ภาพยนตร์ 10 เรื่องในอดีตสุดประทับใจ


ภาพยนตร์ 10 เรื่องในอดีตสุดประทับใจ


1. Forever Young (1992 ) 

สัญญาหัวใจข้ามเวลา

          Forever Young สัญญาหัวใจข้ามเวลา  คือ นิยายวิทยาศาสตร์-โรแมนติกอเมริกัน (science fiction-romantic drama film) ปี 1992 กำกับโดย สตีฟ ไมเนอร์ (Steve Miner) และนำแสดงโดย เมล กิบสัน (Mel Gibson) เอลียาห์ วู้ด (Elijah Wood) และ เจมี่ลี เคอร์ติส (Jamie Lee Curtis) เขียนบทภาพยนตร์โดย JJ Abrams จากต้นฉบับเดิมชื่อ "The Rest of Daniel"
 ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง

         ภาพยนตร์อเมริกัน แนวดราม่า (drama film) ที่ออกฉายในปี 1994 (พ.ศ. 2537) กำกับการแสดงโดย แฟรงก์ ดาราบอนต์ (Frank Darabont)ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา สร้างจากเรื่องสั้นของสตีเฟน คิง (Stephen King) นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกัน เรื่อง Rita Hayworth and Shawshank Redemption ในปี ค.ศ. 1982 นำแสดงโดย ทิม ร็อบบินส์  (Tim Robbins) แสดงเป็น แอนดี้ ดูเฟรย์ และ มอร์แกน ฟรีแมน (Morgan Freeman) แสดงเป็น เอลลิส บอยด์ "เรด" เรดดิง ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวเกือบ 2 ทศวรรษของแอนดี้ในคุกชอว์แชงค์และมิตรภาพกับเรด รวมถึงเรื่องราวชีวิตสะเทือนอารมณ์ของผู้คนในเรือนจำชอว์แชงค์




3. Forrest Gump (1994) 
ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม

ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม (Forrest Gump) เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า - เบาสมอง ที่ออกฉายใน ค.ศ. 1994 แสดงนำโดย ทอม แฮงส์ (Tom Hanks) สร้างขึ้นจากนิยายเรื่อง Forrest Gump ที่แต่งโดย วินส์ตัน กรูม (Winston Groom) เป็นเรื่องราวแสดงให้เห็นถึงหลายทศวรรษในชีวิตของตัวละครในเรื่อง (Hanks) ซึ่งเป็นคนใจดี และเขามีความสามารถหลากหลายด้าน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจัดอันดับเป็นภาพยนตร์อเมริกันที่ดีสุดตลอดกาล ทำรายได้ 677,387,716 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่าเงินกว่า 989 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน 


4. Braveheart (1995) 
เบรฟฮาร์ท วีรบุรุษหัวใจมหากาฬ


วีรบุรุษหัวใจมหากาฬ เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติแนวดราม่า กำกับภาพยนตร์โดย เมล กิบสัน ( Mel Gibsonออกฉายในวันที่ 24 พฤษภาคม 1995 ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของ วิลเลียม วอลเลซ (William Wallace) อัศวินชาวสกอตแลนด์ที่ปลุกระดมชาวสกอตแลนด์ให้ปลดแอกตนเองออกจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ในสมัยที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 (Edward I of Englandแห่งอังกฤษเป็นผู้ปกครองเมือง
แม้ภาพยนตร์จะบิดเบือนจากประวัติศาสตร์ไปมาก แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบจะทำให้ผู้คนเกิดความรักชาติมากขึ้นทีเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ได้รับคำวิจารณ์เช่นกัน แต่สรุปว่าเรื่องนี้ก็ได้รับรางวัลออสการ์ไปในปี 1995 ด้วยกัน 5 รางวัล คือ รางวัลออสการ์ 5 รางวัล สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม, สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม และสาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม



5. Titanic (1997) 
ไททานิก 

Titanic เป็นภาพยนตร์โรแมนติกเกี่ยวกับมหากาพย์ของอเมริกาในปี 1997 กำกับการแสดง ร่วมเขียนบทและร่วมอำนวยการสร้าง James Cameron เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของผู้คนที่ได้โดยสารไปกับเรือ RMSTitanic ระหว่างเดินทาง พระเอกแสดงโดย Leonardo DiCaprio และนางเอก Kate Winslet ผู้ร่วมเดินทางไปบนเรือด้วย ทั้งสองได้ตกหลุมรักกัน และโศกนาฏกรรมครั้งนั้นทำให้ความรักของทั้งคู่จึงกลายเป็นมหากาพย์โด่งดังไปทั่วโลก




6. The Green Mile (1999) 
ปาฏิหาริย์แดนประหาร


The Green Mile นำแสดงโดย ทอม แฮงค์, ไมเคิล คลาร์ก ดันแคน, เดวิด มอส, บอนนี่ ฮันต์, เจมส์ ครอมเวลล์, ไมเคิล เจเตอร์, แซม ร็อคเวลล์, แบร์รี เป๊ปเปอร์, ดัก ฮัตจิสัน, แพทริเซีย คาร์กสัน และ แกรี ซีนิส (นักแสดงรับเชิญ) กำกับการแสดงโดย แฟรงค์ ดาราบอนต์
เป็นเรื่องราวของพัศดีกับนักโทษสีผิว บอกเล่าเรื่องราวปาฏิหาริย์ ขณะประจำการที่โคลด์ เมาท์เทนท์ ทางใต้ งานของ พอล เอดจ์คอมบ์ คือการดูแลนักโทษประหารที่รอการส่งไปยังแดนประหาร และเส้นทางที่พวกเขาต้องเดินผ่านเรียกกันว่า กรีนไมล์ (Green Mile) ซึ่งเป็นทางเดินสีเขียว ก่อนจะเดินไปสู่เก้าอี้ไฟฟ้าประหาร และ พอล เอดจ์คอมบ์ ได้รู้สึกผูกพันจอห์น ค็อฟฟี่ (ไมเคิล คลาร์ก ดันแดน) นักโทษร่างยักษ์ผิวดำอย่างมาก เพราะค็อฟฟี่ แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาฆาตกรรมเด็กหญิงสองคน แต่ทว่าเขากลับเป็นคนจิตใจอ่อนโยน รักสงบ และกลัวความมืด และเขายังใจดีช่วยรักษาโรคร้ายที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับเอดจ์คอมบ์มานานจนหายเป็นปกติ รวมทั้งพัศดีคนอื่น ๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากค็อฟฟี่เช่นกัน ทำให้ทุกคนเกิดความเมตตาสงสารและผูกพันกับนักโทษคนนี้มาก แม้สุดท้ายค็อฟฟี่จะไม่อาจหลีกหนีโทษประหาร แต่ทว่าเรื่องราวของค็อฟฟี่หาได้ตายไปจากใจของผู้คนไม่ หนังเรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมหลั่งน้ำตาให้กับค็อฟฟี่ และหลงรักในความเป็นคนจิตใจดีอ่อนโยนของเขา จนลืมรูปลักษณ์ภายนอก หรือแม้แต่ชนชั้น และสีผิวไปเลยทีเดียว


7. A Beautiful Mind (2001)
 ผู้ชายหลายมิติ

        A Beautiful Mind เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับชีวประวัติของชาวอเมริกัน โดยอ้างอิงจากชีวิตจริงของ จอห์น แนช (John Nashผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ (Nobel Laureate in Economicsกำกับภาพยนตร์โดย รอน โฮเวิร์ด (Ron Howardและเขียนบทโดย อคิวา โกลด์สแมน (Akiva Goldsmanโดยยึดจากหนังสือขายดีที่เคยได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลพูลิตเซอร์ ในปี 1998 ในชื่อหนังสือ A Beautiful Mind  ชื่อเดียวกับหนัง โดยซิลเวีย นาซาร์  (Sylvia Nasarโดยภาพยนตร์นำแสดงโดยรัสเซลล์ โครว์  (Russell Croweร่วมกับ เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี, (Jennifer Connelly)เอด แฮร์ริส (Ed Harris )พอล เบตทานี (Paul Bettany) ฯลฯ
          เล่าถึงช่วงวัยเรียนของแนช ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เขาได้พยายามพัฒนาแนวคิดที่จะปฏิวัติวงการคณิตศาสตร์โลก และในช่วงนี้เองที่เขาได้พบกับเพื่อนในจินตนาการ แต่เขากลับไม่รู้ว่านั่นคือภาพหลอน หรือตัวเองได้มีอาการจิตเภท จนต่อมาได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก ทำให้เกิดปัญหาและกลายเป็นภาระของครอบครัว ต่อมาเขาได้ลุกขึ้นต่อสู้กับโรคจิตเภทนี้จนสามารถที่จะยอมรับกับสิ่งที่เขาประสบและเข้าใจมัน พร้อมกับเอาชนะจิตใจตัวเอง และเอาชนะภาพหลอนด้วยมันสมองอันเป็นอัจฉริยะ
          เป็นภาพยนตร์ที่ซาบซึ้งใจมากเรื่องหนึ่งกับการต่อสู้ของตัวละคร ต้องคอยลุ้นตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ และก็ไม่สร้างความผิดหวังให้คนดูจริงๆ เปิดฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2001  ทำรายได้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลออสการ์ 4 สาขาจากเวทีรางวัลออสการ์อีกด้วย คือ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม


8. Big Fish (2003) 
จินตนาการรัก ลิขิตชีวิต
  
           Big Fish เป็นภาพยนตร์ดราม่า แฟนตาซี (fantasy comedy-drama) สร้างจากนิยายที่มีชื่อเดียวกัน ปี 1998 โดย Daniel Wallace กำกับโดย ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) และนำแสดงโดย อัลเบิร์ต ฟินเนย์ (Albert Finney), อลัน แม็คเกรเกอร์ (Ewan McGregor) บิลลี่ ครูดรัพ (Billy Crudup), Jessica Lange, and Marion Cotillard
         เป็นเรื่องราวของ เอ็ดเวิร์ด บลูม (อัลเบิร์ต ฟินนี่ย์) เขาเป็นนักเล่าเรื่องที่ชวนให้ติดตาม เขาได้เล่าเรื่องราวชีวิตอันเหลือเชื่อของตัวเองในวัยหนุ่มแสดงโดย ยวน แมคเกรเกอร์ การเล่าเรื่องของเขาได้ผสมผสานกับจินตนาการอันตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความหมายอย่างล้ำลึก โดยตัวเขาในวัยหนุ่มมีความปรารถนาอันเปี่ยมล้นที่จะออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งสถานที่ที่เขาไปนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวมหัศจรรย์เหลือเชื่อที่เหมือนไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกของเรา ทำให้เขาได้พบกับยักษ์ แม่มด และผู้หญิงฝาแฝดสองหัว จึงยากที่คนฟังจะเชื่อว่าเรื่องที่เขาเล่าเป็นเรื่องจริง ยกเว้น วิลล์ (บิลลี่ ครูดรัพ) ลูกชายที่ห่างเหิน และวิลล์พยายามที่จะแก้ไขความสัมพันธ์ที่ไม่ดีของเขากับพ่อ


เดอะ แพสชั่น ออฟ เดอะ ไครสต์

The Passion of the Christ เป็นภาพยนตร์อเมริกันใน เล่าเรื่องตามพระคัมภีร์ไบเบิล ฉายในปี 2004 กำกับโดย เมล กิบสัน (Mel Gibson) เขียนบทโดย เมล กิบสัน และ เบเนดิกต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (Benedict Fitzgeraldนำแสดงโดย จิม คาวีเซล (Jim Caviezel) แสดงเป็นพระเยซูคริสต์ มาเรีย มอร์เกนสเติร์น (Maia Morgenstern) แสดงเป็นพระแม่มารีย์ และ Monica Bellucci เป็น Mary Magdalene เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความรักของพระเยซูที่มีต่อมนุษย์ ซึ่งการนำเสนอส่วนใหญ่จะยึดตามพระวรสารของผู้เผยพระวจนะ มัทธิว (Matthew) มาร์ค (Mark) ลูกา (Luke) และจอห์น (John) 


10. Apocalypto (2006)
 ปิดตำนานอารยชน

Apocalypto เป็นภาพยนตร์ผจญภัยมหากาพย์อเมริกันปี 2006 กำกับโดย เมล กิบสัน (Mel Gibsonและเขียนโดย Gibson และ Farhad Safinia ภาพยนตร์เรื่องนี้มีนักแสดงชาวอเมริกันพื้นเมือง และชาวเม็กซิกันพื้นเมืองประกอบด้วย Rudy Youngblood, Raoul Trujillo, Mayra Sérbulo, Dalia Hernández, Ian Uriel, Gerardo Taracena, Rodolfo Palacios, Bernardo Ruiz Juarez, Ammel Rodrigo Mendoza, Ricardo Diaz Mendoza และ Israel Contreras ซึ่งเรื่องนี้จะมีการดำเนินเรื่องคล้ายคลึงกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ เมล กิบสัน The Passion of the Christ บทสนทนาทั้งหมดอยู่ในรูปแบบของภาษาโบราณ มีการใช้ภาษาพื้นเมืองของ Yucatec Maya เรียกว่าภาษา มายัน
        Apocalypto เป็นเรื่องราวการเดินทางของ Jaguar Paw นักล่าชาว Mesoamerican และชนเผ่าเพื่อนของเขาที่ถูกจับโดยกองกำลังรุกรานหลังจากการทำลายหมู่บ้านของพวกเขา ทำให้ต้องดิ้นรนหนีตายไม่ต่างจากสัตว์ป่า แต่การล่าเพื่อเอาชีวิตมนุษย์เป็นเครื่องสังเวยกำลังจะสิ้นสุดลง...
          ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศทำรายได้มากกว่า 120 ล้านเหรียญทั่วโลก และได้รับการวิจารณ์เป็นอย่างดี บวกกับนักวิจารณ์ที่ชื่นชมทิศทางของ เมล กิบสัน อยู่แล้วยิ่งส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นที่ยกย่องกันอย่างกว้างขวาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น