วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

แบกเป้ตะลุยโลกกรีก




ตอนที่ 8

จิตวิญญาณยิปซี


 เมื่อเห็นนกนางแอ่น (Swallows) หรือที่ชาวกรีกเรียกว่า “เฮลีโดเนีย” (Helidonia) บินว่อนมาสู่เกาะครีตเป็นจำนวนมาก หรือเห็นเต่าทะเลกลับมาวางไข่บนชายหาด นั่นหมายความว่า ฤดูร้อนได้เดินทางมาถึงแล้ว จากนั้นเราจะเห็นนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่ชาวกรีกมีวันหยุดยาว เกาะครีตจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและครึกครื้นมากเป็นพิเศษ
นอกเหนือจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแล้ว เกาะแห่งนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งของชาวยิปซีด้วยเช่นกัน ทำให้นึกสงสัยว่ายิปซีมากมายเหล่านี้เดินทางมาจากไหนกันแน่ เมื่อสอบถามสามีและเพื่อนๆ ชาวกรีก รวมถึงสืบค้นข้อมูลจากสื่อต่างๆ ทราบว่า ยิปซีที่เร่ร่อนขายสินค้า เล่นดนตรี ร้องเพลง หรือขอเศษเงินตามสถานที่ต่างๆ นั้น สันนิษฐานว่า เมื่อประมาณเกือบพันปีก่อน ชาวโรมในประเทศอินเดียได้อพยพหนีความยากจน เดินทางเร่ร่อนแสวงหาแผ่นดินใหม่เพื่อลงหลักปักฐาน แต่ไม่ว่าจะเดินทางไปถึงที่ไหนก็ถูกชาวพื้นเมืองขับไล่ พวกเขาจึงจำต้องเดินทางเร่ร่อนไปเรื่อยๆ โดยชาวยิปซีจะเรียกตัวเองว่า “โรม” (Rom) เวลาสื่อสารกันจะใช้ภาษาโรมานี (Romany) และจะเรียกคนนอกว่า “กาจิ”


ต่อมาชาวยิปซีได้เดินทางเข้าสู่อียิปต์ บ้างก็ลงหลักปักฐานที่นั่น บางกลุ่มเดินทางต่อไปยังส่วนต่างๆ ของยุโรป ทว่าทุกแห่งที่พวกเขาเหยียบย่างไปถึงผู้คนก็ยังตั้งแง่รังเกียจอยู่เช่นเดิม แถมยังดูถูกเหยียดหยาม และตั้งฉายาให้พวกเขาว่า “ยิปซี” (Gypsy) เนื่องจากเห็นว่าส่วนใหญ่เดินทางมาจากอียิปต์ก่อนจะเข้าสู่ยุโรป ตั้งแต่นั้นชาวยิปซีก็ได้กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชนเผ่าเร่ร่อนพเนจรไปโดยปริยาย รวมถึงยังเป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกมองว่า แปลกแยกจากสังคมอื่น เพราะพวกเขาชอบเก็บตัว รักอิสระ ไม่ชอบระเบียบกฎเกณฑ์ บางครั้งทำให้ยิปซีถูกพิพากษาว่าเป็นพวกเด็กเลี้ยงแกะ ชอบพูดปด และชอบลักเล็กขโมยน้อย รวมไปถึงเป็นพวกขอทานเพราะความเกียจคร้าน
เพื่อความอยู่รอดชาวยิปซีจึงต้องลุกขึ้นมาสร้างสีสันให้ตัวเอง โดยการงัดเอาภูมิความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากบรรพบุรุษออกมาใช้ เช่น การเป็นหมอดู หมอยา พวกเขาช่ำชองเรื่องการนำสมุนไพรต่างๆ มาใช้รักษาโรคได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงเป็นชนเผ่าที่มีพรสวรรค์ในการช่างฝีมือ ซ่อมแซมสิ่งของต่างๆ อีกทั้งยังสามารถเล่นดนตรี และร้องเพลงได้ไพเราะอีกด้วย
ประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 ไพ่ทาโร่ต์ ที่ดัดแปลงมาจากชาวยิปซีได้กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในยุโรป ส่วนยิปซีคนไหนเป็นผู้คิดค้นนั้นไม่ปรากฏชื่อเสียงเรียงนาม แต่เจ้าไพ่ทาโรต์ หรือไพ่ยิปซีที่ว่านี้ได้กลายเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางตั้งแต่ชนชั้นสูงยันชนชั้นล่าง และไม่เพียงแค่ในยุโรปเท่านั้นความมหัศจรรย์ของไพ่ยิปซียังแพร่กระจายไปทั่วโลก แม้แต่ในประเทศไทยเราก็ไม่ยกเว้น และตำนานความลึกลับของไพ่ยิปซี บวกกับพฤติกรรมที่รักอิสระ ชอบเก็บตัว คนภายนอกจึงมักมองว่าพวกเขาเป็นชนเผ่าลึกลับ ขณะเดียวกันชาวยิปซียังเป็นที่เพ่งเล็งของฝ่ายชาวคริสต์เตียนอีกด้วย เนื่องการกระทำบางอย่างได้ขัดแย้งต่อหลักปฏิบัติของศาสนานั่นเอง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปี ค.. 1933 -1945 เมื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ผงาดขึ้นเป็นผู้นำนาซีเยอรมนี (Nazi Germany) ช่วงเวลานั้นนอกจากชาวยิว คนผิวดำ พวกรักร่วมเพศเดียวกัน ผู้ทุพพลภาพ รวมไปถึงกลุ่มต่อต้านนาซี ตลอดจนชาวคริสต์เตียน และชาวยิปซีก็เป็นอีกหนึ่งชนเผ่าที่ถูกผู้นำเผด็จการอย่างฮิตเลอร์สั่งฆ่า หมายจะล้างเผ่าพันธุ์ให้สิ้นไปจากโลก
ฉะนั้นการใช้ชีวิตเยี่ยงชาวยิปซีจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก แม้พวกเขาจะถูกมองว่าเป็นคนเร่ร่อน แต่จิตวิญญาณก็ยังหลงใหลในเสียงเพลง เสียงดนตรี และรักอิสระ โลกของพวกเขาอาจเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และลึกลับอย่างที่หลายคนคิด เพียงแต่คนนอกที่มีความซับซ้อนกว่าไม่อาจเดินทางเข้าไปถึงก็เท่านั้นเอง
ในฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของเกาะครีต เวลากลางวันฉันมักสังเกตเห็นยิปซีบางกลุ่มเร่ขายสินค้าไปตามสถานที่ต่างๆ บางกลุ่มก็แต่งกายสกปรกมอมแมม อุ้มลูกเล็กๆ เที่ยวเดินขอเงิน พอตกกลางคืนชายหญิงจะแต่งกายสวยงาม เพื่อเร่ขายดอกไม้ให้กับนักท่องเที่ยว
มุมหนึ่งของหมู่บ้านพลาตาเนส พวกเรามักเห็นชายชาวยิปซีวัยกลางคนออกมานั่งเล่นหีบเพลงบนทางเท้าเป็นประจำ ก่อนลงมือเล่นเขาจะหาใบไม้มาทำความสะอาด ทำราวกับว่าที่นั่นเป็นบ้านของเขา พอสามีฉันพบเขาทีไรมักหย่อนเงินทีละ1-2 ยูโร ลงบนกล่องใส่เหรียญทุกครั้ง วันหนึ่งฉันนึกสงสัยจึงถามว่า
“ทำไมจึงชอบให้เงินเฉพาะกับผู้ชายคนนี้ แต่กับยิปซีคนอื่น เวลาพวกเขาเข้ามาขอ ทำไมจึงปฏิเสธ”
เขาตอบว่า “เขาเป็นเพื่อนผม และอีกอย่างเขาไม่ได้ขอ แต่ผมต้องการให้ก็เท่านั้นเอง”


วันหนึ่งชายยิปซีเล่าให้พวกเราฟังว่า หาเงินยากมาก นักท่องเที่ยวไม่ยอมควักเงินจากกระเป๋า ชาวรัสเซียนั้นควักบ้างแต่ไม่มาก แต่ขี้เหนียวสุดๆ คือ ชาวฝรั่งเศส เขาสาธยายราวกับว่ากำลังขายอะไรสักอย่าง แต่มันเป็นเสียงดนตรี เขาไม่ยี่หระว่าใครจะมองเช่นไร ขอเพียงความอยู่รอด ได้เศษเงินซื้ออาหารพอเลี้ยงปากท้องวันต่อวัน และไม่อยู่ใต้อำนาจของใครก็ถือว่าดีแล้วสำหรับคนเร่ร่อนอย่างเขา
เมื่อพิจารณาดู ไม่ว่าคนที่เร่ร่อนขอทาน หรือยิปซีอพยพในหลายแห่งทั่วโลก และแม้แต่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินทางสำรวจแผ่นดินอื่น จริงๆ แล้วทุกคนต่างก็มีจิตวิญญาณเร่ร่อนเฉกเช่นเดียวกัน เพียงแต่ขอทาน หรือยิปซีได้ถูกจัดอยู่ในชนชั้นที่สังคมรังเกียจ ขณะที่นักท่องเที่ยวกลับถูกยกระดับให้สูงขึ้นในฐานะความเป็นมนุษย์ เฉกเช่นเดียวกับเชื้อชาติ สีผิว และฐานะของผู้คนในแต่ละสังคม ยังมีการแบ่งแยกชนชั้น สีผิว จัดอันดับความเป็นมนุษย์เหมือนราคาสินค้าแต่ละยี่ห้อ แยกเป็นเกรดเอ บี ซี ดี ไม่สนใจในเรื่องความเสมอภาคทางด้านจิตวิญญาณ เราจึงมักเห็นสงครามการเหยียดสีผิว ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นต่างๆ และแม้แต่ศาสนา ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักปรากฏให้เห็นบ่อยๆ ทั่วทุกมุมของโลกที่มีมนุษย์อาศัยอยู่
ความจริงนั้นยิปซีในยุโรปก็ไม่ใช่ชนกลุ่มที่น่ารังเกียจเสียจนยอมรับไม่ได้อย่างที่หลายคนเข้าใจ ถ้าพวกเขาหนึ่งในนั้นไม่กระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย อาทิเช่น ขโมยลูกชาวบ้านไปเป็นขอทาน หรือเที่ยวฉกชิงวิ่งราวทรัพย์สินของคนอื่นมาเป็นของตน หากจะว่าไปเหตุการณ์เหล่านี้แม้ไม่ใช่ยิปซีก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไปในทุกสังคมทั่วโลก ฉะนั้นยิปซีก็เหมือนกับคนทุกคนบนโลก เพียงแต่พวกเขามาจากพื้นฐานที่ยากจน ทางเลือกเพื่อรอดชีวิตก็คือ การเร่ขายสินค้า บางรายเล่นดนตรีหรือร้องเพลงแลกเศษเงินตามถนนและเดินทางเร่ร่อนค้นหาแผ่นดินใหม่ที่คิดว่าดีกว่า แม้จะได้รับการดูถูกเหยียดหยาม แต่เชื่อว่าหนึ่งในจำนวนนั้นก็มีความฝันเฉกเช่นปุถุชนธรรมดา ตัวอย่างเช่น ราชานักร้องอมตะชาวกรีกนาม “มาโนลิส แองเจโลปูโลส” (Manolis Agelopoulos) เมื่อศึกษาเบื้องหลังของเขาจะเห็นว่ามีพื้นฐานมาจากครอบครัวยิปซี เขาเกิดที่คาวาลา (Kavala) ในปี ค..1939 บิดามารดาเป็นชาวโรมา (Roma) เดินทางจากอินเดียผ่านอียิปต์ และโรมาเนีย ก่อนจะมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่ประเทศกรีซ บิดาของเขาเป็นนักดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ สามารถเล่นบูซูกิ (Bouzouki) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของกรีก และกีตาร์ได้ไพเราะหาตัวจับยาก มาโนลิสเองก็ซึมซับเอาพรสวรรค์การเป็นศิลปินจากบิดามาตั้งแต่เด็ก

Manolis Angelopoulos นักร้องมืออาชีพยิปซี (King of the Gypsies) เพลงพื้นเมือง
โด่งดังในช่วงทศวรรษที่ 1960 และ 1970






ในวัยเด็กเขากับครอบครัวเคยเร่ร่อนขายพรม ผ้าห่ม ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ ไปทั่วกรีซ และทำงานรับจ้างสารพัด ทั้งช่างขัดรองเท้า ทำงานเป็นบริกรในร้านค้า แต่วันหนึ่งชีวิตพลิกผันได้เป็นนักร้อง ด้วยน้ำเสียงอันไพเราะและมีเสน่ห์ทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตกในเวลาชั่วข้ามคืน เขาได้รับความนิยมจากชาวกรีกอย่างท่วมท้นในช่วงปี ค.. 1960 โดยเนื้อเพลงส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความรัก และการปรากฏตัวของเขาส่งผลให้วงการดนตรีชาวกรีกได้รับอิทธิพลจากเพลงชาวยิปซีและอาหรับผสมผสานเข้าด้วยกัน
ตลอดชีวิตที่ยืนอยู่บนเวที เป็นนักร้องขวัญใจมหาชน มาโนลิสต้องพยายามต่อสู้อย่างหนักโดยใช้เสียงเพลงเพื่อลบล้างความคิดอคติของผู้คนในสังคมที่มองชาวยิปซีอย่างดูถูกเหยียดหยาม แม้ในปี ค.. 1989 เขาจะลาจากโลกด้วยอาการหัวใจล้มเหลว แต่ทว่าบทเพลงของเขากลับยังดังกระหึ่มก้องในหัวใจผู้คนทุกชนชั้นตราบเท่าทุกวันนี้
เรื่องราวของนักร้องขวัญใจชาวกรีกนาม มาโนลิส แองเจโลปูโลส ทำให้เรียนรู้ว่า แม้แต่ผู้ที่ถูกเรียกว่ายิปซีก็ยังต่อสู้ดิ้นรน เพื่อให้สังคมยอมรับพวกเขาในฐานะความเป็นมนุษย์ จิตวิญญาณที่เรามองไม่เห็น แต่เราสามารถสัมผัสได้ผ่านเสียงเพลง แววตา ท่าทาง และการต่อสู้ดิ้นรนทุกรูปแบบเพื่อความอยู่รอดของชาวยิปซี
หากจะว่าไปการเดินทางก็เปรียบเหมือนความใฝ่ฝันของมนุษย์ทุกคน ทั้งเดินทางไปท่องเที่ยว ทำงาน หรือแสวงหาแผ่นดินใหม่ที่ดีกว่า รวมทั้งการเดินทางทางฝ่ายจิตวิญญาณ แต่การเดินทางของแต่ละคนจะองอาจสง่างามแค่ไหนนั้น ต้องรอพิสูจน์กันในระยะยาว บางคนอาจใช้เวลาทั้งหมดในชีวิตของพวกเขา หรือแม้แต่ภายหลังจากที่ได้สิ้นลมไปแล้ว
บนโลกใบนี้ได้ปรากฏรอยเท้าของนักเดินทางอยู่มากมาย แต่รอยเท้าที่ผู้คนจดจำได้ดีที่สุดคือ รอยเท้าของผู้ให้พระพุทธเจ้า พระเยซูคริสต์ แม่ชีเทเรซา หรือแม้แต่ท่านมหาตมะ คานธี เราทุกคนต่างไม่อาจปฏิเสธว่าไม่รู้จัก แต่ก็น้อยคนนักที่จะเลือกเส้นทางซึ่งเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพื่อจะกลายเป็นที่จดจำ
นักร้องนามว่า “มาโนลิส แองเจโลปูโลส” ก็เฉกเช่นกัน โลกนี้เปิดโอกาสให้เขาได้เลือกเส้นทางเดินของชีวิตมากมายหลายทาง เขาอาจปฏิเสธการเป็นนักร้อง โดยไม่สนใจต่อสู้เพื่อยกระดับจิตวิญญาณของชาวยิปซีก็ได้ หรือดำเนินรอยตามบรรพบุรุษ เป็นยิปซีร้องเพลงขอเศษเงินไปชั่วอายุไขก็ไม่มีใครบังคับ แต่เขากลับเลือกเส้นทางลำบาก ก้าวขึ้นเวทีที่เขาไม่คุ้นเคย แม้จะถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้คนที่ต้องการหาผลประโยชน์ในตัวเขา แต่นักร้องหัวใจทองคำท่านนี้ก็ยังอดทนอดกลั้นลุกขึ้นมาจับไมโครโฟนร้องเพลงส่งไปถึงผู้ฟังทุกชนชั้น เพื่อใช้เสียงเพลงเหล่านั้นลบล้างคำว่า “ยิปซีไม่ใช่มนุษย์”
วันนี้แม้กายดับสูญ แต่ทว่าชื่อ มาโนลิส แองเจโลปูโลส ก็ยังตราตรึงอยู่ในใจของผู้ฟังชาวกรีกไม่เสื่อมคลาย เสียงเพลงของเขาที่ดังผ่านสื่อต่างๆ ราวจะประกาศเรื่องราวการเดินทางอันยาวไกล รวมถึงการต่อสู้เพื่อยกระดับจิตวิญญาณชาวยิปซีทั่วโลกให้เป็นที่ยอมรับในสังคม จนเขาได้รับการยกย่องสรรเสริญในฐานะ “King of the Gypsies
แม้หลายคนทั่วโลกอาจจะยังไม่ได้ยินเสียงของเขา แต่อย่างน้อยฉันเชื่อว่า เวลานี้นักร้องชาวยิปซีท่านนี้ก็ได้ก้าวข้ามคำว่า “ยิปซี” และคำว่า “มนุษย์” อันเป็นสมมุติบนโลกจนสำเร็จลุล่วงแล้ว เพราะการตัดสินใจที่น้อยคนนักจะกล้าก้าวข้ามไป
      เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่เกิดมาเพียงแค่แสวงหาอำนาจ หรือพวกที่หมกมุ่นอยู่กับการคิดแบ่งแยกดินแดน สีผิว ศาสนา และดูถูกความเป็นมนุษย์ของคนอื่น พวกเขาเหล่านั้นก็เป็นได้แค่เพียงยิปซีไร้คุณค่า เป็นไม่ได้แม้แต่ปุ๋ยของฮิตเลอร์ แต่เกิดมาเร่ร่อนเพื่อรอวันดับสูญไปจากโลกอย่างเปล่าประโยชน์เท่านั้น 





ฟังเพลงของ Manolis Angelopoulos ตามลิงค์ด้านล่าง