บทเรียนบันทึกสุดปลายฝัน บทเรียนที่ 2




บทเรียนที่ 2
ตายสนิทในป่าคอนกรีต



          โลกที่ฉันมองหาเวลานั้นเต็มไปด้วยอุดมคติงดงาม เปี่ยมไปด้วยความหวัง จิตใจของฉันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ต้องการออกไปเผชิญโลกกว้างเรียนรู้ชีวิตผู้คนที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบ
         จำได้ว่าฉันเป็นคนแบบนั้นเมื่อก่อนใช่แล้วล่ะฉันเคยเป็นอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต ครั้งแรกที่ออกมาเรียนรู้โลกกว้าง
        พอเดินผ่านพ้นมาจากหมู่บ้านต้องคำสาป ถนนเบื้องหน้าที่ฉันมุ่งไป จะบอกว่าไร้จุดหมายก็ไม่ผิดนัก เพราะฉันไม่รู้อะไรรออยู่เบื้องหน้า ไม่มีสิ่งใดรับประกันต่อเส้นทางชีวิตนั้น
         การได้สัมผัสกับผู้พิการทางการได้ยินที่หมู่บ้านต้องคำสาป ทำให้ฉันได้เรียนรู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่ทุกวัน ชีวิตก็เหมือนดอกไม้นานาชนิดพร้อมจะบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอม แล้วร่วงโรย เฮอร์มานน์ เฮสเสเองก็คงจะมองเห็นสัจธรรมต่างๆ เหล่านั้นเหมือนกับที่พวกเรามองเห็น จึงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านปีเตอร์ คามินซินด์ ออกมาได้ด้วยภาษาที่งดงาม และเข้าใจในตัวมนุษย์ราวกับเป็นเรื่องราวของตัวท่านเอง
         ในวันที่ชีวิตฉันหลงทางเร่ร่อนเข้ามาในป่าคอนกรีตของเมืองหลวง ครูพลคือเพื่อนที่ฉันไว้ใจและติดต่อในระยะแรก เราสื่อสารกันด้วยการใช้ภาษามือและเขียนลงบนแผ่นกระดาษแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิต และวิธีคิดระหว่างความเป็นไปของคนสองโลก
         ครูพลมีภรรยาชื่อ “ม่านฟ้า” ภรรยาของท่านเป็นคนหูหนวกเช่นเดียวกัน แม้คุณม่านฟ้าจะจากครูพลไปแล้วหลายปี แต่เธอกลับเหมือนยังมีชีวิตอยู่เคียงข้างท่านเสมอ ฉันมองเห็นคุณม่านฟ้าผ่านผลงานวิจัยปทานุกรมภาษามือเล่มใหญ่ที่เธอทำไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิต และผ่านการบอกเล่าของผู้คนที่รู้จักตัวตนของเธอ เรื่องราวของเธอกลายเป็นมหากาพย์และตำนานในกลุ่มคนหูหนวกมาทุกยุคทุกสมัย ราวกับว่าเธอคือเทพีแห่งความหวังของพวกเขา เป็นเสมือนผู้บุกเบิกร่วมกับครูพลผู้เป็นสามีในการสร้างโลกสร้างสังคมให้ชาวโลกเงียบได้รู้จักวิธีการสื่อสารด้วยการใช้ภาษามือที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
         ฉันพลิกอ่านหนังสือไว้อาลัยของคุณม่านฟ้าทั้งขนลุกและน้ำตาเอ่อคลอเบ้าทุกครั้งเมื่อมองเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนโต๊ะแล้วใช้ภาษามือถ่ายทอด โดยมีล่ามแปลภาษามือชาวต่างชาติที่เข้าใจภาษามือไทยคอยยืนแปลให้ที่ประชุมรับรู้อีกที
        เสียงกู่ร้องตะโกนก้องที่ออกมาจากหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ของตัวแทนคนพิการตัวเล็กๆ อย่างคุณม่านฟ้าในตอนเดินทางไปร่วมประชุมกับสหพันธ์คนหูหนวกโลกและองค์กรคนพิการสากล (DPI) มันสะท้อนเข้าไปในหัวใจของผู้ที่เข้าร่วมประชุมทุกคน ทุกคนยินดีสนับสนุนความคิดเธอแม้แต่มอบเงินทุนสนับสนุนในการทำวิจัยภาษามือ ในขณะที่คนปกติกลับไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้พิการเรียกร้อง กลับมองว่าเป็นภาระและสร้างความวุ่นวายต่อสังคม และยังกีดกัน ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ไม่ยอมให้มีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมคนปกติ
          สิ่งน่าขบขันบนโลกนี้ไม่มีอะไรน่าขำมากไปกว่ามโนคติของคนที่ขาดความเห็นใจในเหล่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง เราต่างเกิดมาเพื่อสิ่งใดเล่าถ้าไม่ใช่เพื่อฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะเป็นผู้แบ่งปัน ตอนจากไปเราถือสิ่งใดไปได้หรือไม่ก็เปล่า แต่บางคนกลับพยายามที่จะสร้างกฎอันน่าขัน ทั้งๆ ที่โลกนี้มันไม่มีกฎใดๆ ตั้งแต่บรรพกาลที่ก่อเกิดเป็นโลก
        คุณม่านฟ้าดูเหมือนจะเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์เล็กๆ แต่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่แข็งแกร่งและคงทนเปรียบเสมือนอัญมณีที่ส่องประกายแวววาวอยู่ตลอดกาลในโลกเงียบอันสิ้นหวังให้เปี่ยมด้วยความหวัง
         ตอนที่ม่านชีวิตของคุณม่านฟ้าปิดฉากลาจากโลกใบนี้เมื่อเธออายุ 37 ปี มีชาวไทยเพียงไม่กี่คนในโลกคนหูปกติที่รู้จักเรื่องราวของเธอผู้นี้ แต่องค์การสหประชาชาติกลับเล็งเห็นคุณงามความดีและการเสียสละที่ยิ่งใหญ่นั้น จึงได้มอบวุฒิบัตรเชิดชูเกียรติในฐานะเป็นอาจารย์และนักวิจัยที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย และเธอยังเป็นผู้เสียสละและอุทิศตนสนับสนุนโครงการสหประชาชาติด้านคนพิการ ในเวลานั้นคุณม่านฟ้าเป็นคนเดียวในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ได้รับรางวัลและเป็น 1 ในจำนวน 7 คนจากทั่วโลกที่ได้รับรางวัลนี้
        ขณะที่ทุกๆ ปีชีวิตเราต่างเติบโตขึ้น เรากลับไม่รู้สึกว่าแก่ลงเลย กลับยังรู้สึกโหยหาวันวานที่ผ่านพ้น พร้อมกับนึกเสียดายในบางสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ เรามีเวลาไม่มาก นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่เราต่างก็ตระหนักอย่างลึกซึ้ง แต่ชีวิตก็เหมือนกับติดปีก เผลอแผล็บเดียววันเวลาก็พรากสังขารไปจากเรา
        ครูพลได้แต่กางฝ่ามือสองมือออกกว้างเป็นสัญลักษณ์ราวกับปีกแห่งปักษา แล้วกระพือราวกับกำลังจะถลาไปที่ไหนสักแห่งบนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ทำให้ฉันจินตนาการไม่ออกชีวิตที่เหลือจะบินไปที่ไหนได้ นอกจากกลับไปเป็นชาวนา        หลายคนบอกฉันแบบนั้น เพราะปีกของคนจนมักจะบินไปได้ไม่ไกลและหลุดพ้นจากกรอบที่เราขีดไว้โดยกลุ่มคนในสังคม
         ชั่วไม่กี่วันที่เดินหลงเข้ามาในป่าคอนกรีต เวลาของฉันก็หมดไปวันแล้ววันเล่า จากเดือนแล้วเป็นปี ฉันจบเอกศิลปศึกษาจากต่างจังหวัด แต่ฉันอยากเป็นนักข่าว ใครๆ ก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่มีปริญญาบัตรวิชาชีพ และเรียนมาทางด้านการเขียน หรือวิชาหนังสือพิมพ์ใครจะบ้ารับคนที่ไม่มีทั้งวุฒิการศึกษา และประสบการณ์นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ลืมไปได้เลย
          พอย้อนกลับไปมองชีวิตในวันนั้น อุดมการณ์ท่วมท้น และความฝันที่เต้นระริกในสายเลือด ฉันก็ไม่ต่างจากลูกไก่ที่อยากทยานกลางปีกบินสู่เวหาเป็นเฉกเช่นพญาอินทรีย์
          ในห้องเช่าโกโรโกโส ฉันเริ่มต้นลงมือเขียนจดหมายแล้วร่อนไปตามที่อยู่นิตยสารที่เขาประกาศรับพนักงานเขียนข่าว ความคาดหวังที่ผุดขึ้นวันแล้ววันเล่าก็ไม่ต่างจากตาน้ำทิพย์คอยชโลมวิญญาณอันเหนื่อยล้าของคนหลงทาง ฉันเดินหลงทางมาไกลมาก จนมองกลับไปไม่เห็นต้นทางที่จากมา
           ฉันมีเพียงปีเตอร์ เด็กหนุ่มนักแสวงหาคอยเป็นเสมือนเพื่อนร่วมทาง เขามาคอยปลุกปลอบให้ฉันคิดบวก เฆี่ยนตีให้ฉันตื่นขึ้นราวกับเด็กตัวเล็กๆ เพื่อฝัน ฝัน และฝัน
          และแล้ววันเวลาที่เหมือนฝันจะเป็นจริงก็เดินทางมาถึง เมื่อฉันถูกเรียกเข้าไปสัมภาษณ์ที่สำนักพิมพ์ชานกรุงแห่งหนึ่ง ในตอนแรกอะไรที่ใหม่ๆ นั้นก็มักจะทำให้คนเราตื่นเต้น ทุกอย่างกลายเป็นความท้าทาย สิ่งที่ยากและไม่เคยทำกลายเป็นเหมือนเวทีประลองฝีมือที่ยิ่งใหญ่ มันมองดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ฉันดิ้นรนต่อสู้ในสนามชีวิตที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และผลประโยชน์ จากหัวใจที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อ และความฝัน อุดมการณ์ สนามชีวิตการเป็นนักข่าวและนักขายในเวลาเดียวกัน เส้นทางนั้นดูเหมือนจะกัดกร่อนจิตวิญญาณฉันลงไปเรื่อยๆ
          จากนั้นฉันก็ค่อยๆ สลัดปีกแห่งความฝันออกไปทีละนิดๆ การเขียนเพื่อเงินและความอยู่รอดได้เข้ามาทำลายทุกอย่าง ทั้งศรัทธาและอุดมการณ์
          ฉันเห็นตัวเองนั่งมองจ้องโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ขณะที่โลกภายในของฉันมันปิดฉากลงเงียบๆ  ไม่มีเสียงอุทรณ์ใดๆ จากจิตสำนึกที่ว่างเปล่า ปลายทางชีวิตมืดมน ที่เห็นได้มีเพียงซากชีวิตของคนที่ทำงานเพื่อเงิน และความอยู่รอด
         ฉันอยู่เพื่อสิ่งใดถวิลหวังอะไรกันเล่าในโลกนี้ ขณะที่สังขารกำลังพรากจากเรา แต่จิตวิญญาณกลับยังทุกข์ทรมานแสวงหา ไม่มีหรอกหนทางหลุดพ้นสำหรับคนที่ยังดิ้นเร่า และตอนนั้นฉันเหมือนได้ตายสนิทไปกับการวิ่งไล่ไขว่คว้าความฝันที่ว่างเปล่าในป่าคอนกรีตแห่งนั้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น