วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, บทที่ 8



“เจ้านายคะ เจ้านายจะตามวดีเข้าไปทำไม กลับบ้านไปเถอะค่ะ เลาจน์ที่นี่ไม่เหมาะกับคนแบบเจ้านายหรอก”
วดีรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเดินทางมาถึงเลาจน์ ปราการบอกว่าจะตามเข้าไปด้วย
“แล้วเธอล่ะ มันก็ไม่เหมาะกับเธอเหมือนกัน เป็นเด็กเป็นเล็กริมาทำงานนั่งดริ๊งก์ ถ้าเป็นน้องสาวฉันหน่อยไม่ได้จะจับตีก้นเสียให้เข็ด”
ปราการว่า พร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปใกล้วดีที่นั่งทำหน้าพะอืดพะอม ไม่กล้าเปิดประตูลงจากรถ เพราะยังตกลงกับเจ้านายไม่ได้
“แล้วตกลงเจ้านายจะเข้าไปทำไม ถ้าไม่ดื่มก็กลับบ้านไปสิคะ”
“ก็บอกแล้วไงต่อไปนี้ฉันจะเป็นพ่อทูนหัวให้เธอ ก็ต้องดูแลกันหน่อยสิ” ชายหนุ่มยังยียวน เชยคางวดีขึ้นเล็กน้อย หญิงสาวปัดมือเขาออกท่าทางเหมือนรำคาญเขาเสียเต็มประดา ปราการจับปลายคางวดีให้หันกลับมามอง
“ห้ามแต่งหน้าสวยนะ แต่งแบบจืดๆ น่ะทำได้ไหม?” เจ้านายหล่อนสั่งเสียงดุ
“มันจะมากไปแล้วนะคะเจ้านาย วดีจะแต่งสวยหรือแต่งแบบไหนมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย ในเมื่อมันเป็นหน้าของวดี”
หญิงสาวเริ่มออกอาการหงุดหงิด ปกติแต่ไหนแต่ไรหล่อนเป็นคนที่มีความอดทนสูงต่อทุกสถานการณ์ แต่พอมาเจอกับปราการ ทำเอาวดีปวดหัวแทบทุกวัน คิดไม่ถึงว่าเขาจะตามควบคุมชีวิตของหล่อนแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัว และเรื่องงานก็ไม่เว้น
“แต่เธอเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉันแล้ว ฉันก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ” ปราการกล่าว เข้าใจความหมายอยู่คนเดียว แต่อีกฝ่ายกลับคิดไปอีกอย่าง
“ยังไงคะ ไม่ค่อยเข้าใจ วดีทำงานรับใช้คุณก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้านายจะมาเป็นเจ้าชีวิตของวดีนะคะ ถ้าเจ้านายขืนทำแบบนี้อีกวดีจะลาออกจริงๆ ด้วย”
“กล้ารึ ลองดูสิ” ปราการกล่าวเสียงลอดไรฟันพร้อมกับบีบคางของวดีเบาๆ แววตาเขาแฝงด้วยความไม่พอใจ
“วดีมีสิทธิ์ หนูไม่ใช่ทาสของคุณนะคะ”
“อย่าทำให้ฉันโมโหสิ” แววตาคู่นั้นดุขึ้นอีก ริมฝีปากปราการยื่นเข้าไปจนชิดริมฝีปากวดี หญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุของเขา
“จะทำไมคะ?” ใจหญิงสาวเต้นแรงขึ้นเหมือนจะล่วงรู้ชะตากรรมของตัวเอง
“ฉันก็จะทำแบบนี้ไง”
ชายหนุ่มก้มลงบดขยี้ริมฝีปากหล่อนอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเปลี่ยนมาจูบอย่างช้าๆ อ่อนโยน ตะล่อมให้วดีสมยอมโดยไม่ขัดขืน ลิ้นของปราการตวัดเอาลิ้นนุ่มของหล่อนมาดูดนัวเนีย วดีได้แต่เคลิ้มเคลิบไปกับรสสัมผัสอันแปลกแปร่งนั้น
จูบแบบดูดดื่ม รสชาติเป็นแบบนี้เองสินะ ทั้งตื่นเต้นและน่าหลงใหล หรืออาจเป็นเพราะจูบนี้มาจากผู้ชายอย่างปราการ ผู้ชายที่ไม่เหมือนใคร ทั้งปากร้าย เผด็จการ เอาแต่ใจตัวเอง และชอบยุ่งเรื่องของหล่อนไปเสียทุกเรื่อง
“อย่าทำให้ฉันโกรธอีกรู้ไหม”
ปราการกระซิบบอกเสียงกระเส่า เมื่อถอนริมฝีปากออกทั้งที่ยังนึกเสียดาย ไม่แตกต่างจากวดีที่เวลานั้นหัวใจหล่อนเต้นแทบจะทะลุออกมานอกอก ริมฝีปากของปราการยังคลอเคลียอยู่ที่ริมฝีปากของหล่อน เตรียมพร้อมจะฉกงับทุกเมื่อ ทันทีที่หล่อนอ้าปากพูดกวนใจเขา
“ปล่อยได้แล้วค่ะ สายแล้ว วดีต้องเข้าไปทำงาน” หล่อนกล่าวอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้ไปสะกิดต่อมโกรธของอีกฝ่าย
“ไปสิ เดี๋ยวฉันตามไป”
“คะ?” วดีคิดว่าปราการจะยอมปล่อยเธอไปดีๆ แล้วเสียอีก
หญิงสาวเปิดประตูลงจากรถ แล้วรีบเดินลิ่วเข้าไปในร้านทันที ได้แต่ภาวนาไม่ให้ปราการตามเข้าไปเหมือนที่บอก
“ลีลามาแล้วพวกเรา”
เหล่าสาวๆ นั่งดริ๊งก์สี่ห้ารายเหมือนจงใจมายืนดักรอคอยการมาของวดีอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ จนหญิงสาวนึกแปลกใจ
“มีอะไรหรือเปล่า ทำหน้าตื่นตกใจแบบนี้ใครเป็นอะไร?
วดีถาม แพรวพราวบีบมือหล่อน ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบถามเสียงเครียด
“พวกมาเฟียมาขอพบ มานั่งรอตั้งสองชั่วโมงตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ตอนนี้อยู่ที่ห้องวีวีไอพีห้องหมายเลขหนึ่ง เธอเผลอไปเหยียบตีนพวกมันเข้าหรือเปล่าถึงได้แห่กันมาเยอะเสียขนาดนี้”
“มาเฟีย” วดีทำหน้าครุ่นคิด ยังไม่ทันถามรายละเอียดอะไรต่อ มาม่าซังก็ร้องเรียกหล่อนเสียก่อน
“ลีลาตามฉันมานี่หน่อย”
วิภาวีกวักมือเรียกวดี ใบหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้คนอื่นๆ ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ รีบเร่งตามหลังวิภาวีไปทันที
“เกิดอะไรขึ้นคะมาม่า?
“ไปถึงก็คงรู้เองแหละ”
มาม่าซังกล่าว เพราะเธอเองก็ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด
พอเปิดประตูออก วดีมองเห็นชายฉกรรจ์ชาวญี่ปุ่นหกราย รูปร่างกำยำคล้ายกับซามูไรกำลังพากันยืนเป็นสองแถว ฝั่งละสามคน ทำหน้านิ่งขรึมเป็นรูปปั้นเหมือนไม่หายใจราวกับยืนคอยอารักขาใครบางคน
วดีหันไปเลิกคิ้วเหมือนตั้งคำถามกับมาม่าซัง ซึ่งอีกฝ่ายก็เอาแต่ยักไหล่ราวจะบอกทำนองว่า “ไม่รู้เหมือนกัน”
“ฮัลโหลพวกคุณต้องการพบฉันทำไมหรือคะ?” วดีถามขึ้นอย่างระมัดระวัง โลกนี้ช่างอยู่ยากขึ้นทุกวัน วดีแอบคิดในใจ ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็ล้วนแต่อันตราย แม้แต่อยู่ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของปราการ เจ้านายก็คอยจ้องตามันวาวไม่ต่างจากสุนัขจิ้งจอกเตรียมขย้ำลูกแกะอย่างหล่อน แต่พอมาทำงานที่เลาจน์ก็ไม่รู้ว่าจะโดนลูกระเบิดปาใส่เมื่อไหร่ สารพัดอันตรายประดังเข้ามาหา วดีได้แต่เตรียมใจเตรียมกาย นึกว่ายังไงเสียวันนี้ก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรับศึกหนัก
“คนนิจิวะมินาโกะ
เสียงคุ้นหูดังขึ้นที่ประตู พอวดีหันกลับไปมองก็พบกับชายหนุ่มที่หล่อนช่วยนำส่งโรงพยาบาลเมื่อวาน เคนชิโรเดินเข้ามาหาวดี พร้อมกับโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เมื่อเห็นผู้เป็นนายทำแบบนั้น ชายฉกรรจ์ทั้งหกก็รีบทำตามบ้าง
คนนิจิวะ คุณหนูมินาโกะ
วดีตกใจ ทำอะไรไม่ถูก รีบยกมือไหว้และโค้งคำนับในเวลาเดียวกัน
“สรุปว่าเธอรู้จักพวกเขาหรือลีลา?
วิภาวีกระซิบถามเบาๆ วดีพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันไปถามเคนชิโรที่กำลังยืนมองหล่อนอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยนต่างจากเมื่อวานลิบลับ
“คุณหายดีแล้วหรือคะถึงออกจากโรงพยาบาลมาได้แบบนี้”
“ผมหายแล้วครับ ผมอยากมาขอบคุณคุณ เพิ่งทราบว่าคุณทำงานอยู่ที่นี่ ยินดีที่ได้รู้จัก เมื่อวานผมยังไม่ได้แนะนำตัวเอง ผมชื่อ เคนชิโร จะมาบริหารงานโรงแรม ซากุระ เคน อินน์ ที่เมืองไทยเป็นเวลาหนึ่งปี หวังว่าพวกเราจะได้พบกันบ่อยๆ นะครับต่อไปนี้”
เคนชิโรกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จนวดีนึกประหลาดใจ ส่วนด้านวิภาวีนั้นถึงกับฉีกยิ้มเกือบถึงหูเมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวถึงชื่อโรงแรมดังของชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย หล่อนเคยไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นที่นั่นมาแล้วครั้งหนึ่งร่วมกับผู้บริหารระดับสูงชาวญี่ปุ่นที่เป็นหุ้นส่วนของเลาจน์แห่งนี้ โรงแรมซากุระ เคน อินน์ นอกจากจะมีชื่อเสียงโด่งดังด้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นตำรับจากญี่ปุ่น ที่นั่นยังเป็นโรงแรมระดับห้าดาวซึ่งชาวญี่ปุ่นชอบแวะมาพักเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองไทยเป็นประจำ
“แล้วไม่ทราบว่าคุณเคนชิโรทำงานตำแหน่งอะไรคะที่โรงแรมซากุระ เคน อินน์”
วิภาวีรู้สึกคันปากจึงโพล่งถามเพราะความอยากรู้อยากเห็น
“ผมจะมาเป็นผู้อำนวยการที่นั่นครับ วันเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งคือวันจันทร์หน้า ผมอยากชวนทุกคนที่นี่ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรมของเราด้วย ไม่ทราบว่าพวกคุณจะไปร่วมได้ไหมล่ะครับ ผมจะให้พนักงานขับรถนำรถมารับ?” ผู้อำนวยการหนุ่มกล่าว คาดหวังสูงว่าวดีจะไปได้ในวันนั้น
“ดะได้” วิภาวียังกล่าวไม่ทันจบประโยคประตูก็เปิดผางออกอย่างแรง
 “ไม่ได้! ยังไงก็ไปไม่ได้”
เสียงปราการดังขึ้นราวสายฟ้าผ่า ทำเอาทุกคนต่างผงะหันไปมองที่เขาเป็นสายตาเดียว เหล่าผู้อารักขาเคนชิโรถึงกับขยับตัวเตรียมคุ้มครองเจ้านาย
“มันเรื่องอะไรกันอีกล่ะเนี่ย”
วิภาวีรู้สึกตกใจและสับสนจนบอกไม่ถูก เมื่อปรากฏผู้ชายอีกคนโผล่เข้ามาป่วน
“คุณคือคนที่อยู่กับมินาโกะเมื่อวาน ผมจำได้ ขอบคุณครับที่อยู่เฝ้าผมเกือบทั้งคืน”
เคนชิโรหันไปกล่าวขอบคุณปราการ พร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุภาพเหมือนที่กระทำต่อวดี ขณะที่ปราการได้แต่ยืนทำหน้างงกับความเข้าใจผิดของเคนชิโร คืนนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นเลย แต่เพราะวดีไม่ยอมกลับบ้าน เขาจึงต้องอยู่กับหล่อน
“อ่ามาม่าซังคะทางนี้เดี๋ยวลีขอจัดการเอง ไม่ต้องห่วงนะคะ มาม่ากลับไปทำงานต่อเถอะค่ะ”
วดีกล่าวตัดบท เนื่องจากไม่ต้องการให้วิภาวีมารับรู้เรื่องส่วนตัวของหล่อนกับปราการ วิภาวีได้แต่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก คาดเดาไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างบุคคลทั้งสามคน แต่ก็ยอมออกไปจากห้องแต่โดยดี ปล่อยให้วดีเคลียร์ปัญหาเอง เพราะหล่อนเชื่อมั่นในฝีมือของเด็กสาวว่าจะสามารถรับมือได้ดี
“เจ้านายคะคุณเคนชิโรจะเดินทางมาเป็นผู้อำนวยการบริหารโรงแรมซากุระ เคน อินน์ ที่เมืองไทย เขาเชิญพวกเราไปร่วมงานเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งวันจันทร์นี้ค่ะ” วดีหันไปรายงานเจ้านายที่เอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งเหมือนไม่พอใจตลอดเวลา
“บอกว่าไม่ได้ ก็ไม่ได้สิ เธอเป็นคนของฉันจะแรดไปกับคนอื่นทำไม”
คำพูดของปราการงับปากวดี และปิดฉากการสนทนาของทุกฝ่ายลง บรรยากาศตึงเครียดเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมภายในห้อง วดีเสียศูนย์ไปเล็กน้อย เคนชิโรนั้นได้แต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เข้าใจในสถานการณ์ระหว่างทั้งสอง รวมถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา
“ไม่ทราบว่าคุณเป็นผู้ปกครองของมินาโกะหรือครับ เป็นพี่ชาย หรือเป็นคุณลุงครับ?
เคนชิโรเอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวังด้วยสำเนียงภาษาไทยไม่ชัดนัก ทำเอาวดีได้แต่กลั้นหัวเราะในคำพูดนั้น แต่ปราการแทบกระอักเลือดหันขวับไปจ้องสาวใช้สารพัดนึกของเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“หัวเราะอะไรมิทราบยัยบ๊อง?
“ก็คุณเคนชิโรเขาเฮ้ย! เจ้านายอย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิคะเดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดคิดว่าเจ้านายอายุห้าสิบกันพอดี ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว มาร้องเพลงคลายเครียดกันดีกว่าค่ะ มาสิคะนั่งก่อน เชิญคุณเคนชิโรด้วยค่ะ”
วดีดึงแขนปราการให้นั่งลงบนโซฟา แล้วกวักมือเรียกให้เคนชิโรที่ยืนวางตัวไม่ถูกให้นั่งลงตาม
“แล้วพวกพี่ๆ ก็นั่งด้วยสิคะ ยืนนานเดี๋ยวเมื่อยเอานะ” จากนั้นวดีก็หันไปร้องบอกหนุ่มๆ ร่างบึ้กผู้ตามมาคอยอารักขาเคนชิโรให้นั่งด้วยเช่นกัน แต่ดูเหมือนพวกเขาเหล่านั้นจะไม่เข้าใจภาษาไทย ต่างก็หันมองหน้ากันไปมา จนผู้เป็นเจ้านายต้องร้องสั่งเป็นภาษาญี่ปุ่นให้นั่ง ชายฉกรรจ์ทั้งหกจึงทำตาม
พอควบคุมหนุ่มๆ ได้เรียบร้อย วดีจึงโทร.เรียกเหล่าเพื่อนสาวนั่งดริ๊งก์ที่ว่างอยู่ข้างนอกเข้ามาเอนเตอร์เทนลูกค้าช่วยอีกแรง เพราะคิดว่าลำพังเธอคนเดียวคงรับมือไม่ไหวแน่ แค่เจ้านายจอมเอาแต่ใจคนเดียวก็ทำเอาวดีปวดหัวแทบแย่
“เรียกมาทำไมเยอะแยะ แม่พวกนี้ท่าทางไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย” ปราการเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจต่อหน้าสาวนั่งดริ๊งก์สี่รายที่เพิ่งเข้ามาเสริม ทำเอาทุกคนได้แต่อ้าปากหวอ หันไปซุบซิบกันเบาๆ
“อีตาประธานคนนี้แหละที่เขาลือว่าปากกรรไกร ระวังไว้นะพวกเรา”
เสียงแพรวพราวแม้จะเบามาก แต่ก็ไม่รอดพ้นจากหูทิพย์ของปราการไปได้
“ว่าใครปากกรรไกรมิทราบครับ?
แพรวพราวกับเหล่าสาวนั่งดริ๊งก์อีกสามคนถึงกับสะดุ้งโหยง ทำตัวเล็กลีบไปตามๆ กัน วดีเห็นท่าไม่ดีจึงพูดหันเหความสนใจของทุกคนมาที่เธอ
เอาล่ะคะ ทุกคนมาสนุกกันดีกว่า พี่พราวคะรบกวนช่วยดูแลพวกพี่ๆ ด้วยนะคะ ก่อนที่พวกเราจะเล่นเกมทดสอบตบะกัน ก่อนอื่นเรามาร้องเพลงเพื่อละลายพฤติกรรมกันดีกว่านะ เริ่มจากใครดีน๊าที่จะเป็นคนร้องคนแรก…”
วดีสวมวิญญาณสาวนั่งดริ๊งก์จนทุกคนเริ่มคล้อยตาม แม้แต่ปราการยังพลอยตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้เมื่อหล่อนพูดถึงเกมทดสอบตบะ ทำให้เขานึกถึงวันแรกที่โดนหล่อนจู่โจมจูบแก้มนั้น ก็ยิ่งขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
คุณพี่ปราการคะ…”
เมื่อใครเข้ามาอยู่ภายในห้องทดสอบตบะแห่งนี้ ทุกคนก็เสมือนลูกค้าของลีลาที่หล่อนต้องคอยดูแลให้ความบันเทิงเท่าเทียมกัน ไม่เว้นแม้แต่ปราการซึ่งเป็นเจ้านายหล่อน
อะไร ผีเข้าสิงรึไงยัยบ๊อง?”
ปราการจ้องหน้าวดีภาคกลางคืน ซึ่งตอนนี้คือ ลีลา ด้วยความรู้สึกราวกับว่าหล่อนไม่ใช่วดีที่เขารู้จักอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นผู้หญิงอีกคนที่กร้านโลก และกำลังหลอกล่อเหล่าผีเสื้อผู้ชายทั้งหลายให้หลงเข้ามาติดกับ
หนูชื่อลีลาค่ะคุณพี่ ไม่ใช่ยัยบ๊องนะคะ แล้วนี่คุณพี่จะนั่งเฉยๆ เหมือนเมื่อวันก่อนไม่ได้แล้วนะคะ เพราะวันนี้พวกเราทั้งหมดกำลังจะระเบิดความมันส์ให้เต็มเหวี่ยงด้วยการลุกขึ้นเต้นกัน…”
ห๊ะ! เจ้านายไอคิวสูงสามร้อยได้แต่อ้าปากค้าง เพราะด้านการเต้น หรือการร้องเพลงนั้นไม่มีบันทึกไว้ในสมองหยักไหนของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าพร้อมแล้ว พี่พราวเพลงมาโลด…”
วดีร้องบอกแพรวพราวที่เตรียมพร้อมเปิดเพลงคาราโอเกะ พอเพลงลูกทุ่งจังหวะเร้าใจระเบิดดัง ทุกคนต่างยืนขึ้นเริ่มโยกตัวเต้นไปตามเสียงเพลง มีเพียงก็แค่ปราการเท่านั้นที่นั่งมองคนอื่นๆ เหมือนหลงเข้ามาในโลกแปลกหน้าไม่คุ้นเคย วดีหันไปดึงแขนเจ้านายหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน กระซิบบอกเขาข้างหู
เต้นสิคะคุณพี่ ถ้าเต้นเดี๋ยวลีจะให้รางวัลหลังเพลงจบคำพูดของลีลาสาวยั่วสวาทกระตุกหัวใจชายหนุ่มปากกรรไกรเต้นโครมคราม
รางวัลอะไรกันน่ะ?” ขาของปราการเริ่มขยับตามคนอื่นๆ บ้างเล็กน้อย
แล้วคุณพี่อยากได้อะไรล่ะคะ?”
ลีลากระซิบถาม น้ำเสียงยั่วเย้า
อยากได้คุณน้องปราการว่าอย่างที่ใจคิด ลีลานิ่งชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะรับมุกให้เขาอย่างขันๆ
คุณน้องไม่รับออฟนะคะ เอนเตอร์เทนแค่ในห้องนี้จบก็กลับบ้านค่ะ ไม่ไปต่อกับลูกค้า
อย่างงั้นรึ ทำไมล่ะ?” ปราการยังแกล้งถามยียวน อยากปั่นหัวแม่สาวนั่งดริ๊งก์เล่นดูสักตั้ง
ก็ไม่ทำไมหรอกค่า เพราะลีลามีกฎของลีลา
ลีลายังฝืนทนไปเรื่อยๆ จู่ๆ เคนชิโรก็เข้ามาโค้งคำนับลีลา ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง
เต้นกับผมไหมครับมินาโกะ?”
เขากล่าว พลางยื่นมือให้ลีลาจับ ปราการหันขวับไปจ้องหนุ่มแดนซากุระตาเขม็ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองดูลีลาเต้นคู่กับเคนชิโรอย่างเข้าขากันราวกับคู่รัก ยิ่งเห็นลูกน้องสาวหัวเราะและยิ้มให้กับอีกฝ่าย ปราการก็ยิ่งนึกหมั่นไส้และไม่พอใจที่เห็นทั้งคู่ดูมีความสุขราวกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่พวกเขาอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
เมื่อความหลงและอารมณ์หึงหวงเข้าครอบงำ ตอนนั้นปราการทำได้ทุกอย่าง ชายหนุ่มเดินดุ่มๆ เข้าไปดึงแขนลีลามาจากเคนชิโรอย่างอุกอาจ ทำเอาทุกคนที่อยู่ภายในห้องหันมองทั้งสามเป็นตาเดียว
เคนชิโรออกอาการไม่พอใจนิดๆ ที่ปราการแสดงกิริยาไม่สุภาพแบบนั้น ลีลาจ้องมองปราการที่มองมาด้วยแววตาดุดันเหมือนไม่พอใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่าที่เขาเสียมารยาท ปราการก็ประเคนจูบลีลาต่อหน้าต่อตาทุกคนที่อยู่ภายในห้องอย่างเผ็ดร้อน เหล่าสาวๆ ต่างพากันร้องวี้ดว๊ายขึ้นพร้อมกัน ทั้งอิจฉาและตกตะลึงในการกระทำของปราการ
ส่วนเคนชิโรนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดูเหมือนจะช็อกอยู่ชั่วขณะ ไม่เคยนึกมาก่อนว่าผู้หญิงที่เขาแอบหมายปองจะมีผู้ชายอีกคนสนใจเช่นกัน
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือฟาดเข้าที่ใบหน้าปราการอย่างแรง ยิ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเพื่อนๆ ของลีลา เพราะปกติแล้วลีลาไม่เคยกระทำการรุนแรงแบบนี้กับลูกค้า แม้จะถูกลวนลามบ้างในบางโอกาส แต่หล่อนก็มักจะมีวิธีทำให้ลูกค้าสยบได้ด้วยวิธีบัวไม่ให้ชํ้า นํ้าไม่ให้ขุ่น
มากเกินไปแล้วค่ะคุณพี่ ที่ตบเมื่อกี้ถือว่าหายกันนะคะลีลากล่าว พลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้แก้มปราการอย่างควบคุมอารมณ์
ลีลาจะโกรธไม่ได้นะวดีบอกอีกภาคของตัวเอง อดทนสิ เพราะเส้นทางนี้เธอเป็นคนเลือกเอง
อดทนต่อไปสิวดีกระซิบบอกลีลาที่กำลังอ่อนแอลง ปราการจ้องมองลีลาในร่างวดีด้วยหัวใจสับสน เขารู้สึกเจ็บแปลบปลาบไปทั้งหัวใจเมื่อมองเห็นแววตาเฉยชาคู่นั้น
วดีอยู่ไหนกันนะ เด็กสาวที่เคยเชื่อฟังเขา และน่าทะนุถนอมคนนั้น
เธอเป็นใครกันแน่?”
ปราการเอ่ยถามอย่างคนที่กำลังสูญเสียและผิดหวัง ลีลากลับคืนมาเข้มแข็งขึ้น จ้องมองเขาอย่างนางมารน้อย
ถามอะไรเช่นนั้นล่ะคะคุณพี่
เธอไม่ใช่เด็กคนนั้น คนที่ฉันรู้จักเมื่อตอนกลางวัน
ปราการกล่าว ก่อนจะล้วงเอากระเป๋าสตังค์ออกมา แล้วหยิบธนบัตรทั้งหมดที่มีอยู่ในนั้นโยนใส่หน้าลีลา จนธนบัตรปลิวว่อนในอากาศ กลิ่นเหม็นสาบของเงินโชยคละคลุ้งไปทั่วห้อง เหล่าสาวๆ นั่งดริ๊งก์ต่างหลงสูดอัดมันเข้าไปด้วยท่าทางหลงใหล ยกเว้นเพียงลีลาที่กำลังหลั่งน้ำตาให้กับมัน
จากนั้นปราการก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจไยดี ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งงันราวถูกสาป ทุกอย่างปิดฉากลงอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครกล้าปริปากพูดคุย
วดีได้สติวิ่งตามเจ้านายหล่อนออกไปที่ลานจอดรถ ปราการกำลังเคลื่อนรถออกจากร้านด้วยดวงใจเจ็บปร่า วดีร้องเรียกเขาด้วยหัวใจเจ็บปวดไม่แตกต่างกัน
เจ้านายคะ…”
ชายหนุ่มไม่ได้หันไปแยแสกับเสียงเรียกนั้น เวลานั้นทั้งเจ็บปวดระคนอับอาย ไม่นึกว่าเขาจะบ้าถึงเพียงนี้ หลงสาวนั่งดริ๊งก์จนหัวปักหัวปำ สุดท้ายก็ถูกหล่อนย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างไม่มีชิ้นดี
ถนนยามราตรีสายนั้นมองดูทอดยาวสุดลูกหูลูกตา วดีในคราบของลีลาได้แต่ยืนมองไฟท้ายรถของปราการวิ่งหายลับไปด้วยหัวใจสั่นกลัว
เขาจากไปแล้วเจ้านายของหล่อน ผู้ชายปากร้ายที่ค่อยๆ เหยียบย่างเข้ามาในหัวใจของผู้หญิงสองบุคลิกทั้งลีลาและวดีโดยไม่รู้สึกตัว

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง (ตอนที่ 7, 2/2)



ตอนที่  7, 2/2


         “คุณแม่หิวไหมครับ นี่ก็เกือบหกโมงแล้ว เดี๋ยวผมจะพาคุณแม่ไปทานอาหารร้านโปรดที่คุณแม่เคยไป วดีไปด้วยกันนะ”
         กล่าวกับมารดาเสร็จ ปราการก็หันไปถามวดีที่เอาแต่นั่งทื่อเหมือนโดนปราการแย่งบทไปเล่นจนหมด บทของหล่อนจึงมีเพียงแต่พยักหน้าคล้อยตามเขาอย่างเดียว
        “ดีมาก วันนี้วันดี ไหนๆ พวกเราก็มาอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันดีกว่า”
       ปราการพูดเองเออเองเสร็จสรรพ หญิงสองวัยได้แต่ทำหน้างงๆ

***********

       “เจ้านายจะสองทุ่มแล้ว วดีต้องขอตัวไปทำงานแล้วนะคะ”
        วดีกระซิบกระซาบกับปราการระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารที่ภัตตาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง
        “มีอะไร ซุบซิบอะไรกัน?”
         คุณหญิงประณีตอดตั้งคำถามด้วยความสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นว่าที่ลูกสะใภ้มีท่าทางหลุกหลิก
        “ปะ เปล่าครับคุณแม่ พอดีวดีอยากไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวผมจะไปเป็นเพื่อนเธอสักหน่อย คุณแม่ก็นั่งทานอาหารไปพลางๆ ก่อนนะครับเดี๋ยวพวกเรากลับมา”
         ปราการโกหกมารดา จากนั้นก็ฉุดมือวดีให้ลุกเดินตามไปด้านนอกด้วยกัน
        “นับวันฉันจะกลายเป็นคนตอแหลเหมือนเธอเข้าไปทุกที ทั้งหมดนี้ก็เพราะเธอยัยบ๊อง”
         ปราการต่อว่าวดีทันทีที่ออกมายืนคุยกันด้านนอกภัตตาคาร วดีได้แต่ทำหน้างง นึกไม่ออกว่าเคยทำตอแหลเมื่อไหร่ เพราะที่ผ่านๆ มาก็มีแต่ปราการตอแหลอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งพยายามจะโน้มน้าวให้หล่อนแสดงละครตบตามารดาของเขาบ้างล่ะ และยังแต๊ะอั๋งหล่อนสารพัด ทำให้วดีรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่างานนี้ใครกันแน่ที่ตอแหลขั้นเทพ
        “วดีเปล่านี่คะ ตลอดเวลาก็มีแต่เจ้านายแสดงอยู่คนเดียว งั้นเอาเป็นว่าวดีไม่รับเงินค่าจ้างวันนี้ก็แล้วกัน สองทุ่มกว่าแล้ววดีต้องไปทำงานแล้วค่ะ”
       “เธอจะบ้ารึไง จะทิ้งฉันไปแบบนี้รึ แล้วถ้าเกิดแม่ฉันถามขึ้นมาจะตอบยังไง แผนฉันก็แตกหมดน่ะสิ มีสมองซะเปล่าหัดคิดแบบมีชั้นเชิงซะบ้าง จะได้ฉลาดแบบฉันยัยบ๊อง”
        ปราการใช้นิ้วจิ้มเข้าที่หน้าผากวดีจนหน้าหงายไปด้านหลังเล็กน้อย
        “หมดหน้าที่วดีแล้วนี่คะ เจ้านายก็กินข้าวกับคุณแม่ของเจ้านายไปสิ จะมารั้งวดีไว้ทำไม เดี๋ยววดีจะเข้าไปลาคุณแม่คุณแล้วค่อยไปทำงาน ส่วนเรื่องเงินค่าจ้างวดีไม่รับก็ได้”
         พูดจบวดีก็สะบัดตูดเดินเข้าไปด้านในทันที ปราการได้แต่ยืนเกาหัวแควกๆ หงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
         “คุณแม่คะวดีต้องขอโทษด้วยค่ะ บังเอิญว่ามีโทรศัพท์เข้ามา วดีมีงานด่วนต้องกลับไปสะสาง ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ”
         วดีกล่าวอย่างนอบน้อมและรู้สึกผิด คุณหญิงได้แต่ทำหน้างง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างบุตรชายกับว่าที่ลูกสะใภ้ ยังไม่ได้ทำความรู้จักกันดีเท่าไหร่หล่อนก็จะจากไปเสียแล้ว
        “หนูไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่านี่ หรือถูกลูกชายฉันว่าอะไรมาถึงได้รีบกลับแบบนี้”
         “ปะ เปล่าค่ะ วดีมีธุระด่วนต้องรีบกลับไปทำจริงๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณแม่และพี่เขาเลยค่ะ จริงไหมคะพี่?” วดีหันไปทางปราการที่เดินเข้ามาโอบกอดไหล่วดี พร้อมกับบีบเบาๆ
         “จริงครับคุณแม่ พอดีวดีมีงานด่วนเข้ามาต้องรีบกลับไป เอาไว้วันหลังผมจะพาวดีไปเยี่ยมคุณแม่ที่บ้านนะครับ” ปราการว่า คุณหญิงได้แต่พยักหน้าเข้าใจ
          “น่าเสียดาย แม่ยังไม่ได้ถามไถ่เรื่องของหนูเลย เอ้า เอาไว้สัปดาห์หน้าจะมีงานปาร์ตี้เลี้ยงฉลองการเข้ารับตำแหน่งของปราการ วดีก็ต้องมาด้วยนะหนู” คุณหญิงประณีตกล่าวเชิญวดีไปด้วยในตัว หญิงสาวหันไปมองเจ้านายที่กำลังจ้องมองมาด้วยแววตาเป็นประกาย
         “ต้องมาอยู่แล้วล่ะครับ ก็วดีเป็นแฟนผมทั้งคน แล้วคุณแม่จะกลับเลยไหมล่ะครับ ผมจะได้โทร.เรียกให้คนขับรถมารอรับที่หน้าภัตตาคารเลย เพราะผมต้องไปส่งวดีต่อ”
         ปราการเอ่ยถามมารดา ซึ่งเวลานั้นนางก็เตรียมตัวลุกพอดี
        “ไปสิ แม่จะอยู่ทำไมที่นี่คนเดียวล่ะในเมื่อพวกลูกก็กลับกันหมดแบบนี้”
         คุณหญิงกล่าว ทำให้วดีรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก พอเดินไปส่งคุณหญิงประณีตที่รถหน้าภัตตาคาร เรียบร้อย วดีจึงหันมาบอกลาเจ้านายหล่อนแบบรีบๆ เพราะเวลานั้นก็จวนจะสามทุ่มเข้าไปแล้ว
         “วดีต้องรีบไปแล้วค่ะเจ้านาย กลับบ้านดีๆ นะคะ”
         “ฉันจะไปส่ง ไปขึ้นรถสิ”
         ปราการกล่าว วดีจ้องมองเจ้านายเหมือนไม่ไว้ใจ
        “ทำไม กลัวฉันจะไปป่วนร้านเธอเหมือนวันแรกหรือไง?”
        “เอ่อ…” วดีเริ่มลังเล ปราการฉุดแขนหล่อนให้เดินตามไปที่รถด้วยกันโดยไม่รอฟังคำตอบ
        “ต่อไปนี้ฉันจะเป็นพ่อทูนหัวให้เธอเอง รอรับฟังคำสั่งของพ่อทูนหัวคนนี้ให้ดีๆ ก็แล้วกันนะเด็กน้อย”
          คำพูดของเจ้านายจอมเผด็จการชกปากวดีแทบล้มทั้งยืน ทั้งมึนตึ้บและสงสัยอย่างหนักทำไมเจ้านายจึงชอบมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของหล่อนเสียนักน๊า…ชะรอยโจทย์ข้อนี้หล่อนคงจะแก้ยากเป็นแน่แท้งานนี้…

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, (ตอนที่ 7 1/2)

   

             

ตอนที่ 7 1/2


               
                “ปราการทางนี้ลูก”
               เสียงเรียกดังมาจากร้านกาแฟใกล้ล็อบบี้ของโรงแรม ปราการถอนหายใจเบาๆ เมื่อมองไปเห็นมารดากำลังนั่งอยู่กับหญิงสาวนางหนึ่ง นัยว่าเป็นบุตรสาวคนเดียวของนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมที่กำลังขยายสาขาไปต่างประเทศ มารดาจึงหมายมั่นปั้นมือต้องการให้เขาแต่งงานกับตระกูลของหล่อน เพราะเห็นว่าทำธุรกิจโรงแรมเหมือนกัน
              “เจ้านายคะ…”
             วดีรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีเมื่อมองเห็นมารดาของปราการ
             “บอกแล้วไงห้ามเรียกเจ้านาย เริ่มแสดงตามบทของเธอเร็วสิ” ปราการหันไปกระซิบกระซาบกับวดีที่เอาแต่เดินหลบอยู่ด้านหลังเขา
            “ตอนนี้เลยหรือคะ?”
            “ใช่สิ ถ้าไม่ตอนนี้ แล้วเธอจะเริ่มพรุ่งนี้รึไง นึกว่ามีสมองมากกว่านี้เสียอีก”
             เจ้านายหล่อนกล่าวแดกดันเบาๆ ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก เมื่อไม่เห็นวดีลงมือเสียที ปราการจึงคว้ามือหล่อนมากุมไว้หมับ วดีสะดุ้งเล็กน้อย จ้องมองเจ้านายหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เขาประสานฝ่ามือเข้ากับฝ่ามือของหล่อนแนบแน่น
            “ที่รัก พร้อมรึยัง?”
             ปราการหันมาขยิบตาให้แฟนสาวกำมะลอ ขณะที่วดีได้แต่ทำหน้าเจื่อน พยักหน้าหงึกๆ นึกทึ่งในตัวเจ้านายที่แสดงบทบาทได้ดีเสียยิ่งกว่าสาวนั่งดริ๊งก์อย่างหล่อนเสียอีก
            “สวัสดีครับแม่ ขอโทษด้วยที่ให้รอนาน พอดีผมแวะไปรับแฟนมาด้วยระหว่างทางเลยเดินทางมาช้าหน่อย วดีนี่คุณแม่ของพี่ไหว้ท่านเสียสิ นี่วดีว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ในอนาคตไงครับ”
             ปราการกล่าวทักทาย พร้อมกับพังทลายฝันหวานของมารดาลงในเวลาเดียวกัน
             คุณหญิงประณีตได้แต่อ้าปากค้างเมื่อบุตรชายแนะนำวดีให้รู้จักในฐานแฟนสาว ไม่แตกต่างจากสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ
            “อะ…อะไรนะ เมื่อกี้ลูกว่าไงนะ?”
            คุณหญิงประณีตกะพริบตาปริบๆ หันมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ บุตรชายด้วยไม่เชื่อหูตัวเอง
             “สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูชื่อวดีค่ะ”
            วดีเริ่มแสดงบทละครบ้าง ด้วยการกล่าวแนะนำตัวเองและยกมือไหว้สวัสดีผู้เป็นมารดาของปราการ คุณหญิงประณีตทำหน้าเหวี่ยงใส่วดี พร้อมกับกล่าวเสียงกระแทกแดกดันเหมือนเจ้านายหล่อนไม่มีผิดเพี้ยน
            “เอากองไว้ตรงนั้นแหละ โอย…ฉันอยากจะเป็นลม ลูกฉันไปคว้าเอาผู้หญิงจากที่ไหนมาเป็นแฟนกันล่ะเนี่ย”
             คุณหญิงยกมือกุมขมับ ปวดหัวจี๊ดๆ เหมือนจะเป็นลมขึ้นมาทันที ส่วนสาวสวยที่นั่งข้างๆ ก็ได้แต่ทำท่ากระฟัดกระเฟียดเหมือนไม่พอใจ รู้สึกเสียหน้าอย่างแรง จนต้องลุกวิ่งหนีไปอย่างเร็ว แม้คุณหญิงประณีตจะร้องเรียกไว้ แต่หญิงสาวผู้นั้นก็ไม่ยอมหันกลับมามอง เพราะทนอับอายขายหน้าไม่ไหว
            “ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ ถ้ามีแฟนอยู่แล้วทำไมไม่บอกกล่าวแม่บ้าง ปล่อยให้แม่นัดผู้หญิงมาดูตัวเก้อ แล้วทีนี้ครอบครัวฝ่ายหญิงเขาจะมองแม่ยังไงกันล่ะทีนี้ ตระกูลเราต้องเสื่อมเสียก็เพราะการกระทำไม่คิดของลูกนี่แหละ”
             คุณหญิงประณีตต่อว่าบุตรชายคนโตเสียยกใหญ่ที่เขาไม่เคยปฏิบัติตามคำสั่งของนางแม้เพียงสักครั้งเดียว
            “เฮ้อ! “
             นึกแล้วก็โมโหตัวเองที่นางเลี้ยงเขาแบบตามใจมากเกินไปตั้งแต่เด็กจึงทำให้ปราการกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมาตลอด แถมยังปากร้าย ลอกเลียนแบบนางมาทุกกระเบียดนิ้ว
            “จะเสื่อมเสียอะไรกันนักหนาครับคุณหญิง ผมไม่ได้ไปฆ่าแกงใครสักหน่อย ก็แค่พาเมียมาแนะนำให้รู้จัก ดีเสียอีกฝ่ายโน้นเขาจะได้รู้ และไม่ต้องหวังลมๆ แล้งๆ อีก”
             ปราการกล่าว พลางนั่งลงตรงข้ามมารดา แล้วหันไปดึงแขน “เมีย” ให้นั่งลงข้างๆ พร้อมกับโอบกอดไหล่วดีเสียแน่นหนึบ
             วดีได้แต่ทำหน้าเอ๋อ จ้องมองเจ้านายสลับกับมารดาของเขาต่อปากต่อคำกันไปมา

             “แล้วนี่เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาจากตระกูลไหน เรียนจบอะไร แล้วตอนนี้ทำงานรึยัง ฉันมองยังไงลูกกับหล่อนก็ไม่เห็นจะคู่ควรกันสักนิด ดูๆ ไปยังกะพ่อกับลูก”
              น้ำสียงคุณหญิงประณีตเหมือนจะตำหนิบุตรชายของนางเสียมากกว่าตำหนิฝ่ายหญิง
             “คุณแม่ก็พูดเข้าไปนั่น ผมเพิ่งย่าง 34 จะเป็นพ่อวดีได้ยังไงกันล่ะครับ จริงไหมที่รัก?”
               ปราการหันไปถามวดีที่เอาแต่นั่งยิ้มแหย เวลานั้นนึกอยากถอนตัวออกจากบทเมียของปราการขึ้นมาทันที เพราะเจ้านายหล่อนเล่นบทโอบกอดไม่ยอมปล่อย จนวดีต้องแกล้งบอกเสียงเบา
           “โอ๊ย! ร้อนจังเลยนะคะที่นี่”
             วดีแกล้งร้องขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของสองแม่ลูก พลางขยับตัวออกห่างจากเจ้านายที่เอาแต่แต๊ะอั๋งไม่เลิก
            “อ้าว! เธอก็ขี้ร้อนเหมือนฉันรึเนี่ย ฉันคิดว่ามีฉันคนเดียวที่ร้อน โรงแรมเราแอร์เสียหรือเปล่าลูก ทำไมมันถึงร้อนแบบนี้ล่ะ?”
             คุณหญิงประณีตถาม ปราการนั่งมองผู้หญิงสองวัยพัดโบกสะบัดมือไปมาแล้วก็นึกขัน
            “แม่น่ะเป็นวัยทอง ผมพอจะเข้าใจ แต่วดีเธออายุยังไม่เยอะทำไมถึงรีบเป็นวัยทองเหมือนแม่ของพี่เสียแล้วล่ะ?”
             ปราการพูดตามที่คิด ทำเอาผู้เป็นมารดากับวดีหันขวับไปมองชายหนุ่มปากกรรไกรด้วยความรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก
           “ฉันไม่น่าคลอดแกออกมาเล้ย ปากแกนี่ถ้าไม่พูดแดกดันคนอื่นสักวัน ฉันจะไปรำถวายที่ศาลพระพรหมเจ็ดวันเจ็ดคืนให้เลยเอ้า” มารดาของเขากล่าว พร้อมกับทำหน้าเหวี่ยงใส่เข้าให้
           “โถๆ คุณหญิงแม่ครับ พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะคนที่เลี้ยงดูและสอนผมก็คือคุณหญิงนะครับ ผมเป็นแบบนี้ไม่ดีหรือไงครับ ผู้ชายปากกับใจตรงกันหายากจะตาย หรือจะให้ผมเป็นผู้ชายประเภทพูดต่อหน้าอีกอย่าง ลับหลังทำอีกอย่างเหมือนคุณป๊ะป๋า…”
           ปราการหลุดคำว่าป๊ะป๋าออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าคุณหญิงประณีตเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดในทันที
            พอรู้ตัวว่าทำพลาด ชายหนุ่มรีบลุกเดินเข้าไปหามารดาที่เอาแต่นั่งตีหน้าเศร้า นึกน้อยใจที่ตัวเองด้อยวาสนาในด้านคู่ครอง เพราะครั้งเมื่อสามียังมีชีวิตอยู่เขาแอบไปมีภรรยาน้อยไปทั่ว แถมยังโกหกนางด้วยคำพูดหวานๆ ตลอดเวลา พอสิ้นสามีจึงรู้ภายหลังว่าสามีมีเมียเก็บหลายสิบคน จนนางต้องใช้เงินปิดปากบรรดาเมียเก็บเหล่านั้นให้เก็บเป็นความลับเพื่อไม่ให้ลูกๆ รู้ความจริง ยกเว้นก็แต่ปราการที่ล่วงรู้เพราะเขาฉลาดและอ่านเกมขาด ไม่มีเรื่องอะไรที่ปิดบังเขาได้เลย
            เพราะสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องมาจากสามีไม่ซื่อสัตย์ต่อนาง คุณหญิงประณีตจึงพยายามสั่งสอนบุตรชายคนโตไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างบิดาตั้งแต่เด็ก แต่ดูเหมือนว่านางจะสอนเขาเข้มงวดมากเกินไปในเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น นิสัยของปราการจึงค่อนข้างตรงเป็นไม้บรรทัดแบบนี้

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง (ตอนที่ 6)



ตอนที่ 6

        “เป็นเพราะเธอที่ทำให้ฉันไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน”
          ปราการต่อว่าวดีเมื่อกลับถึงบ้าน
         “แล้วทำไมเจ้านายไม่นอนที่บ้านคะ จะถ่อสังขารไปตามหาวดีทำไมที่โรงพยาบาล ถึงยังไงวดีก็ไม่หนีไปไหนหรอก ก็ต้องกลับมาทำงานรับใช้คุณทุกวันอยู่ดี”           วดีบ่นพึมพำ ไม่เข้าใจวิธีคิดของเจ้านายเอาเสียเลย
        “แล้วตกลง เจ้านายรู้ได้ยังไงว่าวดีอยู่ที่โรงพยาบาลคะ?
        “GPS บนมือถือไง ฉันฉลาดไหมล่ะ?
         ปราการชูมือถือ พร้อมกับเชิดหน้าชูคอราวจะอวดสาวใช้ว่าเขาฉลาดเสียเต็มประดา ก่อนจะเดินไปที่โซฟา ทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวด้วยท่าทางสบายอารมณ์
        “คร้า เจ้านายฉลาดสุดๆ แล้ววันนี้ตกลงที่นัดไปดูตัวจะไปดูที่ไหนล่ะคะ ไปกี่โมง?” วดีถาม เจ้านายหนุ่มกวักมือเรียกหล่อนเข้าไปหาที่โซฟา
        “มีอะไรหรือคะ?” วดียืนมองเจ้านายนอนยิ้ม จ้องมองมาที่หล่อนอย่างมีเลศนัย
        “นี่จะบอกให้ เธออยากหารายได้พิเศษเพิ่มอีกไหม?
        “งานแบบไหนคะ?” วดีถามด้วยความสนใจ
         “เล่นละคร” ปราการกล่าวสั้นๆ วดีทำหน้างง คาดเดาความหมายของเขาไม่ออกว่าหมายถึงอะไร
         “หน้าตาอย่างวดี ถ้าเป็นตัวประกอบ หรือคนรับใช้ก็น่าจะได้อยู่ แต่ถ้าเป็นนางเอกกลัวเขาจะไม่รับน่ะสิคะ” วดีมโนไปอีกอย่าง ปราการได้ยินถึงกับหัวเราะก๊าก
          “ยัยบ๊อง ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ฉันจะจ้างให้เธอเล่นเป็นตัวละครตามแต่ฉันจะสั่งให้เป็นน่ะ ถ้าสั่งให้เป็นคนใช้เธอก็ห้ามปฏิเสธ เป็นเลขาก็ต้องแสดงอย่างเนียน แม้แต่เป็นแฟนในบางโอกาสเธอต้องเล่นให้สมบทบาท ถ้าเธอแสดงได้ดีฉันจะจ่ายสองหมื่นทุกครั้งที่ฉันบอกให้แสดง แบบนี้เธอสนใจไหม?
          ปราการยื่นข้อเสนอ หญิงสาวได้แต่ทำหน้าเอ๋ออยู่สักพัก คิดไม่ถึงว่าแต่ละวันเจ้านายหล่อนจะสรรหาข้อเสนอแปลกๆ มาหยิบยื่นให้ ไม่เคยซ้ำซาก เมื่อนึกถึงเงินก้อนโตที่จะได้รับจากเขาเพื่อส่งไปเป็นค่ารักษาแม่ที่ต่างจังหวัด วดีคิดว่าไม่เสียหายอะไร ดีกว่างานนั่งดริ๊งก์ที่ต้องให้ลูกค้าแต๊ะอั๋งเป็นไหนๆ
         “ว่าไงล่ะ?” ปราการย้ำถามอย่างเร่งเร้าเอาคำตอบ
          “อ่าก็น่าสนค่ะ ว่าแต่เจ้านายจะจ่ายจริงๆ ตามที่บอกแน่หรือคะ?
          “เอ๊ะ! ฉันเป็นเพื่อนเล่นเธอหรือไง บอกจะจ่ายก็ต้องจ่ายสิ” น้ำเสียงเขาจริงจัง
          “งั้นก็ตกลงค่ะเจ้านาย แล้วต้องให้วดีทำอะไรบ้างคะ?
          “ก่อนอื่นมานั่งนี่ก่อน”
          ปราการลุกนั่ง แล้วบอกให้วดีมานั่งข้างๆ หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
          “มาสิ ให้ไว” เขาสั่ง พร้อมกับตบมือบนโซฟาข้างๆ วดีเดินเข้าไปนั่งตามคำสั่งปราการอย่างว่าง่าย
          “แล้วยังไงต่อคะ?” วดีถามประสาซื่อ เจ้านายเจ้าเล่ห์โน้มตัวไปจุ๊บแก้มหล่อนอย่างเร็ว ก่อนจะล้มตัวลงหนุนบนตักเด็กสาวหน้าตาเฉย วดีได้แต่กลอกตาดำไปมาด้วยความมึนงง ก้มมองเจ้านายจิ้งจอกบนตัก พร้อมกับตะคอกใส่เสียงดัง
          “เจ้านายทำอะไรคะ วดีไม่ใช่หมอนนะคะที่จะมาหนุนแบบนี้?
          “อยากได้สองหมื่นไหมล่ะเล่นเป็นหมอนให้ฉันสักชั่วโมงหน่อยสิ ขอฉันหลับสักงีบบนตักเธอหน่อยนะ”
         “
***********

          “โอ้โฮ! นี่หรือคะโรงแรมเอ็ม พลาเลซ ของเจ้านายที่ร่ำลือ มันช่างใหญ่อลังการและหรูหราอะไรเช่นนี้”
          วดีกลายเป็นเหมือนเด็กบ้านนอกเข้ากรุงไปทันทีเมื่อก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในโรงแรมหรูระดับห้าดาวของปราการ พอสังเกตการแต่งกายของผู้คนล้วนแต่แต่งกันอย่างเต็มยศ ใส่สูท ผูกเทคไทราวกับนักธุรกิจ ปราการเองก็ไม่แตกต่างกัน เวลาที่เขาสวมใส่สูทครบเครื่องมองดูแตกต่างจากตอนสวมใส่ชุดลำลองราวกับคนละคน
         “ยัยบ๊องเดินให้มันดีๆ หน่อยสิ อย่าทำตัวล่อกแล่ก แล้วชุดเธอทำไมมันโบราณนักล่ะ ไปขุดเอามาจากไหนมาใส่?
          ปราการเพิ่งจะสังเกตเห็นความแตกต่างชัดๆ ของเครื่องแต่งกายวดีก็ตอนที่เดินเข้ามาในโรงแรมนี่เอง ชุดของวดีที่สวมใส่มองเหมือนเสื้อผ้าโหลตามท้องตลาดไปถนัดตาเมื่อเปรียบเทียบกับชุดของเหล่าไฮโซ
          วดีก้มมองสำรวจชุดกระโปรงยาวกับเสื้อที่เพิ่งซื้อมาจากตลาดนัดตัวละร้อยกว่าบาทแล้วได้แต่ยิ้มแหยกับตัวเอง
          “แล้วเงินที่ฉันจ่ายไปเยอะแยะเอาไปทำอะไร ทำไมไม่รู้จักซื้อเสื้อผ้าดีๆ มาใส่ซะบ้าง” ปราการหันมาจ้องหล่อนอย่างตำหนิ
         “เอ่อก็”
          วดีไม่กล้าบอกว่าส่งกลับบ้านให้มารดารักษาอาการป่วย และบางส่วนเอาให้พี่ชายเป็นค่าใช้จ่ายดูแลความเป็นอยู่ของมารดา แค่เงินห้าหมื่นแรกที่ปราการให้มาแผล็บเดียวก็หมดแล้ว หล่อนจึงดิ้นรนไปทำงานนั่งดริ๊งก์อีก เพื่อเก็บออมไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นกับมารดา
          “ตามฉันมาสิ”
          ปราการคว้ามือวดีให้เดินตามไปที่ลิฟต์ เวลานั้นเหล่าพนักงานต่างก็พากันตื่นเต้นและแปลกใจที่เห็นประธานคนใหม่โผล่มาที่โรงแรมพร้อมกับเด็กสาวกะโปโลอย่างวดี
         “จะพาวดีไปไหนคะเจ้านาย?
         วดีกระซิบถามเมื่ออยู่ในลิฟต์ กำลังจะเลื่อนขึ้นไปชั้นบน
          “ห้องฉัน” ปราการกล่าวห้วนๆ เสียงดัง ทำเอาคนอื่นๆ ที่ติดลิฟต์มาด้วยต่างชำเลืองตามองด้วยความอยากรู้อยากเห็นกันยกใหญ่
          “มองอะไรมิทราบครับ ไม่เคยเห็นแฟนคุยกันหรือไง?” ปราการกล่าวตบหน้าทุกคนที่อยู่ในลิฟต์หงายตึงไปตามๆ กัน
          วดีได้แต่บีบมือเจ้านายหล่อนไว้ไม่ให้เขาพูด พร้อมกับสั่นหน้าไปมา เพราะตอนนั้นหล่อนเริ่มรู้สึกอายจนแทบจะพลิกแผ่นดินหนี
          พอถึงห้องพักของปราการ วดีจึงต่อว่าเขาเบาๆ
          “เจ้านายไม่น่าพูดแบบนั้นเลยนะคะ คนอื่นจะมองวดีเป็นผู้หญิงอย่างว่าไหมเนี่ย”
         “ใครสนกัน”
         “แต่วดีแคร์นี่คะ เข้าโรงแรมกับเจ้านายแบบนี้ แถมกลางวันแสกๆ”
          วดีว่า หน้าหงิกด้วยความไม่พอใจ ปราการเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวประมาณสามนาทีก็กลับออกมาพร้อมเสื้อผ้าผู้หญิงหอบหนึ่ง ก่อนจะโยนให้วดีรับไป
          “อะไรคะ?” หญิงสาวถาม
          “สิบนาทีแปลงโฉมซะ” 
           ปราการสั่งเสียงเข้ม วดีได้แต่ยืนมองดูชุดเดรสหรูหรายี่ห้อดังแพงหูฉี่ที่ปราการให้มาอย่างงงงวย
           “แล้วจะให้วดีเปลี่ยนตรงนี้หรือคะเจ้านาย?
          “เอ๊ะ! เธอนี่มาถามฉันทำไม จะเปลี่ยนตรงไหนก็เรื่องของเธอสิ สมองมีไว้ทำไมคิดเอาเองซะบ้างสิ”
           ปราการด่าเข้าให้ วดีเบะปากใส่เขาเล็กน้อย แล้วทำปากขมุบขมิบกล่าวเลียนแบบเจ้านาย ปราการจ้องเธอตาแทบถลน
          “คร้าๆๆ ไปแล้ว งั้นขออนุญาตเข้าไปเปลี่ยนในห้องแต่งตัวของเจ้านายก็แล้วกันนะ”
           พูดจบวดีก็เผ่นแนบเข้าไปในห้องแต่งตัวทันที ปราการได้แต่มองตามเด็กสาวตาปริบๆ
         “ยัยเด็กนี่นับวันจะคุมยากขึ้นทุกที ทำเอาสมองอันชาญฉลาดของฉันปวดหนึบ” ปราการบ่นอุบอิบ ยืนกอดอกรอวดีด้วยอารมณ์หงุดหงิด
         ไม่ถึงสิบนาที วดีก็กลับออกมาในลุคใหม่ ฝีมือการแต่งหน้าของหล่อนนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในเลาจน์อยู่แล้ว แต่พอยิ่งได้สวมชุดเดรสทันสมัยราคาแพงที่ปราการให้มาก็ยิ่งส่งให้หญิงสาวมองดูสวยสง่าราวกับนางพญา ทำเอาปราการได้แต่ยืนอ้าปากหวอ ตกตะลึงกับโฉมใหม่ของสาวใช้จนพูดไม่ออก ชุดเดรสสั้นสีแดง เปิดไหล่ ทรงเข้ารูปที่วดีสวมใส่มองดูเลอค่าและแพงขึ้นมาในทันทีเมื่ออยู่บนเรือนร่างเพรียวระหง สูงได้สัดส่วนของหล่อน
          “อ่าเป็นไงคะ วดีเหมือนมนุษย์ต่างดาวหรือไง ทำไมเจ้านา” 
          คำต่อไปยังไม่ทันได้หลุดออกมาจากปากของวดี เจ้านายหล่อนก็สอยมันร่วงด้วยปากของเขา วดีได้แต่เบิกตาโพลง เมื่อปากของปราการประกบจูบแน่น โดยที่หล่อนไม่ทันได้ตั้งตัว
          เจ้านายปากกรรไกรเผยธาตุแท้ตัวเองออกมาโดยไม่รู้สึกตัว เมื่อเห็นสาวสวยอีกภาคของวดี ปราการบดขยี้ริมฝีปากหล่อนด้วยท่าทางหื่นกระหาย เวลานั้นวดีทำได้เพียงแค่ส่งเสียงครางในลำคอ อือ อือ เพราะคาดคิดไม่ถึงว่าจะโดนเจ้านายจู่โจมแบบสายฟ้าแลบเช่นนี้
          “เจ้านายเอาอีกแล้วนะคะ คุณทำแบบนี้ทำไม วดีไม่ได้ยินยอมเสียหน่อย”
          พอปราการถอนริมฝีปากออก วดีก็ตวาดแว้ดใส่ทันที  ปราการยืนกัดริมฝีปากที่เต็มไปด้วยลิปสติกสีแดงสดซึ่งรับมาจากปากวดีนั้นเหมือนคนจนปัญญาจะหักห้ามอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ได้
           ครั้นเมื่อวดีมองเห็นปากเจ้านายจอมเอาแต่ใจตัวเองเลอะไปด้วยลิปสติกก็อดที่หัวเราะขบขันเสียไม่ได้
          “ทำไมถูกฉันจูบจนสติเลอะเลือนไปเลยรึไง?” ปราการยังมีกะจิตกะใจถามอย่างยียวน พยายามควบคุมอารมณ์หวามไหวที่ปะทุขึ้นในทรวงเอาไว้อย่างสุดฤทธิ์
วดีบุ้ยปากให้เขาหันไปมองตัวเองที่กระจกใกล้ตัว เจ้านายปากกรรไกรของหล่อนก็แทบเต้นผาง
         “ว้าย! ต้ายตาย!
          ปราการทำท่าเลียนแบบสาวประเภทสอง อย่างตลกขบขัน ทำให้วดียิ่งหัวเราะขบขันเข้าไปใหญ่ จ้องมองเจ้านายหนุ่มด้วยสายตาที่คาดคิดไม่ถึงว่าเขาจะเพี้ยนได้ถึงเพียงนี้
        แม้ปราการจะเป็นคนปากร้าย แต่อีกด้านเขาก็ยังมีมุมตลกที่ซุกซ่อนเอาไว้เหมือนกัน
         พอเช็ดปากด้วยกระดาษทิชชูที่ห้องน้ำเสร็จ ปราการเดินกลับออกมาเห็นวดีกำลังนั่งแต่งหน้าใหม่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น ก็อดที่จะเข้าไปนั่งลงข้างๆ และจ้องมองใกล้ๆ ไม่ได้
         “ต่อไปอย่าแต่งสวยนักนะ”
        ปราการกล่าว ถือวิสาสะยื่นมือไปเชยคางวดีขึ้นเล็กน้อย วดีได้แต่ขมวดคิ้วเป็นเชิงถาม
        “ทำไมคะ?
        “แต่งให้ฉันดูคนเดียวก็พอ”
        “ห๊ะ…”
         หญิงสาวร้องขึ้นเบาๆ ปราการโน้มใบหน้าคมคายเข้าไปใกล้ วดีสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดใกล้ใบหน้า หัวใจหญิงสาวยิ่งเต้นรัวยิ่งกว่าเดิมเมื่อริมฝีปากเขาคลอเคลียอยู่ใกล้ริมฝีปากได้รูปของหล่อน
         “จะทำอะไรคะเจ้านาย?
          วดีผลักใบหน้าเจ้านายออกเบาๆ ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกและปรารถนาลี้ลับที่มีต่ออีกฝ่ายซึ่งพวยพุ่งขึ้นไว้ได้ทัน
          “เสร็จงานไปดินเนอร์กับฉันต่อนะ”
            ปราการเพิ่งแจ้งแผนการใหม่กับวดี หญิงสาวนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะสั่นหัวไปมาเมื่อคำนวณเวลาเดินทางไปที่เลาจน์
            “วดีต้องไปทำงานต่อค่ะ เกรงว่าจะไปไม่ทันสามทุ่ม อีกอย่างเมื่อวานวดีก็ลาไปแล้ววันหนึ่ง วันนี้ไม่ไปไม่ได้ค่ะเกรงใจมาม่าซัง”
            “เกรงใจมาม่าซัง หรือเกรงว่าจะหาเงินเข้ากระเป๋าไม่ได้เยอะๆ กันแน่ฮึ?
            ปากปราการเริ่มกลับมาเป็นกรรไกรสับวดีอีกครั้ง เมื่อหล่อนเอาแต่ปฏิเสธเขา
           “จะว่ายังงั้นก็ไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะวดีเป็นคนเห็นแก่เงินนี่คะ มีงานอะไรที่ทำได้ก็ต้องรับทำทุกอย่าง”
          วดีกล่าวอย่างหน้าตาเฉย ท่าทางเหมือนไม่แคร์อะไรของเจ้าหล่อนยิ่งทำให้เจ้านายหนุ่มนึกฉุนเฉียว
          “ลีลาสมฉายาของเธอเลยนะ แล้วถ้าฉันซื้อดริ๊งก์เธอสองหมื่นคืนนี้จะไปดินเนอร์กับฉันไหม?” ปราการกัดกรามถามลอดไรฟันเหมือนไม่พอใจ วดีส่ายหน้าอีก ปราการขมวดคิ้วสงสัย
          “ทำไม?
          “ดูเหมือนเจ้านายไม่เต็มใจ”
          “แล้วจะให้ฉันกราบขอร้องรึไง?
         “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่า แค่พูดแบบปกติธรรมดาน่ะ ทำไมเจ้านายต้องกัดฟันพูดตลอดเวลาด้วย ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเจ้านายไม่เต็มใจอยู่เรื่อย”
          วดีกล่าว ปราการได้แต่จ้องหน้าหล่อนเขม็ง
         “อ๊ะ! พูดยังไม่ทันขาดคำ เอาอีกแล้วนะคะ ยิ้มหน่อยสิคะ” วดีเตือนสติเขา
          “ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วสรุปจะยอมไปดินเนอร์ด้วยหรือเปล่า สองหมื่นเชียวนะ แถมฉันเลี้ยงอาหารฟรีอีก แบบนี้มีที่ไหนในโลก”
          “อ่าขอคิดดูก่อน พอเสร็จงานดูตัวของเจ้านายค่อยให้คำตอบ โอเคไหมคะ?” วดีแบ่งรับแบ่งสู้ ปราการถอนหายใจฟืดฟาดเหมือนไม่ได้ดังใจ
          “เมื่อไหร่จะออกจากงานเลาจน์นั่นล่ะ ฉันไม่ชอบใจนักนะที่เห็นลูกน้องต้องไปทำงานที่เปลืองตัวแบบนั้น รีบๆ ออกมาซะ นี่เป็นคำสั่ง และมาเริ่มทำงานเป็นเลขาฉันเริ่มตั้งแต่วันจันทร์หน้า เข้าใจไหม?
         คำสั่งของปราการจริงจังจนวดีขนลุกซู่ ไม่รู้จะอธิบายให้เขาเข้าใจในสถานการณ์ของหล่อนเช่นไรดี เพราะหล่อนต้องใช้เงินแทบจะเรียกว่าเป็นรายวันเพื่อให้มารดานำไปล้างไต และฟอกเลือด หากรอเงินทุกเดือน แม้จะเป็นเงินก้อนโตถึงห้าหมื่นก็ใช่ว่าจะเพียงพอในยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน