วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, บทที่ 8



“เจ้านายคะ เจ้านายจะตามวดีเข้าไปทำไม กลับบ้านไปเถอะค่ะ เลาจน์ที่นี่ไม่เหมาะกับคนแบบเจ้านายหรอก”
วดีรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเดินทางมาถึงเลาจน์ ปราการบอกว่าจะตามเข้าไปด้วย
“แล้วเธอล่ะ มันก็ไม่เหมาะกับเธอเหมือนกัน เป็นเด็กเป็นเล็กริมาทำงานนั่งดริ๊งก์ ถ้าเป็นน้องสาวฉันหน่อยไม่ได้จะจับตีก้นเสียให้เข็ด”
ปราการว่า พร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปใกล้วดีที่นั่งทำหน้าพะอืดพะอม ไม่กล้าเปิดประตูลงจากรถ เพราะยังตกลงกับเจ้านายไม่ได้


วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง (ตอนที่ 7, 2/2)



ตอนที่  7, 2/2


         “คุณแม่หิวไหมครับ นี่ก็เกือบหกโมงแล้ว เดี๋ยวผมจะพาคุณแม่ไปทานอาหารร้านโปรดที่คุณแม่เคยไป วดีไปด้วยกันนะ”
         กล่าวกับมารดาเสร็จ ปราการก็หันไปถามวดีที่เอาแต่นั่งทื่อเหมือนโดนปราการแย่งบทไปเล่นจนหมด บทของหล่อนจึงมีเพียงแต่พยักหน้าคล้อยตามเขาอย่างเดียว
        “ดีมาก วันนี้วันดี ไหนๆ พวกเราก็มาอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันดีกว่า”
       ปราการพูดเองเออเองเสร็จสรรพ หญิงสองวัยได้แต่ทำหน้างงๆ

***********

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, (ตอนที่ 7 1/2)

   

             

ตอนที่ 7 1/2


               
                “ปราการทางนี้ลูก”
               เสียงเรียกดังมาจากร้านกาแฟใกล้ล็อบบี้ของโรงแรม ปราการถอนหายใจเบาๆ เมื่อมองไปเห็นมารดากำลังนั่งอยู่กับหญิงสาวนางหนึ่ง นัยว่าเป็นบุตรสาวคนเดียวของนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมที่กำลังขยายสาขาไปต่างประเทศ มารดาจึงหมายมั่นปั้นมือต้องการให้เขาแต่งงานกับตระกูลของหล่อน เพราะเห็นว่าทำธุรกิจโรงแรมเหมือนกัน
              “เจ้านายคะ…”
             วดีรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีเมื่อมองเห็นมารดาของปราการ
             “บอกแล้วไงห้ามเรียกเจ้านาย เริ่มแสดงตามบทของเธอเร็วสิ” ปราการหันไปกระซิบกระซาบกับวดีที่เอาแต่เดินหลบอยู่ด้านหลังเขา
            “ตอนนี้เลยหรือคะ?”
            “ใช่สิ ถ้าไม่ตอนนี้ แล้วเธอจะเริ่มพรุ่งนี้รึไง นึกว่ามีสมองมากกว่านี้เสียอีก”
             เจ้านายหล่อนกล่าวแดกดันเบาๆ ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก เมื่อไม่เห็นวดีลงมือเสียที ปราการจึงคว้ามือหล่อนมากุมไว้หมับ วดีสะดุ้งเล็กน้อย จ้องมองเจ้านายหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เขาประสานฝ่ามือเข้ากับฝ่ามือของหล่อนแนบแน่น
            “ที่รัก พร้อมรึยัง?”
             ปราการหันมาขยิบตาให้แฟนสาวกำมะลอ ขณะที่วดีได้แต่ทำหน้าเจื่อน พยักหน้าหงึกๆ นึกทึ่งในตัวเจ้านายที่แสดงบทบาทได้ดีเสียยิ่งกว่าสาวนั่งดริ๊งก์อย่างหล่อนเสียอีก
            “สวัสดีครับแม่ ขอโทษด้วยที่ให้รอนาน พอดีผมแวะไปรับแฟนมาด้วยระหว่างทางเลยเดินทางมาช้าหน่อย วดีนี่คุณแม่ของพี่ไหว้ท่านเสียสิ นี่วดีว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ในอนาคตไงครับ”
             ปราการกล่าวทักทาย พร้อมกับพังทลายฝันหวานของมารดาลงในเวลาเดียวกัน
             คุณหญิงประณีตได้แต่อ้าปากค้างเมื่อบุตรชายแนะนำวดีให้รู้จักในฐานแฟนสาว ไม่แตกต่างจากสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ
            “อะ…อะไรนะ เมื่อกี้ลูกว่าไงนะ?”
            คุณหญิงประณีตกะพริบตาปริบๆ หันมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ บุตรชายด้วยไม่เชื่อหูตัวเอง
             “สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูชื่อวดีค่ะ”
            วดีเริ่มแสดงบทละครบ้าง ด้วยการกล่าวแนะนำตัวเองและยกมือไหว้สวัสดีผู้เป็นมารดาของปราการ คุณหญิงประณีตทำหน้าเหวี่ยงใส่วดี พร้อมกับกล่าวเสียงกระแทกแดกดันเหมือนเจ้านายหล่อนไม่มีผิดเพี้ยน


วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง (ตอนที่ 6)



ตอนที่ 6

        “เป็นเพราะเธอที่ทำให้ฉันไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน”
          ปราการต่อว่าวดีเมื่อกลับถึงบ้าน
         “แล้วทำไมเจ้านายไม่นอนที่บ้านคะ จะถ่อสังขารไปตามหาวดีทำไมที่โรงพยาบาล ถึงยังไงวดีก็ไม่หนีไปไหนหรอก ก็ต้องกลับมาทำงานรับใช้คุณทุกวันอยู่ดี”           วดีบ่นพึมพำ ไม่เข้าใจวิธีคิดของเจ้านายเอาเสียเลย
        “แล้วตกลง เจ้านายรู้ได้ยังไงว่าวดีอยู่ที่โรงพยาบาลคะ?
        “GPS บนมือถือไง ฉันฉลาดไหมล่ะ?
         ปราการชูมือถือ พร้อมกับเชิดหน้าชูคอราวจะอวดสาวใช้ว่าเขาฉลาดเสียเต็มประดา ก่อนจะเดินไปที่โซฟา ทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวด้วยท่าทางสบายอารมณ์
        “คร้า เจ้านายฉลาดสุดๆ แล้ววันนี้ตกลงที่นัดไปดูตัวจะไปดูที่ไหนล่ะคะ ไปกี่โมง?” วดีถาม เจ้านายหนุ่มกวักมือเรียกหล่อนเข้าไปหาที่โซฟา
        “มีอะไรหรือคะ?” วดียืนมองเจ้านายนอนยิ้ม จ้องมองมาที่หล่อนอย่างมีเลศนัย
        “นี่จะบอกให้ เธออยากหารายได้พิเศษเพิ่มอีกไหม?
        “งานแบบไหนคะ?” วดีถามด้วยความสนใจ
         “เล่นละคร” ปราการกล่าวสั้นๆ วดีทำหน้างง คาดเดาความหมายของเขาไม่ออกว่าหมายถึงอะไร
         “หน้าตาอย่างวดี ถ้าเป็นตัวประกอบ หรือคนรับใช้ก็น่าจะได้อยู่ แต่ถ้าเป็นนางเอกกลัวเขาจะไม่รับน่ะสิคะ” วดีมโนไปอีกอย่าง ปราการได้ยินถึงกับหัวเราะก๊าก
          “ยัยบ๊อง ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ฉันจะจ้างให้เธอเล่นเป็นตัวละครตามแต่ฉันจะสั่งให้เป็นน่ะ ถ้าสั่งให้เป็นคนใช้เธอก็ห้ามปฏิเสธ เป็นเลขาก็ต้องแสดงอย่างเนียน แม้แต่เป็นแฟนในบางโอกาสเธอต้องเล่นให้สมบทบาท ถ้าเธอแสดงได้ดีฉันจะจ่ายสองหมื่นทุกครั้งที่ฉันบอกให้แสดง แบบนี้เธอสนใจไหม?
          ปราการยื่นข้อเสนอ หญิงสาวได้แต่ทำหน้าเอ๋ออยู่สักพัก คิดไม่ถึงว่าแต่ละวันเจ้านายหล่อนจะสรรหาข้อเสนอแปลกๆ มาหยิบยื่นให้ ไม่เคยซ้ำซาก เมื่อนึกถึงเงินก้อนโตที่จะได้รับจากเขาเพื่อส่งไปเป็นค่ารักษาแม่ที่ต่างจังหวัด วดีคิดว่าไม่เสียหายอะไร ดีกว่างานนั่งดริ๊งก์ที่ต้องให้ลูกค้าแต๊ะอั๋งเป็นไหนๆ
         “ว่าไงล่ะ?” ปราการย้ำถามอย่างเร่งเร้าเอาคำตอบ
          “อ่าก็น่าสนค่ะ ว่าแต่เจ้านายจะจ่ายจริงๆ ตามที่บอกแน่หรือคะ?
          “เอ๊ะ! ฉันเป็นเพื่อนเล่นเธอหรือไง บอกจะจ่ายก็ต้องจ่ายสิ” น้ำเสียงเขาจริงจัง
          “งั้นก็ตกลงค่ะเจ้านาย แล้วต้องให้วดีทำอะไรบ้างคะ?
          “ก่อนอื่นมานั่งนี่ก่อน”
          ปราการลุกนั่ง แล้วบอกให้วดีมานั่งข้างๆ หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
          “มาสิ ให้ไว” เขาสั่ง พร้อมกับตบมือบนโซฟาข้างๆ วดีเดินเข้าไปนั่งตามคำสั่งปราการอย่างว่าง่าย
          “แล้วยังไงต่อคะ?” วดีถามประสาซื่อ เจ้านายเจ้าเล่ห์โน้มตัวไปจุ๊บแก้มหล่อนอย่างเร็ว ก่อนจะล้มตัวลงหนุนบนตักเด็กสาวหน้าตาเฉย วดีได้แต่กลอกตาดำไปมาด้วยความมึนงง ก้มมองเจ้านายจิ้งจอกบนตัก พร้อมกับตะคอกใส่เสียงดัง
          “เจ้านายทำอะไรคะ วดีไม่ใช่หมอนนะคะที่จะมาหนุนแบบนี้?
          “อยากได้สองหมื่นไหมล่ะเล่นเป็นหมอนให้ฉันสักชั่วโมงหน่อยสิ ขอฉันหลับสักงีบบนตักเธอหน่อยนะ”
         “
***********


วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอนที่ 5, 2/2


           


ตอนที่ 5, 2/2


               วดีเดินทางไปถึงเลาจน์ประมาณสองทุ่มครึ่ง ก่อนเข้าร้านหล่อนต้องนึกแปลกใจที่สังเกตเห็นผู้คนยืนมุงดูอะไรบางอย่างแน่นขนัดที่บริเวณลานจอดรถ
             “ลีลา ทางนี้ๆเสียงดาริกาเพื่อนร่วมงานตะโกนร้องเรียกฉายาของวดีที่ใช้กันในที่ทำงานเสียงดัง
             เกิดอะไรขึ้นหรือดา?” วดีถามด้วยความสงสัย
            มีนักเลงกลุ่มหนึ่งรุมกระทืบลูกค้าแล้วพากันขับรถชิ่งหนีไปเมื่อตะกี้ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยดาริการายงานด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจ
            อ้าว! แล้วคนถูกรุมเป็นอะไรมากไหม ทำไมไม่มีใครช่วยล่ะ ยืนมุงกันเฉยๆ แบบนั้นเกิดเขาเจ็บหนักขึ้นมาจะทำยังไง เราไปช่วยเขาเถอะ ไหนๆ ก็อยู่หน้าร้านเรา” วดีกล่าวอย่างร้อนรน ไม่รีรอที่จะแหวกวงไทยมุงเข้าไปดูคนเจ็บ เบื้องหน้านั้นหล่อนมองเห็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบตอนต้นชาวญี่ปุ่นกำลังนั่งตัวงอพิงอยู่ข้างรถเก๋งสีดำ เอามือกุมท้อง ท่าทางเจ็บปวดแสนสาหัส มุมปากของเจ้าหนุ่มแดงฉานไปด้วยเลือดสดๆ ตาของเขาขวางไม่ต่างจากหมาบ้า พร้อมจะโดดขย้ำทุกคนถ้าขืนเข้าไปใกล้ จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยแม้แต่สักคนเดียว
            คุณโอเคไหม?” วดีถามเป็นภาษาไทยเพื่อหยั่งเชิงดูก่อน เจ้าหนุ่มจ้องมองมายังหล่อนดวงตาเขาตอนนั้นค่อยๆ หรี่ปรือเหมือนคนกำลังใกล้จะหลับ พร้อมกับครางงึมงำบางประโยคที่วดีไม่เข้าใจ
            มินาโกะ…”
            อะไรนะคะ ดาโทร.เรียกรถพยาบาลด่วนเลยดูเหมือนเขาจะหมดสติแล้วล่ะ
             วดีร้องบอกดาริกาที่เอาแต่ยืนมือไม้สั่น กดหมายเลขถูกๆ ผิดๆ กระทั่งรมย์ยาโผล่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ พอเห็นท่าทางเงอะๆ งะๆ ของดาริกา หล่อนจึงเป็นคนจัดการโทร.ตามรถพยาบาลให้เสียเอง
             “แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นล่ะ?”
             รมย์ยาหันไปถามวดีที่กำลังพยุงคนเจ็บ และพยายามพูดคุยเพื่อไม่ให้คนเจ็บหลับ
            คุณ คุณอย่าหลับนะ เดี๋ยวรถพยาบาลใกล้มาถึงแล้วค่ะ ทำใจดีๆ ไว้นะ
            เสียงวดีดังสะท้อนกลับไปกลับมาอยู่ข้างหูเขา จากที่กำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ แต่พอได้ยินเสียงเด็กสาว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอีกครั้ง จนเมื่อรถพยาบาลวิ่งมาถึง คนเจ็บถูกหามขึ้นรถพยาบาล เนื่องจากไม่มีใครขันอาสาไปเป็นญาติผู้ป่วย วดีจึงตัดสินใจไปเสียเอง
            ฝากลางานกับมาม่าซังให้ด้วยนะคะพี่รมย์ ดา
            วดีร้องตะโกนบอกรมย์ยากับดาริกาที่ยืนมองตามด้วยความเป็นห่วง
            ยัยลีนี่มันก็พิลึกคน ไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำก็ยังจะไปช่วยคนสุ่มสี่สุ่มห้าอีกเฮ้อ!
            รมย์ยาบ่นงึมงำ พร้อมกับส่ายหน้า เพราะจนปัญญาจะเข้าใจความคิดของรุ่นน้อง

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 5, 1/2

             

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 5, 1/2

             ท้ายที่สุดปราการก็ต้องกลายเป็นสารถีขับรถให้กับวดี แต่เขากลับไม่ยอมพาไปที่ตลาดตามคำขอร้องของหล่อน แต่ขับเข้าห้างฯ ที่เขากำลังจะเข้าไปรับตำแหน่งเป็นประธานแทนบิดาที่เสียไป
               พอว่าที่ประธานโผล่มาเดินที่ห้างฯ โดยไม่มีใครทราบล่วงหน้า ทั้งพนักงานระดับล่างยันผู้บริหารระดับสูงเมื่อได้รับทราบข่าวการปรากฏตัวของปราการ ต่างก็พากันวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาต้อนรับ สร้างความโกลาหลไปทั้งห้างฯ ลูกค้าต่างพากันแตกตื่นนึกว่าห้างฯ ถูกวางระเบิด วดีที่ตามมากับปราการก็พลอยตื่นตกใจไปด้วย
              “อะอะไรหรือคะเจ้านาย เกิดอะหยั๋งขึ้นอีกล่ะเนี่ย?” วดีถามเป็นสำเนียงชาวเหนืออย่างตลกขบขัน


เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4, 2/2


            

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4, 2/2

             ระหว่างเดินทางกลับคฤหาสน์ของปราการ วดีเก็บเอาเรื่องของรมย์ยามาคิดตลอดทาง และเรื่องของปราการเจ้านายหล่อนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เหมือนโจทย์ข้อใหม่ซึ่งวดีต้องตีโจทย์ให้แตกและแก้ปัญหาให้ออกว่าจะรับมืออย่างไรกับเขาต่อไปดี
               “ทำไงดีน๊าโจทย์สองข้อนี้ น่าปวดหัวจัง”
                เด็กสาวบ่นงึมงำ และเดินโซเซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ พอเปิดประตูเข้าบ้านก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเจอร่างสูงใหญ่กำลังยืนรออยู่ที่บันได
            “ทำไมเพิ่งกลับ?
              ปราการถามเสียงเคร่งเครียดราวกับผู้ปกครองของหล่อนก็ไม่ปาน
             “ก็วดีทำงานกลางคืนนี่คะเจ้านาย เวลาเลิกงานตีหนึ่ง ตีสองครึ่งกลับถึงบ้านนี่ก็คือเวลาปกติของวดี ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น ดูหนัง ฟังเพลงกับผู้ชายเสียหน่อย”


เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4 ,1/2




เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4 ,1/2

            ลีลากลับมาทำงานที่ห้องทดสอบตบะของเธออีกคืน ยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เพราะผลมาจากการทำความสะอาดบ้านให้กับปราการ และยังไม่ได้พักผ่อนแม้แต่อึดใจเดียว
             “ลีลาเมื่อวานต้องขอบคุณเธอมากเลยนะ ที่ทำให้พวกเราได้ทิปจากเสี่ยเล็ก และคุณรามมาเกือบสองพันแน่ะ”
             ดาริกากระซิบบอก ขณะนั่งอยู่ในห้องแต่งหน้าร่วมกับเพื่อนๆ สาวนั่งดริ๊งก์ประมาณสิบราย แต่ดูเหมือนเสียงกระซิบของดาริกาจะดังจนทำให้สาวๆ รายอื่นพากันชำเลืองตามองด้วยนึกหมั่นไส้ไปตามๆ กัน
              “ฉันมาวันแรกได้สองหมื่นยังไม่เคยคุยแบบนี้เลย นี่ได้แค่สองพันคุยซะเหมือนตัวเองเจ๋ง สวยเลิศเลอเพอร์เฟกต์ อีโธ่!
              รมย์ยาสาวนั่งดริ๊งวัยสามสิบตอนต้นที่อายุมากสุดในร้านพูดกระแหนะกระแหน
            “พี่รมย์ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ พวกเราก็ทำงานหนักเหมือนกัน คนไหนได้ดีก็ควรดีใจกับเขาสิถึงจะถูก อาชีพอย่างเรา คนภายนอกเขาก็ดูถูกมากพอแล้ว พวกเราอย่ามาข่มกันเองเลยนะจ๊ะ”
            แพรวพราวอายุยี่สิบแปดปีพี่รองของร้านกล่าวเตือนสติ แต่รมย์ยายังไม่หยุด
“พวกเธอจะไปรู้อะไร ฉันมาทำงานอยู่ที่นี่นานกว่าพวกเธอเสียอีก ห้าปีนี้มีใครเคยเห็นหัวฉันบ้าง ฉันทุ่มเททั้งตัวและใจทำงานอย่างถวายชีวิต แต่มาม่าซังกลับเอาใจพวกเด็กใหม่อย่างพวกเธอ มีอะไรก็ประเคนให้ แขกดีๆ มีระดับก็ให้เด็กใหม่หมด ส่วนพวกลูกค้าเลวๆ ชั้นต่ำกลับโยนมาให้ฉันรับมือ มันหมายความว่ายังไง”
            คำพูดนั้นทำให้ทุกคนพากันนิ่งเงียบ ด้วยอีคิวอันฉลาดอ่านอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนรอบข้างได้เฉียบขาดของลีลา เธอจึงกล่าวสวนทางกับที่ทุกคนคิด
            “ก็พี่เป็นพี่ใหญ่น่ะสิพี่รมย์ การรับมือกับลูกค้าทุกระดับมันเป็นงานของพวกเราพี่ไม่คิดแบบนั้นหรือ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเลือกเส้นทางนี้ พี่คิดว่าจะเข้ามาเดินเล่นเหมือนกับไปเดินช็อปปิ้งตามห้างฯ อย่างนั้นรึ ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เราจะมาเล่นหรอกนะ แต่เรามาทำงานเอนเตอร์เทนลูกค้า งานที่มาม่าซังให้เรารับผิดชอบก็คือการบ้านที่พวกเราทุกคนต้องตีโจทย์ให้แตก และทำให้เสร็จ พี่ไม่คิดแบบนั้นรึ?” ลีลาให้สติรุ่นพี่
           “เธอเพิ่งเข้ามาไม่ถึงปีเสียด้วยซ้ำ ยังปากเก่งเสียขนาดนี้ ฉันจะคอยดูว่าเธอจะไปได้สักกี่น้ำ พอเด็กใหม่ที่สวยกว่าเธอเข้ามาเรื่อยๆ เด่นกว่าเธอ สักวันเธอก็จะเป็นแบบเดียวกับฉัน รอวันถูกเขี่ยทิ้ง ไม่เชื่อก็คอยดูสิ” รมย์ยากล่าวปรามาส
           “ถ้าพี่คิดแบบนั้นก็คิดผิดแล้วล่ะจ้ะ เพราะอาชีพแบบนี้มันเหมือนเราเข้ามาขุดทองได้เพียงชั่วข้ามคืนแล้วก็ต้องถอนตัวออกไปจากเหมือง ถ้าขืนอยู่ที่นี่นานๆ ถ้าเหมืองไม่ถล่มทับตายก็ถูกสารพิษกัดกินเราทีละนิดๆ จนตายไปโดยไม่รู้สึกตัว ส่วนฉันคงไม่รอให้ใครมาลิขิตชีวิตให้หรอก ถ้าฉันมีโอกาสอื่นที่ดีกว่าก็จะรีบคว้าเอาไว้เลย และอีกอย่างฉันจะไม่รอให้โอกาสมาหา ฉันจะเดินไปหาด้วยตัวของฉันเอง”
              คำพูดของลีลา วิภาวี หรือที่ทุกคนในเลาจน์ไฮโซแห่งนี้เรียกว่า “มาม่าซัง” วัยสี่สิบกว่าบังเอิญเดินผ่านมาได้ยิน เธอได้แต่นึกชื่นชมในไหวพริบของเด็กสาว พอหลังเลิกงานตีหนึ่งจึงเรียกไปพบที่ห้องทำงาน
             “วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้างล่ะลี ได้ยินว่าเธอรับมือกับแขกได้ดีมากเลยเดือนนี้”  วิภาวีกล่าวชมลีลา เด็กสาวยิ้มกว้าง ก่อนยกมือไหว้ขอบคุณ
              “ขอบคุณค่ะ ลีก็แค่ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”
              “ดีมากเลยจ้ะลี เห็นแบบนี้ฉันก็พลอยเบาใจ ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ไม่ได้จะเรียกมาชมอย่างเดียวหรอกนะ แต่ฉันอยากจะถามความคิดเห็นของเธอ คือที่เลาจน์สาขาในญี่ปุ่นกำลังต้องการเด็กจากไทยไปทำงาน เธอสนใจจะเดินทางไปทำงานที่นั่นไหม เงินดีมากนะ ที่ฉันแนะนำเธอเพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็กไหวพริบดี เอาตัวรอดเก่ง รู้จักวางตัวเป็น ไม่เหมือนคนอื่นๆ และที่สำคัญเธอก็สวยมากด้วย แขกที่ญี่ปุ่นต้องชอบเธอมากแน่ๆ สนใจหรือเปล่าล่ะ?
              พอได้ยินคำถามนั้นลีลาก็ตอบกลับมาม่าซังโดยไม่คิดนานให้เสียเวลา
              “ลีต้องขอปฏิเสธโอกาสนี้ค่ะ”
              “อ้าว! ทำไมล่ะ ในเมื่อเธอบอกเองว่าถ้าหากมีโอกาสจะคว้าเอาไว้ทันที หรือเธอมีตัวเลือกที่ดีกว่า?
               “โอกาสที่ว่าสำหรับหนูนั้นมีหลากหลายแบบค่ะ แต่ที่หนูปฏิเสธไปญี่ปุ่น เพราะหนูมีความจำเป็นต้องอยู่เมืองไทย เพราะแม่หนูป่วยหนักไม่รู้ท่านจะจากไปเมื่อไหร่หนึ่งล่ะ สองตอนนี้ลีลงเรียนปริญญาตรีได้สองปีแล้ว และยังต้องการเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทยให้จบปริญญาตรี และสาม หนูเห็นว่าเงินไม่ว่าอยู่ประเทศไหนก็หาได้ เพียงแต่เราขยันสักหน่อย ส่วนเรื่องโอกาสที่ลีเคยพูดนั้น ไม่ใช่ว่าเมื่อโอกาสมาถึงลีจะรีบไขว่คว้าเอาไว้หมดหรอกนะคะ แต่ลีจะเลือกเฉพาะที่เห็นว่าเหมาะสมกับตัวเองเท่านั้นเอง และในขอบเขตที่ลีสามารถรับได้”
              มาม่าซังนิ่งเงียบไปสักพัก ไม่คิดว่าเด็กสาวอายุแค่ยี่สิบต้นๆ จะพูดให้เธอประทับใจได้ถึงเพียงนี้ นอกจากเธอจะไม่ตัดสินคนอื่นแล้ว ยังรู้จักประมาณตนดีเสียอีกด้วย
            “แล้วจะเอายังไงล่ะทีนี้ ที่ร้านเราก็มีแค่เธอที่พอจะรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบได้ อีคิวของเธอสูงขนาดนี้ ฉันก็เห็นด้วยกับความคิดในเรื่องการศึกษาต่อปริญญาตรีที่เมืองไทย ฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเธอมีโอกาสได้เรียนต่อสูงๆ เธอจะเป็นบุคลากรที่ดีได้คนหนึ่งไม่ว่าหน่วยงานไหนก็ตามที่รับเธอเข้าไปทำงานด้วยที่นั่นคงจะโชคดีสุดๆ และอีคิวที่เธอมีอยู่จะทำให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆ ด้านลีลา ฉันขออวยพรให้เธอเอาไว้ล่วงหน้าตรงนี้เลย”
            “ขอบคุณค่ะมาม่าซัง แทนที่จะเลือกหนู ทำไมถึงไม่เลือกพี่รมย์ล่ะคะ เธอเองก็ตั้งใจทำงานหนักเพื่อร้านนี้เหมือนกัน ได้ยินว่าสมัยแรกๆ พี่รมย์เองก็เคยเป็นดาวเด่นของร้านและเรียกลูกค้าเข้าร้านได้เยอะนี่คะ”
           พอลีลากล่าวถึงรมย์ยา วิภาวีก็เอาแต่สั่นหัว
            “อารมณ์แรงไป ฮาร์ดคอร์อย่างเดียวมันไม่ได้หรอก จะต้องมีไหวพริบ รู้จักแบ่งรับแบ่งสู้และไม่ใช้อารมณ์มากเกินไป ช่วงนี้ลูกค้าร้องเรียนฉันมาเกือบทุกวันเรื่องของรมย์ เลาจน์ของเราเป็นระดับไฮโซ แต่รมย์ทำให้เสียชื่อเหมือนเป็นโลโซ พอฉันเรียกมาตักเตือนก็หาว่าฉันลำเอียง ไม่รู้จะทำงานอยู่ด้วยกันได้ยืดหรือเปล่าแบบนี้ เฮ้อ!


เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 3, 2/2


             


เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 3, 2/2

             “เจ้านายคะ” วดีนำน้ำเย็นเข้ามาเสิร์ฟให้ปราการที่กำลังนั่งดูทีวีอย่างสบายอารมณ์ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระราชาก็ไม่ปานเมื่อมีคนรับใช้ที่คล่องแคล่วและอดทนอย่างวดีมาคอยปรนนิบัติรับใช้ และเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเธอจะเอาเรื่องของเขาไปนินทาในหมู่คนรับใช้เหมือนกับที่เคยอาศัยอยู่ที่บ้านของบิดามารดาในอดีต
             ปราการเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลลาภทวีกูลพงษ์ เขายังมีน้องสาววัย 28 ที่กำลังทำงานเป็นผู้จัดใหญ่ของโรงแรม เอ็ม พลาเลซประจำสาขาฝรั่งเศส และน้องชายวัย 25 ที่กำลังเรียนปริญญาโทในมหาวทิยาลัยที่อเมริกา
            หลังจากบิดาเสียเมื่อเดือนก่อน ปราการต้องสละตำแหน่งงานผู้อำนวยการโรงแรมที่สาขาในนิวยอร์ก เพื่อเดินทางกลับเมืองไทยมารับตำแหน่งประธานใหญ่แทนบิดาที่ล่วงลับ แต่ปฏิเสธที่จะอาศัยร่วมกับมารดาและญาติๆ เนื่องจากไม่ชอบอาศัยกับผู้คนจำนวนมาก ความเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงของเขาไม่เคยมีใครเข้าใจ แม้แต่มารดา
          “แม่ขี้เกียจพูดกับลูกแล้วล่ะ จะทำอะไรก็ทำตามใจ แม่ไม่ยุ่งแล้วต่อไปนี้”
พอปราการตัดสินใจแยกตัวออกมาอาศัยอยู่ต่างหาก แรกๆ มารดาก็เทียวคอยมาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตเขา โดยส่งคนรับใช้มาคอยจัดการดูแลบ้านให้ แต่ถูกเขาไล่ตะเพิดกลับไปทุกราย หลังจากนั้นมารดาจึงไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามกับชีวิตของเขาบ่อยนัก
            “เจ้านายไม่หิวหรือคะ?
             วดีถาม เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า
            “นี่จะบ่ายสามโมงแล้วนี่ บ้านฉันไม่มีอะไรเลย เพราะเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ เธอจะกินอะไรก็โทร.สั่งเอาสิ”
            ปราการบอกโดยไม่หันมองเด็กสาวที่กำลังนั่งบิดไปมาเพราะเริ่มหิว
           “งั้นหนูโทร.สั่งพิซซ่าดีไหมคะ แล้วเจ้านายจะกินด้วยไหม?” ปราการหันขวับมาจ้องหน้าหล่อนอีกรอบ
           “ถามแบบนี้ ถ้าหากฉันไม่บอก เธอก็จะไม่สั่งให้ฉันงั้นสิ?
           “อ้าว! วดีไม่ได้หมายถึงแบบนั้นเสียหน่อยก็กินด้วยกันนี่แหละค่ะ แต่อยากถามเพื่อความชัวร์แค่นั้นเอง ถ้าเจ้านายเอาด้วย วดีจะได้สั่งมาเผื่อเจ้านายด้วย ถ้าเกิดเจ้านายไม่กินก็เท่ากับว่าเสียเงินเปล่าๆ” วดีอธิบาย แต่ปราการกลับคิดไปอีกอย่าง
           “เฮ้อ! เธอจะงกไปถึงไหน คิดได้เพียงเรื่องเดียวสินะ เงิน เงิน และก็เงิน”
           “เอ้าเอาเข้าไป แล้วคุณจะกินหรือเปล่าคะเนี่ย ถ้าไม่กินจะได้สั่งถาดเดียว”
            วดีเริ่มรำคาญความเป็นคนเรื่องมากของเขา เจ้านายหนุ่มถึงกับทำหน้าถมึงทึงใส่เข้าให้ วดีจึงกลับมาถามเสียงอ่อย
            “เจ้านายขา เอาเป็นว่าวดีสั่งพิซซ่าสี่ถาดใหญ่มาเลยนะคะ”
            “จะสั่งมาทำไมตั้งสี่ถาด มีแค่สองคนรู้จักประหยัดเงินซะบ้างสิ”
             พอวดีสั่งสี่ถาด เจ้านายจอมกวนประสาทกลับต่อว่าหล่อนเสียยกใหญ่
             “โอ๊ย! จะบ้าตาย เอาเป็นว่าหนึ่งถาดนั้นสำหรับเจ้านาย และอีกสองถาดวดีกินเอง สรุปสั่งสามถาดนะคะ ถ้าเจ้านายไม่อิ่มห้ามมาแย่งวดีกินล่ะ ไม่ให้กินด้วยนะ เข้าใจ๋?
             วดีกล่าว ไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตก็รีบกดโทร.สั่งพิซซ่าทันที จากนั้นทั้งสองก็นั่งรอประมาณยี่สิบนาทีเด็กส่งพิซซ่าก็มากดออดที่หน้าบ้าน วดีเดินออกไปรับของ แล้วกลับเข้ามา ยื่นถาดหนึ่งให้เจ้านาย อีกสองถาดเป็นของหล่อนคนเดียว ทั้งสองกินพิซซ่าไปด้วย เชียร์ฟุตบอลไปด้วยกัน แต่กลับอยู่คนละทีม
            “ทีมเสื้อแดงของฉันรับรองชนะแน่”
             ปราการกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ วดีไม่เคยมีความรู้เรื่องฟุตบอล แต่ค่อนข้างชอบเสื้อสีน้ำเงินเพราะมองแล้วเย็นสบายตาจึงเลือกเชียร์เพราะเหตุผลนั้น
            “ทำไมเจ้านายมั่นใจนักล่ะ ลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่แน่หรอกทีมเสื้อน้ำเงินอาจชนะก็ได้” วดีกล่าวอย่างเป็นกลางๆ ปราการหันขวับมาจ้องหน้าหล่อนเหมือนไม่พอใจ
            “เอ้า! อะไรอีกล่ะ เจ้านายจะจ้องวดีอะไรกันนักกันหนา ชักกลัวขึ้นมาแล้วนะ โน่นดูฟุตบอลโน่นสีน้ำเงินกำลังจะเตะลูกโทษเข้าโกลฝ่ายแดงแล้วเห็นไหม”
             วดีบุ้ยปากไปที่จอทีวี พอปราการหันไปมองก็ร้องขึ้นเสียงดัง
            “อั๊ยย่ะ! ทำไมเธอไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้ เห็นไหมเกือบไม่ทันดูช็อตเด็ด
            “เอิ๊กๆ เป็นความผิดของตูอีก ถ้าไม่อยากพลาดช็อตเด็ดก็จ้องแค่จอทีวีสิคะ”
            วดีแนะนำอย่างตลกขบขัน
           “เจ้านายว่าสีน้ำเงินจะเตะเข้าไหมคะ?
             ปราการหันมามองวดีอีกครั้ง ขณะที่วดีจ้องมองทีวีแล้วส่งเสียงเฮขึ้นเมื่อเห็นนักเตะสามารถเตะลูกโทษเข้าโกลฝ่ายแดงไปได้อย่างฉลุย
           “อีกแล้ว เธอจะหลอกให้ฉันหันมาพูดด้วยทำไม เลยไม่ได้ดูช็อตเด็ดเลย”
             ปราการต่อว่าเด็กสาวเสียงดัง แทบจะกระโดดเข้าขย้ำคอหอยของอีกฝ่าย พอหันมาจะหยิบพิซซ่าในถาด พิซซ่าก็ดันหมดไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
            “อ้าว! ยัยเด็กนี่ เธอขโมยพิซซ่าของฉันไปกินรึเปล่าเนี่ย?
            ปราการหันไปมองพิซซ่าที่ยังไม่เปิดอีกกล่อง ทั้งสองรีบยื่นมือไปจับกล่องพิซซ่าไว้เกือบพร้อมๆ กัน
            “นี่มันพิซซ่าของวดีนะคะ เจ้านายสั่งแค่ถาดเดียวนี่”
            “ก็เธออยากแอบขโมยกินของฉันก่อนทำไมเล่ายัยบ๊อง”
            “เจ้านายขี้ตู่ วดีแอบกินตอนไหน?
            “ใช่สิเธอแอบกิน ตอนฉันดูบอลไง”
             ปราการตะคอกเสียงดัง ก่อนจะกระชากดึงถาดพิซซ่าจากมือวดีอย่างแรง ทำให้ร่างระหงถูกดึงเข้าหาจนล้มลงไปทับอยู่บนร่างกำยำของเจ้านายหนุ่มบนโซฟา ส่วนถาดพิซซ่าก็ปลิวหายจากมือพวกเขาไปอีกทาง
             สาวใช้กับเจ้านายหนุ่มต่างจ้องมองสบตากันไปมา ความรู้สึกแปลกประหลาดที่คุกรุ่นขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนกลับมาอีกครั้ง ปีศาจจากแดนตัณหาราคะเดินย่องเข้ามากระซิบข้างหูของทั้งสองอย่างยั่วยุ
          “ลงมือเลยสิ”
           มันดังอยู่ใกล้มาก ปราการเอื้อมฝ่ามือใหญ่ออกไปบีบขยำหน้าอกอวบที่เด้งดึ๋งอยู่ต่อหน้าเขาตามคำสั่งของจอมปีศาจร่านตัณหา
             ฝ่ายนางฟ้าสีขาวในร่างวดีลงมาช่วยยับยั้งความคิดด้านมืดของหล่อนไว้ได้ทัน ฝ่ามือเล็กจึงตบเข้ากับใบหน้าปราการฉาดใหญ่
            “เจ้านายจะทำอะไรคะ?
           “ก็เธอมายั่วฉันก่อนทำไม”
           “ห๊ะวดียั่วเจ้านายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นั่นมันอุบัติเหตุนะคะ” วดีตะคอกใส่เขา
           “แล้วพิซซ่าฉันอยู่ไหน?
            ปราการเฉไฉถามเรื่องพิซซ่า วดีได้แต่ทำหน้าเอ๋อ ยอมแพ้ในความเป็นคนจอมยั่วโมโหของเขา ตอนนี้เพิ่งกระจ่างแจ้งว่าทำไมเขาถึงต้องการความอดทนของหล่อนเสียนักหนา คิดว่าต่อให้เขาจ่ายเงินเดือนเป็นล้านก็คงไม่คุ้มแน่ที่ต้องมารับใช้คนพิลึกแบบเขา
             “เฮ่ย! เอ้าเอาไปกินให้ท้องแตกเลยไป”
              วดีหันไปหยิบกล่องพิซซ่าของหล่อนที่เหลืออยู่ยื่นให้เขาเหมือนประชด ปราการรับพิซซ่าจากหล่อนมากินอย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับอมยิ้มไม่หุบ วดีได้แต่มองค้อน นึกหมั่นไส้คนแบบเขาเสียนัก

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง ตอน 3, 1/2



เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง 
ตอน 3, 1/2

9.30 .
ณ คฤหาสน์ “ลาภทวีกูลพงษ์”

        “เข้ามาสิ”
        ปราการเปิดประตูให้ลีลาเข้าบ้าน หล่อนมาก่อนเวลาที่เขานัดประมาณครึ่งชั่วโมง เด็กสาวแต่งกายอย่างสุภาพ สวมกระโปรงยาวและเสื้อเชิ้ตอย่างรัดกุม ผิดกับตอนที่ทำงานเป็นสาวนั่งดริ๊งก์ที่เลาจน์อย่างคนละคน แถมมาแบบหน้าสดอีกต่างหาก ปราการแทบจำเค้าหน้านั้นไม่ได้
         “ที่แท้ตอนกลางวันเธอก็เป็นอย่างนี้เองสินะ จำแทบไม่ได้” ปราการว่าเสียงกลั้วหัวเราะ
        “ดีแล้วล่ะค่ะที่คุณจำฉันไม่ได้”  ลีลากล่าวอย่างยียวน
        “ทำไม?” เขาถาม
        “เพราะนั่นมันเป็นอีกภาคที่ฉันเก็บไว้เป็นความลับ และยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณปราการ ดิฉันชื่อ วดี บุญอภัยพันธ์”  
         วดีภาคกลางวันกล่าวแนะนำตัวเองกับชายหนุ่มที่เอาแต่ทำหน้างงงัน
         “นี่คือชื่อจริงของเธอสินะ นั่งก่อนสิ ฉันจะชี้แจงสิ่งที่เธอต้องทำก่อนเริ่มงาน”
          ปราการกล่าว ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาท่าทางวางอำนาจ ขณะที่วดีก็พยายามวางตัวอย่างสุภาพที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้านายจ้างคนใหม่
         เวลานี้หล่อนพยายามทำทุกวิถีทางถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงและอยู่บนพื้นฐานอันไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและคนอื่น เพื่อหาเงินก้อนโตทยอยส่งไปให้มารดารักษาโรคไตประจำทุกสัปดาห์ซึ่งไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท
         “งานของเธอไม่มีอะไรมาก อย่างที่ฉันบอก เพราะฉันเป็นคนเรื่องมาก จะสังเกตว่าที่นี่ไม่มีคนใช้เลย เพราะฉันไม่ยอมจ้างคน แต่ก่อนแม่ของฉันเคยส่งคนใช้มาที่นี่ทุกเดือน แต่ถูกฉันไล่ตะเพิดออกไปหมด เพราะคนพวกนั้นชอบสอดรู้สอดเห็นหนึ่งล่ะ สองชอบจิกของเจ้านายเพราะนึกว่าฉันไม่รู้ แต่จะบอกเอาไว้ซะก่อนนะว่า ฉันรู้ทุกอย่างแม้แต่ไรฝุ่นที่จับมากับเท้าของเธอ และสุดท้ายความอดทน เธอมาอยู่ที่นี่ต้องอดทนทุกอย่าง ไม่ว่าฉันจะด่า หรือโมโหแค่ไหนก็ต้องยอมรับมันให้ได้ เพราะฉันเป็นคนแบบนั้นมาตั้งแต่เกิด ห้ามเถียงไม่ว่ากรณีใด นอกจากทำตามที่ฉันบอก”
          พอวดีฟังจบก็คิดในใจว่า ชายผู้นี้ก็ไม่มีอะไรมาก อีกอย่างหล่อนก็แค่ทำงานทำความสะอาดบ้านถูบ้านแค่ตอนกลางวันให้กับเขา พอถึงช่วงเย็นก็กลับบ้านเป็นอันจบและรับเงินเป็นรายวัน ไม่มีอะไรต้องมานั่งปวดหัวกับความเป็นคนเจ้าอารมณ์ของเขา
           “ฟังดูก็ไม่มีอะไรที่ต้องใช้ความอดทนนี่คะ แค่ทำงานทำความสะอาดบ้าน ตอนเย็นคือเลิกงานฉันกลับบ้านได้กี่โมงคะ?
           “ใครบอกว่าฉันจะให้เธอกลับบ้าน ถ้าเธอเริ่มทำงานที่บ้านหลังนี้ก็หมายความว่าเธอต้องอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กับฉันด้วยสิ”
           ปราการกล่าวเสียงเรียบ วดีผงะเล็กน้อยไม่นึกว่าเขาจะมีกฎแบบนั้น
         “อ้าว! ไหนตอนแรกคุณปราการบอกว่าตอนกลางคืนฉันสามารถไปทำงานพาร์ทไทม์อะไรก็ได้นี่คะ”
         “ก็ใช่ไง เธออยากจะรับจ๊อบร้อยแปดอย่างก็ตามแต่เธอ แต่เธอต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ทำงานบ้านให้ฉันทั้งวันเต็มเวลา เป็นงานประจำ ไม่ใช่พาร์ทไทม์” ปราการว่า
         “อ่าแต่ว่าที่ร้านที่ฉันทำงานตอนกลางคืนมันค่อนข้างไกลจากบ้านคุณนะคะ ขอฉันนอนที่บ้านเช่าเดิมได้ไหมคะ พอหกโมงเช้าฉันจะแหกขี้ตาตื่นมาที่บ้านคุณเลย แบบนั้นคุณจะตกลงไหมคะ?” วดีต่อรองเขา คิดว่าปราการต้องเห็นใจหล่อนแน่นอน
         “นั่นมันเป็นปัญหาของเธอต้องคิดเอาเอง แต่กฎของฉันก็ต้องเป็นไปตามกฎของฉัน”
          คำกล่าวนั้นเหมือนเป็นประกาศิตที่บีบรัดหัวใจของวดีจุกแน่นที่อกจนพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกถึงรายได้ที่เลาจน์ซึ่งค่อนข้างดีกว่า สำหรับดาวประจำร้านเช่นหล่อนรายได้อย่างต่ำก็สองสามพันบาทต่อคืนเป็นอย่างต่ำ วดีจึงตัดสินใจเลือกงานที่เลาจน์ดีกว่าคนรับใช้
          “ถ้าอย่างนั้นวดีคงต้องปฏิเสธงานที่คุณเสนอให้แล้วล่ะค่ะ ขอขอบคุณ และต้องขอโทษที่คุณสละเวลามาสัมภาษณ์ ลาก่อนค่ะ”
          วดีกล่าว พร้อมกับยกมือไหว้ ก่อนจะลุกยืนหันหลังเตรียมก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ของเขา
         “ห้าหมื่นเฉพาะเงินเดือน ไม่รวมโบนัสประจำปี และทิปรายวัน ถ้าเธอทำงานได้ถูกใจฉันซึ่งขึ้นอยู่กับเธอ”
         เงินข้อเสนอของซาตานอีกรูปแบบหนึ่งสินะ วดีคิดในใจ ถ้าหากหล่อนไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินเป็นค่ารักษามารดา มีหรือเงินที่เขาเสนอมาจะซื้อจิตวิญญาณของหล่อนได้ แม้แต่งานที่เลาจน์นั่นก็เช่นกัน
          “แต่ฉันก็ยังต้องไปทำงานที่เลาจน์อยู่ดีนะคะ และฉันจะกลับมานอนที่บ้านคุณ เอาตามนั้นนะคะ?
          ยังไงวดีก็ยังยืนกรานที่จะกลับไปทำงานที่เลาจน์เช่นเดิม เพราะสัจธรรมสำหรับหล่อนคือเงินเท่านั้นที่จะทำให้รักษาชีวิตของมารดาเอาไว้ได้ ณ เวลาเช่นนี้ การล้างไตและฟอกเลือดเกือบทุกอาทิตย์ก็ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล
         “เธอต้องการเงินมากขนาดนั้นเชียวรึ ขนาดฉันให้ห้าหมื่นซึ่งเยอะกว่าพนักงานบางคนในโรงแรมของฉัน ขนาดนี้เธอยังไม่พออีก แล้วเงินมากมายมหาศาลแค่ไหนกันที่เธอต้องการ ถึงจะพอทำให้เด็กสาวแบบเธอเลิกทำงานที่ร้านนรกแห่งนั้นได้ เธอคิดดีแล้วรึที่อยากกลับไปทำงานสถานที่เริงกามแบบนั้น ที่นั่นก็ไม่แตกต่างจากซ่องนางโลมแม้แต่น้อย ถูกผู้ชายมากหน้าหลายตาจับเนื้อต้องตัว ดีไม่ดีถ้าเขาขอออฟ เธอก็คงรีบรับทันทีล่ะสิถ้าหากพวกเขาเอาเงินฟาดหัวสักหมื่นสองหมื่น”
           ปากปราการเริ่มเป็นกรรไกรทั้งจิกทั้งกัด แต่ด้วยความที่วดีเป็นคนหนักแน่นและฝึกฝนเพื่อรับสถานการณ์เมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนหลากหลายประเภทมาก่อน แม้แต่มาเฟีย เจ้าพ่อเหี้ยมโหด ยากูซ่า คนโรคจิตต่ำสถุล ปราการยังไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของคนพวกนั้น คำพูดของเขาแค่นี้มีหรือจะทำให้หล่อนสะทกสะท้าน
         “เอาเถอะค่ะ ก็แล้วแต่คุณจะคิด จินตนาการ วิถีชีวิตของคุณกับของวดีแตกต่างกัน ทางที่ดีพวกเราก็อย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกันดีกว่า ส่วนวดีจะทำงานให้คุณอย่างเต็มที่และจะกลับมานอนบ้านทุกคืนตกลงตามนั้นนะคะ จบ”
          วดีกล่าวสรุป ส่วนปราการก็ได้แต่ทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเต็มใจยอมรับ และจบเรื่องเสียทีเดียว เขาอุตส่าห์พยายามช่วยเด็กสาวผู้นี้ทางอ้อมแท้ๆ แต่หล่อนกลับยังดื้อรั้นจะทำงานกลางคืนที่ล่อแหลมเช่นนั้นอยู่อีก
         “เฮ้อ! เอาเถอะ สักวันเธอจะต้องขอบคุณที่ฉันเตือนแบบนี้ อายุเธอเท่าไหร่ถึงยี่สิบหรือยัง?
         “จะย่างยี่สิบสามแล้วค่ะเจ้านาย ไม่ต้องห่วงให้มากหรอกค่ะชีวิตของหนูน่ะ หนูเอาตัวรอดสบายมาก เจ้านายยังไม่รู้ว่าวดีน่ะมีอีคิวสูงแค่ไหน เกินร้อยเชียวนะ” พูดจบวดีก็หัวเราะชอบอกชอบใจอยู่คนเดียว
         “อีคิวบ้าอะไรของเธอ ฉันน่ะเป็นอัจฉริยะไอคิวสูงสามร้อยยังไม่อยากจะโม้ แต่เธอมีแค่อีคิวจะมาฉลาดกว่าฉันได้ยังไง ใครสนกันแค่อีคิวบ้าบอ แล้วสุดท้ายเป็นไง เธอก็ยังเป็นลูกน้องคนอัจฉริยะแบบฉันอยู่ดี จริงหรือไม่จริง?
         ปราการกล่าวตอกหน้าสาวใช้คนใหม่ จนหล่อนผงะ เพราะคำพูดที่ไม่เคยถนอมน้ำใจคนของเขานั่นเอง
        “จริงคร้าเจ้านายอัจฉริยะสุดๆ ไปเลย เลิศเลอเพอร์เฟกต์ หล่อล่ำ ร่ำรวยมหาศาล ตอนนี้พอใจหรือยัง?
        วดีว่าปนเสียงหัวเราะ ปราการหันไปจ้องมองหล่อนเขม็ง
        “พูดเหมือนประชดฉันเลยนะเนี่ยยัยบ๊องเอ้าๆ เอาเถอะเห็นเธอมาทำงานวันแรก ฉันไม่ว่าอะไรเธอแล้ว อัจฉริยะแบบฉันใจกว้างเสมอเอาเป็นว่าเธอก็เริ่มย้ายข้าวของมาอยู่ที่นี่ และเริ่มงานทันทีเลยก็แล้วกัน เพราะรู้สึกบ้านจะเริ่มมีฝุ่นจับเยอะแล้ว”
         ปราการเริ่มออกคำสั่ง วดีพยักหน้ารับทราบ จากนั้นหล่อนก็เริ่มต้นลงมือทำความสะอาดทันที ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว และมีปฏิภาณไหวพริบมากกว่าเด็กสาวทั่วไปในวัยเดียวกัน วดีจึงสามารถจัดการคฤหาสน์ทั้งหลังได้แล้วเสร็จภายในไม่ถึงสองชั่วโมง ทำให้ปราการได้แต่นึกทึ่งกับความสามารถที่ไม่มีสาวใช้คนไหนทำได้เช่นหล่อนมาก่อน