขาทำให้เธอเห็นว่า เงินนั้นมีค่าทุกบาททุกสตางค์เวลาอยู่ในสถานการณ์ชีวิตที่ไม่เป็นไปตามอย่างคาดหวัง
ชาวต่างชาติมากมายที่เดินทางเข้ามาในไทยใช่ว่าจะร่ำรวยมีเงินทองอย่างที่หลายคนเข้าใจ บางรายเข้ามาอยู่ไทย ถ้าไม่หนีปัญหาบางอย่าง ก็มาเพราะคาดหวังว่าแผ่นดินไทยจะเป็นที่พึ่งพิงยามยากให้แก่พวกเขาได้
บรู๊ค คือตัวแทนของเอเลี่ยนยอดประหยัด เขาประหยัดทุกอย่างจนพีรดาไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
ต่อมาอีธานได้อัพเดทข่าวบรู๊คให้หล่อนฟังอีก เขาประหยัดถึงขนาดที่ว่า ลงทุนเช่าผู้หญิงมานอนด้วยเลยทีเดียว
“ฮ้า! มีเรื่องแบบนั้นด้วยรึ?
พีรดาร้องขึ้นเสียงหลงเมื่อได้รับฟังเรื่องราวชวนหัว แต่อีธานกลับหัวเราะไม่ออก
“ทำไมเขาไม่คบจริงจังไปเลย จะมาเช่าผู้หญิงเป็นรายเดือนแบบนั้นทำไม เหตุผลล่ะ?
ภรรยาถามหาเหตุผล อีธานตอบโดยไม่คิดนาน “เหตุผลเดิมคือ ประหยัด”
“ประหยัดตรงไหน?
“อ้าว! คิดดูนะ ถ้าเกิดแต่งเมียก็ต้องให้ค่าสินสอดทองหมั้นใช่ไหม คนประหยัดอย่างอีตาบรู๊คย่อมไม่ทำแน่ แต่ถ้าไปซื้อผู้หญิงขายบริการมันก็เสี่ยงต่อการติดโรคร้าย เขาบอกกับผมเองว่า ที่เขาไม่ยอมมีเมียเป็นตัวเป็นตนเพราะไม่อยากควักเงินออกจากกระเป๋าแชร์กับใคร แค่ลำพังตัวแกเองก็จะเอาตัวไม่รอด การเช่าผู้หญิงแบบรายเดือนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแกว่าอย่างงั้นนะ จ่ายแค่ครั้งเดียวจบ ไม่ต้องรับผิดชอบ พอหมดความรู้สึกต่อกันก็เซย์กู๊ดบาย ทางใครทางมัน ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ โลกทุกวันนี้มันเพี้ยนคุณไม่รู้รึไงแม่เต่า”
“อ่าสงสัยฉันจะตกยุคไปแล้วจริงๆ ”
พีรดากล่าว นึกอยากจะหัวเราะตัวเองมากกว่าที่ไม่ค่อยรู้เรื่องโลกภายนอกเอาเสียเลย
 พอหล่อนนึกถึงบรู๊คทีไรก็พูดไม่ออกจริงๆ เคยคิดว่าบรู๊คน่าจะเป็นคนที่ดีกว่าเอเลี่ยนทุกรายในชุมชน เพราะเขามองดูสุภาพอ่อนโยนจิตใจดี ท่าทางสุขุมและเป็นสุภาพบุรุษ แต่พอได้รับฟังเรื่องราวจากอีธานทุกวันเกี่ยวกับพฤติกรรมแปลกๆ ทำให้พีรดาได้แต่ตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวบรู๊ค
“สรุปบรู๊คนี่เป็นคนยังไงแน่?
พีรดาอดที่จะถามสามีขึ้นไม่ได้ในวันหนึ่ง
“ยังไม่จบอีกรึเรื่องอีตาบรู๊คนี่ วันนี้แกก็ทำเอาผมปวดกบาลมาเกือบทั้งวัน”
“เรื่องอะไร?
“ก็เรื่องเมียเช่าของแกนั่นแหละ”
“ทำไม?
“ก็แทนที่จะจ่ายครั้งเดียวตามตกลง ผู้หญิงกลับขอเงินอยู่เรื่อยๆ น่ะซี พอบรู๊คไม่ให้ ผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่า คุณไม่รักฉันแล้ว อ้าว! บรู๊คจะทำยังไงล่ะทีนี้ แทนที่จะเป็นแค่การเช่ารายเดือนมันไม่ใช่แล้วนะทีนี้ กลายเป็นหาห่วงมาผูกคอตัวเองไปเลย” อีธานว่า พร้อมกับทำหน้าเคร่งเครียดแทนบรู๊ค
“แล้วบรู๊คว่ายังไงบ้าง ตกลงเขาจ่ายเธอไหม?” พีรดาถาม
“ไม่รู้แฮะเรื่องนี้ แต่แกก็คอยมาบ่นให้ฟังอยู่นั่นแหละว่าผู้หญิงขอเงินทุกวัน พอแกไม่ให้ ผู้หญิงก็โกรธ หาว่าแกไม่รักเธอบ้างล่ะ โอ้! มายก๊อด! ความรักแบบไหนกันที่ซื้อด้วยเงิน เพิ่งเคยได้ยินจากอีตาบรู๊คนี่แหละ พอจ่ายเงิน ความรักก็มาประเคนให้ถึงห้อง พอไม่จ่าย ความรักก็วิ่งหนี เฮ้อ! กู๊ดลัคสำหรับผมที่ไม่เจอแบบนั้น”
อีธานกล่าว พร้อมกับถอนหายใจเหมือนโล่งอก ก่อนร่ายต่ออีกว่า
“แล้วอีตาบรู๊คนี่ก็ไม่รู้แกโง่ หรือฉลาดนะ คิดได้ยังไงว่าพอเช่าผู้หญิงแล้วทุกอย่างจะราบรื่น และประหยัดตามนโยบายที่แกวางแผนไว้ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ตุ๊กตายาง หรือหุ่นยนต์สักหน่อยที่จะควบคุม หรือสั่งให้ทำอะไรตามใจได้ เธอก็เป็นมนุษย์ มีกิเลสตัณหาเหมือนกัน จ่ายครั้งเดียวมันไม่เพียงพอหรอกเชื่อผมสิ เดี๋ยวคอยดูละครตอนต่อไปนะ ผู้หญิงคนนี้จะต้องมีเรื่องมาเซอร์ไพรส์อีตาบรู๊คให้แกหัวใจวายเล่นแน่ๆ คอยดู”
อีธานกล่าว ราวกับรู้สถานการณ์ล่วงหน้า ผู้เป็นภรรยาได้แต่นิ่งฟังเงียบๆ ไม่รู้จะเห็นใจใครดี ระหว่างผู้หญิงที่ถูกเช่ากับพ่อเฒ่ายอดประหยัดอย่างบรู๊ค
กระนั้นพีรดาก็ยังเอาใจช่วยให้นโยบายประหยัดของบรู๊คดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะถ้าจะว่าไป บรู๊คก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่เคยได้ยินว่าเขาสร้างความเดือดร้อนให้ใคร เขาอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามดิ้นรนหาเงินเล็กๆ น้อยๆ มาเลี้ยงปากท้องตัวเอง แม้ค่าจ้างสอนภาษาอังกฤษจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ถ้าประหยัดก็พอทำให้เขาอยู่รอดได้ไปวันๆ เพื่อรอวันกลับบ้านเกิดไปรับเงินบำนาญจากรัฐบาลเมื่อชราภาพ
“โลกนี้เริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวัน ทุกอย่างบีบไม่ให้คนได้หายใจ แข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจะได้อ้าปากหายใจต่อถึงวันพรุ่งนี้ ดีนะที่ประเทศไทยยังไม่เคร่งครัดเท่าไหร่ ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ข้อดีคือ คนไทยยังได้หายใจกันอยู่ ใช้ชีวิตกันไปอย่างง่ายๆ ถ้ามีกฎเคร่งครัดอย่างยุโรป หรือออสเตรเลีย รับรองคนไทยเดือดร้อนแน่”
อีธานเอ่ยขึ้นในวันหนึ่ง แล้วเขาก็เริ่มกลับมาสู่โหมด “รักเธอประเทศไทย” อีกสักพักใหญ่ โชคดีที่มาอยู่ไทย สถานีแห่งนี้มองดูเหมือนจะมีเสน่ห์ชวนให้อยากอยู่อาศัยต่อไปอีกนานหลายปี
บรู๊คเองก็คงคิดแบบนั้นเช่นกัน เพราะคงไม่มีประเทศไหนบนโลกที่ค่าไฟถูกเพียงแค่เดือนละสี่สิบบาท แถมยังเช่าเมียได้ในราคาประหยัด ส่วนจะประหยัดจริงดังว่าหรือเปล่านั้นเรื่องนี้ไม่มีใครล่วงรู้ นอกจากบรู๊คคนเดียว

รูปแบบ e-book

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น