วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, บทที่ 8



“เจ้านายคะ เจ้านายจะตามวดีเข้าไปทำไม กลับบ้านไปเถอะค่ะ เลาจน์ที่นี่ไม่เหมาะกับคนแบบเจ้านายหรอก”
วดีรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเดินทางมาถึงเลาจน์ ปราการบอกว่าจะตามเข้าไปด้วย
“แล้วเธอล่ะ มันก็ไม่เหมาะกับเธอเหมือนกัน เป็นเด็กเป็นเล็กริมาทำงานนั่งดริ๊งก์ ถ้าเป็นน้องสาวฉันหน่อยไม่ได้จะจับตีก้นเสียให้เข็ด”
ปราการว่า พร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปใกล้วดีที่นั่งทำหน้าพะอืดพะอม ไม่กล้าเปิดประตูลงจากรถ เพราะยังตกลงกับเจ้านายไม่ได้


วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง (ตอนที่ 7, 2/2)



ตอนที่  7, 2/2


         “คุณแม่หิวไหมครับ นี่ก็เกือบหกโมงแล้ว เดี๋ยวผมจะพาคุณแม่ไปทานอาหารร้านโปรดที่คุณแม่เคยไป วดีไปด้วยกันนะ”
         กล่าวกับมารดาเสร็จ ปราการก็หันไปถามวดีที่เอาแต่นั่งทื่อเหมือนโดนปราการแย่งบทไปเล่นจนหมด บทของหล่อนจึงมีเพียงแต่พยักหน้าคล้อยตามเขาอย่างเดียว
        “ดีมาก วันนี้วันดี ไหนๆ พวกเราก็มาอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันดีกว่า”
       ปราการพูดเองเออเองเสร็จสรรพ หญิงสองวัยได้แต่ทำหน้างงๆ

***********

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, (ตอนที่ 7 1/2)

   

             

ตอนที่ 7 1/2


               
                “ปราการทางนี้ลูก”
               เสียงเรียกดังมาจากร้านกาแฟใกล้ล็อบบี้ของโรงแรม ปราการถอนหายใจเบาๆ เมื่อมองไปเห็นมารดากำลังนั่งอยู่กับหญิงสาวนางหนึ่ง นัยว่าเป็นบุตรสาวคนเดียวของนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมที่กำลังขยายสาขาไปต่างประเทศ มารดาจึงหมายมั่นปั้นมือต้องการให้เขาแต่งงานกับตระกูลของหล่อน เพราะเห็นว่าทำธุรกิจโรงแรมเหมือนกัน
              “เจ้านายคะ…”
             วดีรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีเมื่อมองเห็นมารดาของปราการ
             “บอกแล้วไงห้ามเรียกเจ้านาย เริ่มแสดงตามบทของเธอเร็วสิ” ปราการหันไปกระซิบกระซาบกับวดีที่เอาแต่เดินหลบอยู่ด้านหลังเขา
            “ตอนนี้เลยหรือคะ?”
            “ใช่สิ ถ้าไม่ตอนนี้ แล้วเธอจะเริ่มพรุ่งนี้รึไง นึกว่ามีสมองมากกว่านี้เสียอีก”
             เจ้านายหล่อนกล่าวแดกดันเบาๆ ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก เมื่อไม่เห็นวดีลงมือเสียที ปราการจึงคว้ามือหล่อนมากุมไว้หมับ วดีสะดุ้งเล็กน้อย จ้องมองเจ้านายหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เขาประสานฝ่ามือเข้ากับฝ่ามือของหล่อนแนบแน่น
            “ที่รัก พร้อมรึยัง?”
             ปราการหันมาขยิบตาให้แฟนสาวกำมะลอ ขณะที่วดีได้แต่ทำหน้าเจื่อน พยักหน้าหงึกๆ นึกทึ่งในตัวเจ้านายที่แสดงบทบาทได้ดีเสียยิ่งกว่าสาวนั่งดริ๊งก์อย่างหล่อนเสียอีก
            “สวัสดีครับแม่ ขอโทษด้วยที่ให้รอนาน พอดีผมแวะไปรับแฟนมาด้วยระหว่างทางเลยเดินทางมาช้าหน่อย วดีนี่คุณแม่ของพี่ไหว้ท่านเสียสิ นี่วดีว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ในอนาคตไงครับ”
             ปราการกล่าวทักทาย พร้อมกับพังทลายฝันหวานของมารดาลงในเวลาเดียวกัน
             คุณหญิงประณีตได้แต่อ้าปากค้างเมื่อบุตรชายแนะนำวดีให้รู้จักในฐานแฟนสาว ไม่แตกต่างจากสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ
            “อะ…อะไรนะ เมื่อกี้ลูกว่าไงนะ?”
            คุณหญิงประณีตกะพริบตาปริบๆ หันมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ บุตรชายด้วยไม่เชื่อหูตัวเอง
             “สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูชื่อวดีค่ะ”
            วดีเริ่มแสดงบทละครบ้าง ด้วยการกล่าวแนะนำตัวเองและยกมือไหว้สวัสดีผู้เป็นมารดาของปราการ คุณหญิงประณีตทำหน้าเหวี่ยงใส่วดี พร้อมกับกล่าวเสียงกระแทกแดกดันเหมือนเจ้านายหล่อนไม่มีผิดเพี้ยน
            “เอากองไว้ตรงนั้นแหละ โอย…ฉันอยากจะเป็นลม ลูกฉันไปคว้าเอาผู้หญิงจากที่ไหนมาเป็นแฟนกันล่ะเนี่ย”
             คุณหญิงยกมือกุมขมับ ปวดหัวจี๊ดๆ เหมือนจะเป็นลมขึ้นมาทันที ส่วนสาวสวยที่นั่งข้างๆ ก็ได้แต่ทำท่ากระฟัดกระเฟียดเหมือนไม่พอใจ รู้สึกเสียหน้าอย่างแรง จนต้องลุกวิ่งหนีไปอย่างเร็ว แม้คุณหญิงประณีตจะร้องเรียกไว้ แต่หญิงสาวผู้นั้นก็ไม่ยอมหันกลับมามอง เพราะทนอับอายขายหน้าไม่ไหว
            “ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ ถ้ามีแฟนอยู่แล้วทำไมไม่บอกกล่าวแม่บ้าง ปล่อยให้แม่นัดผู้หญิงมาดูตัวเก้อ แล้วทีนี้ครอบครัวฝ่ายหญิงเขาจะมองแม่ยังไงกันล่ะทีนี้ ตระกูลเราต้องเสื่อมเสียก็เพราะการกระทำไม่คิดของลูกนี่แหละ”
             คุณหญิงประณีตต่อว่าบุตรชายคนโตเสียยกใหญ่ที่เขาไม่เคยปฏิบัติตามคำสั่งของนางแม้เพียงสักครั้งเดียว
            “เฮ้อ! “
             นึกแล้วก็โมโหตัวเองที่นางเลี้ยงเขาแบบตามใจมากเกินไปตั้งแต่เด็กจึงทำให้ปราการกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมาตลอด แถมยังปากร้าย ลอกเลียนแบบนางมาทุกกระเบียดนิ้ว
            “จะเสื่อมเสียอะไรกันนักหนาครับคุณหญิง ผมไม่ได้ไปฆ่าแกงใครสักหน่อย ก็แค่พาเมียมาแนะนำให้รู้จัก ดีเสียอีกฝ่ายโน้นเขาจะได้รู้ และไม่ต้องหวังลมๆ แล้งๆ อีก”
             ปราการกล่าว พลางนั่งลงตรงข้ามมารดา แล้วหันไปดึงแขน “เมีย” ให้นั่งลงข้างๆ พร้อมกับโอบกอดไหล่วดีเสียแน่นหนึบ
             วดีได้แต่ทำหน้าเอ๋อ จ้องมองเจ้านายสลับกับมารดาของเขาต่อปากต่อคำกันไปมา

             “แล้วนี่เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาจากตระกูลไหน เรียนจบอะไร แล้วตอนนี้ทำงานรึยัง ฉันมองยังไงลูกกับหล่อนก็ไม่เห็นจะคู่ควรกันสักนิด ดูๆ ไปยังกะพ่อกับลูก”
              น้ำสียงคุณหญิงประณีตเหมือนจะตำหนิบุตรชายของนางเสียมากกว่าตำหนิฝ่ายหญิง
             “คุณแม่ก็พูดเข้าไปนั่น ผมเพิ่งย่าง 34 จะเป็นพ่อวดีได้ยังไงกันล่ะครับ จริงไหมที่รัก?”
               ปราการหันไปถามวดีที่เอาแต่นั่งยิ้มแหย เวลานั้นนึกอยากถอนตัวออกจากบทเมียของปราการขึ้นมาทันที เพราะเจ้านายหล่อนเล่นบทโอบกอดไม่ยอมปล่อย จนวดีต้องแกล้งบอกเสียงเบา
           “โอ๊ย! ร้อนจังเลยนะคะที่นี่”
             วดีแกล้งร้องขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของสองแม่ลูก พลางขยับตัวออกห่างจากเจ้านายที่เอาแต่แต๊ะอั๋งไม่เลิก
            “อ้าว! เธอก็ขี้ร้อนเหมือนฉันรึเนี่ย ฉันคิดว่ามีฉันคนเดียวที่ร้อน โรงแรมเราแอร์เสียหรือเปล่าลูก ทำไมมันถึงร้อนแบบนี้ล่ะ?”
             คุณหญิงประณีตถาม ปราการนั่งมองผู้หญิงสองวัยพัดโบกสะบัดมือไปมาแล้วก็นึกขัน
            “แม่น่ะเป็นวัยทอง ผมพอจะเข้าใจ แต่วดีเธออายุยังไม่เยอะทำไมถึงรีบเป็นวัยทองเหมือนแม่ของพี่เสียแล้วล่ะ?”
             ปราการพูดตามที่คิด ทำเอาผู้เป็นมารดากับวดีหันขวับไปมองชายหนุ่มปากกรรไกรด้วยความรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก
           “ฉันไม่น่าคลอดแกออกมาเล้ย ปากแกนี่ถ้าไม่พูดแดกดันคนอื่นสักวัน ฉันจะไปรำถวายที่ศาลพระพรหมเจ็ดวันเจ็ดคืนให้เลยเอ้า” มารดาของเขากล่าว พร้อมกับทำหน้าเหวี่ยงใส่เข้าให้
           “โถๆ คุณหญิงแม่ครับ พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะคนที่เลี้ยงดูและสอนผมก็คือคุณหญิงนะครับ ผมเป็นแบบนี้ไม่ดีหรือไงครับ ผู้ชายปากกับใจตรงกันหายากจะตาย หรือจะให้ผมเป็นผู้ชายประเภทพูดต่อหน้าอีกอย่าง ลับหลังทำอีกอย่างเหมือนคุณป๊ะป๋า…”
           ปราการหลุดคำว่าป๊ะป๋าออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าคุณหญิงประณีตเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดในทันที
            พอรู้ตัวว่าทำพลาด ชายหนุ่มรีบลุกเดินเข้าไปหามารดาที่เอาแต่นั่งตีหน้าเศร้า นึกน้อยใจที่ตัวเองด้อยวาสนาในด้านคู่ครอง เพราะครั้งเมื่อสามียังมีชีวิตอยู่เขาแอบไปมีภรรยาน้อยไปทั่ว แถมยังโกหกนางด้วยคำพูดหวานๆ ตลอดเวลา พอสิ้นสามีจึงรู้ภายหลังว่าสามีมีเมียเก็บหลายสิบคน จนนางต้องใช้เงินปิดปากบรรดาเมียเก็บเหล่านั้นให้เก็บเป็นความลับเพื่อไม่ให้ลูกๆ รู้ความจริง ยกเว้นก็แต่ปราการที่ล่วงรู้เพราะเขาฉลาดและอ่านเกมขาด ไม่มีเรื่องอะไรที่ปิดบังเขาได้เลย
            เพราะสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องมาจากสามีไม่ซื่อสัตย์ต่อนาง คุณหญิงประณีตจึงพยายามสั่งสอนบุตรชายคนโตไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างบิดาตั้งแต่เด็ก แต่ดูเหมือนว่านางจะสอนเขาเข้มงวดมากเกินไปในเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น นิสัยของปราการจึงค่อนข้างตรงเป็นไม้บรรทัดแบบนี้

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง (ตอนที่ 6)



ตอนที่ 6

        “เป็นเพราะเธอที่ทำให้ฉันไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน”
          ปราการต่อว่าวดีเมื่อกลับถึงบ้าน
         “แล้วทำไมเจ้านายไม่นอนที่บ้านคะ จะถ่อสังขารไปตามหาวดีทำไมที่โรงพยาบาล ถึงยังไงวดีก็ไม่หนีไปไหนหรอก ก็ต้องกลับมาทำงานรับใช้คุณทุกวันอยู่ดี”           วดีบ่นพึมพำ ไม่เข้าใจวิธีคิดของเจ้านายเอาเสียเลย
        “แล้วตกลง เจ้านายรู้ได้ยังไงว่าวดีอยู่ที่โรงพยาบาลคะ?
        “GPS บนมือถือไง ฉันฉลาดไหมล่ะ?
         ปราการชูมือถือ พร้อมกับเชิดหน้าชูคอราวจะอวดสาวใช้ว่าเขาฉลาดเสียเต็มประดา ก่อนจะเดินไปที่โซฟา ทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวด้วยท่าทางสบายอารมณ์
        “คร้า เจ้านายฉลาดสุดๆ แล้ววันนี้ตกลงที่นัดไปดูตัวจะไปดูที่ไหนล่ะคะ ไปกี่โมง?” วดีถาม เจ้านายหนุ่มกวักมือเรียกหล่อนเข้าไปหาที่โซฟา
        “มีอะไรหรือคะ?” วดียืนมองเจ้านายนอนยิ้ม จ้องมองมาที่หล่อนอย่างมีเลศนัย
        “นี่จะบอกให้ เธออยากหารายได้พิเศษเพิ่มอีกไหม?
        “งานแบบไหนคะ?” วดีถามด้วยความสนใจ
         “เล่นละคร” ปราการกล่าวสั้นๆ วดีทำหน้างง คาดเดาความหมายของเขาไม่ออกว่าหมายถึงอะไร
         “หน้าตาอย่างวดี ถ้าเป็นตัวประกอบ หรือคนรับใช้ก็น่าจะได้อยู่ แต่ถ้าเป็นนางเอกกลัวเขาจะไม่รับน่ะสิคะ” วดีมโนไปอีกอย่าง ปราการได้ยินถึงกับหัวเราะก๊าก
          “ยัยบ๊อง ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ฉันจะจ้างให้เธอเล่นเป็นตัวละครตามแต่ฉันจะสั่งให้เป็นน่ะ ถ้าสั่งให้เป็นคนใช้เธอก็ห้ามปฏิเสธ เป็นเลขาก็ต้องแสดงอย่างเนียน แม้แต่เป็นแฟนในบางโอกาสเธอต้องเล่นให้สมบทบาท ถ้าเธอแสดงได้ดีฉันจะจ่ายสองหมื่นทุกครั้งที่ฉันบอกให้แสดง แบบนี้เธอสนใจไหม?
          ปราการยื่นข้อเสนอ หญิงสาวได้แต่ทำหน้าเอ๋ออยู่สักพัก คิดไม่ถึงว่าแต่ละวันเจ้านายหล่อนจะสรรหาข้อเสนอแปลกๆ มาหยิบยื่นให้ ไม่เคยซ้ำซาก เมื่อนึกถึงเงินก้อนโตที่จะได้รับจากเขาเพื่อส่งไปเป็นค่ารักษาแม่ที่ต่างจังหวัด วดีคิดว่าไม่เสียหายอะไร ดีกว่างานนั่งดริ๊งก์ที่ต้องให้ลูกค้าแต๊ะอั๋งเป็นไหนๆ
         “ว่าไงล่ะ?” ปราการย้ำถามอย่างเร่งเร้าเอาคำตอบ
          “อ่าก็น่าสนค่ะ ว่าแต่เจ้านายจะจ่ายจริงๆ ตามที่บอกแน่หรือคะ?
          “เอ๊ะ! ฉันเป็นเพื่อนเล่นเธอหรือไง บอกจะจ่ายก็ต้องจ่ายสิ” น้ำเสียงเขาจริงจัง
          “งั้นก็ตกลงค่ะเจ้านาย แล้วต้องให้วดีทำอะไรบ้างคะ?
          “ก่อนอื่นมานั่งนี่ก่อน”
          ปราการลุกนั่ง แล้วบอกให้วดีมานั่งข้างๆ หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
          “มาสิ ให้ไว” เขาสั่ง พร้อมกับตบมือบนโซฟาข้างๆ วดีเดินเข้าไปนั่งตามคำสั่งปราการอย่างว่าง่าย
          “แล้วยังไงต่อคะ?” วดีถามประสาซื่อ เจ้านายเจ้าเล่ห์โน้มตัวไปจุ๊บแก้มหล่อนอย่างเร็ว ก่อนจะล้มตัวลงหนุนบนตักเด็กสาวหน้าตาเฉย วดีได้แต่กลอกตาดำไปมาด้วยความมึนงง ก้มมองเจ้านายจิ้งจอกบนตัก พร้อมกับตะคอกใส่เสียงดัง
          “เจ้านายทำอะไรคะ วดีไม่ใช่หมอนนะคะที่จะมาหนุนแบบนี้?
          “อยากได้สองหมื่นไหมล่ะเล่นเป็นหมอนให้ฉันสักชั่วโมงหน่อยสิ ขอฉันหลับสักงีบบนตักเธอหน่อยนะ”
         “
***********


วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอนที่ 5, 2/2


           


ตอนที่ 5, 2/2


               วดีเดินทางไปถึงเลาจน์ประมาณสองทุ่มครึ่ง ก่อนเข้าร้านหล่อนต้องนึกแปลกใจที่สังเกตเห็นผู้คนยืนมุงดูอะไรบางอย่างแน่นขนัดที่บริเวณลานจอดรถ
             “ลีลา ทางนี้ๆเสียงดาริกาเพื่อนร่วมงานตะโกนร้องเรียกฉายาของวดีที่ใช้กันในที่ทำงานเสียงดัง
             เกิดอะไรขึ้นหรือดา?” วดีถามด้วยความสงสัย
            มีนักเลงกลุ่มหนึ่งรุมกระทืบลูกค้าแล้วพากันขับรถชิ่งหนีไปเมื่อตะกี้ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยดาริการายงานด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจ
            อ้าว! แล้วคนถูกรุมเป็นอะไรมากไหม ทำไมไม่มีใครช่วยล่ะ ยืนมุงกันเฉยๆ แบบนั้นเกิดเขาเจ็บหนักขึ้นมาจะทำยังไง เราไปช่วยเขาเถอะ ไหนๆ ก็อยู่หน้าร้านเรา” วดีกล่าวอย่างร้อนรน ไม่รีรอที่จะแหวกวงไทยมุงเข้าไปดูคนเจ็บ เบื้องหน้านั้นหล่อนมองเห็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบตอนต้นชาวญี่ปุ่นกำลังนั่งตัวงอพิงอยู่ข้างรถเก๋งสีดำ เอามือกุมท้อง ท่าทางเจ็บปวดแสนสาหัส มุมปากของเจ้าหนุ่มแดงฉานไปด้วยเลือดสดๆ ตาของเขาขวางไม่ต่างจากหมาบ้า พร้อมจะโดดขย้ำทุกคนถ้าขืนเข้าไปใกล้ จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยแม้แต่สักคนเดียว
            คุณโอเคไหม?” วดีถามเป็นภาษาไทยเพื่อหยั่งเชิงดูก่อน เจ้าหนุ่มจ้องมองมายังหล่อนดวงตาเขาตอนนั้นค่อยๆ หรี่ปรือเหมือนคนกำลังใกล้จะหลับ พร้อมกับครางงึมงำบางประโยคที่วดีไม่เข้าใจ
            มินาโกะ…”
            อะไรนะคะ ดาโทร.เรียกรถพยาบาลด่วนเลยดูเหมือนเขาจะหมดสติแล้วล่ะ
             วดีร้องบอกดาริกาที่เอาแต่ยืนมือไม้สั่น กดหมายเลขถูกๆ ผิดๆ กระทั่งรมย์ยาโผล่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ พอเห็นท่าทางเงอะๆ งะๆ ของดาริกา หล่อนจึงเป็นคนจัดการโทร.ตามรถพยาบาลให้เสียเอง
             “แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นล่ะ?”
             รมย์ยาหันไปถามวดีที่กำลังพยุงคนเจ็บ และพยายามพูดคุยเพื่อไม่ให้คนเจ็บหลับ
            คุณ คุณอย่าหลับนะ เดี๋ยวรถพยาบาลใกล้มาถึงแล้วค่ะ ทำใจดีๆ ไว้นะ
            เสียงวดีดังสะท้อนกลับไปกลับมาอยู่ข้างหูเขา จากที่กำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ แต่พอได้ยินเสียงเด็กสาว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอีกครั้ง จนเมื่อรถพยาบาลวิ่งมาถึง คนเจ็บถูกหามขึ้นรถพยาบาล เนื่องจากไม่มีใครขันอาสาไปเป็นญาติผู้ป่วย วดีจึงตัดสินใจไปเสียเอง
            ฝากลางานกับมาม่าซังให้ด้วยนะคะพี่รมย์ ดา
            วดีร้องตะโกนบอกรมย์ยากับดาริกาที่ยืนมองตามด้วยความเป็นห่วง
            ยัยลีนี่มันก็พิลึกคน ไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำก็ยังจะไปช่วยคนสุ่มสี่สุ่มห้าอีกเฮ้อ!
            รมย์ยาบ่นงึมงำ พร้อมกับส่ายหน้า เพราะจนปัญญาจะเข้าใจความคิดของรุ่นน้อง
***********
             คุณหมอคะ ผู้ชายคนนั้นอาการเป็นยังไงบ้างคะ?”
              เด็กสาวรี่ตรงเข้าไปถามหมอผู้รักษาทันทีที่เห็นเขาเดินออกมาจากห้องตรวจ
             เขาแค่สลบไปครับ เพราะถูกทุบตี อาการภายนอกก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รอให้คนไข้ฟื้น เดี๋ยวค่อยตรวจอย่างละเอียดอีกที
             เมื่อได้ยินคำพูดของหมอ วดีถึงกับถอนหายใจโล่งอก
             หล่อนนั่งเฝ้าไข้ชายหนุ่มนิรนามจนเวลาล่วงไปถึงตีสาม และลืมไปเลยว่าต้องกลับไปนอนที่คฤหาสน์ตามกฎของปราการ

             ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด
             เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้นต่อเนื่องมาจากกระเป๋า ปลุกลีลาที่กำลังนั่งหลับบนเก้าอี้ให้งัวเงียตื่นขึ้น หล่อนเอื้อมมือไปควานหามือถือในกระเป๋า ก่อนจะกดรับสายโดยไม่มองชื่อคนโทร.มา
             ไปแรดอยู่ไหน จะกลับเข้าบ้านได้หรือยังยัยบ๊อง?” เสียงเจ้านายจอมปีศาจของวดีตะโกนแหวกเข้าไปในรูหูหล่อนจนขี้หูพากันเต้นผาง คราวนี้วดีถึงกับตื่นเต็มตา พอหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ดวงตาก็แทบเบิกกว้างด้วยความตกใจ
              ตายห่ะ! ตีสามครึ่งเอ่อเจ้านายวันนี้วดีติดธุระด่วน เอาไว้วดีจะกลับไปตอนหกโมงเช้านะคะ แล้วค่อยเจอกัน
               วดีกล่าวอย่างรวบรัด แล้วรีบกดวางสาย เนื่องจากไม่ต้องการต่อปากต่อคำกับปราการ ด้วยนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองของเขา หล่อนรู้ว่าเขาต้องจิกถามไม่ยอมปล่อยแน่
              สักพักมือถือของวดีก็ดังขึ้นอีก หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เมื่อจ้องมองไปยังชายหนุ่มแปลกหน้าบนเตียง ก็นึกสงสารที่เขาไม่มีญาติอยู่ด้วย วดีจึงตัดสินใจที่จะไม่รับสายเจ้านายของหล่อน
              ขอโทษด้วยค่ะเจ้านาย
               วดีบ่นพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจกับเสียงโทรศัพท์ ดูเหมือนปราการเองก็คงจะถอดใจไปแล้วเช่นกัน เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไม่โทร.มาอีก วดีจึงนั่งสัปหงกต่อจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง หล่อนต้องสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ถึงมือใครบางคนยื่นมาสัมผัสที่ไหล่เบาๆ
               ว้าย! ผีหลอกวดีลุกพรวดขึ้นยืน แต่พอเพ่งมองบุรุษร่างสูงที่ยืนตระหง่านตรงหน้าท่ามกลางแสงไฟขมุกขมัวอยู่สักพัก หญิงสาวก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
            เจ้านายหล่อนยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยนัยน์ตาดุดัน ท่าทางแบบนั้นยิ่งกว่าผีหลอกเสียอีก วดีคิด ก่อนจะเอามือลูบอกไปมา
           โอยเจ้านายคะตกใจหมด แล้วเจ้านายมาที่นี่ได้ยังไงคะ?” วดีถามด้วยความสงสัย พลางนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยตามเดิม
           ฉันก็ขับรถมาน่ะสิถามได้ แล้วนี่เป็นอะไรถึงเข้าโรงพยาบาล?”
           วดีเปล่าเป็น แต่มาเฝ้าคน
            วดีบุ้ยปากไปที่หนุ่มญี่ปุ่นนิรนามที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงผู้ป่วย
           แล้วนี่ใครมิทราบ แฟนเธอรึเปล่า?”
            ปราการถาม น้ำเสียงเหมือนไม่พอใจ จ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความสงสัย วดีรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
           ปะ เปล่าค่ะ
           ปราการคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ
           แล้วเขาเป็นใคร?”
            เอ่อวดีก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ
           ฮ้า! ที่เธอไม่กลับบ้านเพราะมานั่งเฝ้าผู้ชายที่ไม่รู้จักนี่นะยัยบ๊อง
***********
          เคนชิโรเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ในรุ่งเช้าวันใหม่ เช้านี้เขารู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำดำเขียวไปทั่วทั้งตัวก็ตาม
            “มินาโกะ
             ชายหนุ่มวัย 25 ปี ครางเรียกชื่อนั้นขึ้นแผ่วเบาเมื่อหันไปมองเห็นด้านหลังของผู้หญิงที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ต่อเมื่อผู้หญิงคนนั้นหันหน้ากลับมามองที่เขา เคนชิโรก็ยิ่งแน่ใจว่าหล่อนคือ มินาโกะ ผู้หญิงที่เขาตามหามาตลอดสองปีเต็มคนนั้น
           “ตื่นแล้วหรือคะคุณ?”
            วดีเดินกลับเข้ามาที่เตียง แล้วถามเขาเป็นภาษาไทย เคนชิโรทำหน้างุนงงเล็กน้อย พอพินิจใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ใกล้ๆ จึงรู้ว่าไม่ใช่มินาโกะ แต่เป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายกันเท่านั้น
           “ฉันเป็นคนพาคุณมาส่งโรงพยาบาลเมื่อคืน จำได้ไหมคะ?” วดีถาม เคนชิโรส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับเป็นภาษาไทยเสียงตะกุกตะกัก
           “คุณไม่ใช่มินาโกะ?”
            วดีได้แต่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
           “ฉันชื่อวดีค่ะ ไม่ใช่มินาโกะ
            หล่อนอธิบายช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ
            เคนชิโรทำหน้าผิดหวังอย่างแรง ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรต่อ เสียงของใครคนหนึ่งก็ร้องดังมาจากประตูขัดจังหวะเสียก่อน
            “ไปได้หรือยังยัยบ๊อง คนป่วยก็ฟื้นแล้วนี่
            วดีหันไปมองปราการที่ยืนพิงประตูใบหน้าถมึงทึงเหมือนโกรธเธอมาหลายชาติ วดีถอนหายใจเบาๆ คิดในใจ
           “นี่ก็อีกคน อาการน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคนป่วยนอนอยู่บนเตียงเสียอีก
            เจ้านายเธอตามมาที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน พอเธอไม่ยอมกลับบ้านเขาก็ไม่ยอมกลับเหมือนกัน ดื้อดึงจะอยู่กับเธอจนกว่าเธอจะยอมกลับไปกับเขา
           วดีไม่เข้าใจสักนิด ทำไมเจ้านายหล่อนถึงได้เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ นับวันเขายิ่งเริ่มทำตัวแปลกขึ้นเรื่อยๆ ชอบตามคุมเธอแจราวกับเธอเป็นเด็กในปกครองของเขาก็ไม่ปาน
           “ผมอยู่ที่ไหนครับ?”
             เคนชิโรเอ่ยถามเมื่อตั้งสติได้ นึกทบทวนเรื่องราวเมื่อคืน จำได้เลือนราง เขาเดินทางไปที่เลาจน์ ตอนขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ แต่เกิดไปเฉี่ยวชนเข้ากับรถของผู้ชายกลุ่มหนึ่งจึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น จากนั้นเขาก็โดนรุมจนได้รับบาดเจ็บไปทั้งตัว
           “โรงพยาบาลค่ะ คุณมีญาติที่ติดต่อได้ที่เมืองไทยไหมคะ ฉันจะช่วยติดต่อให้” วดีถามอย่างมีน้ำใจ เคนชิโรสั่นหัว
           “ไม่มีหรอกครับ ตอนนี้ผมโอเคแล้ว พวกคุณกลับไปเถอะ ขอบคุณมากในความช่วยเหลือ วันหน้าผมอยากตอบแทนในน้ำใจคุณบ้าง ถ้าคุณไม่รังเกียจผมขอเบอร์โทร.คุณไว้ได้ไหมครับ?”
            ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสำนึกในบุญคุณ แต่วดียังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด ปราการก็เดินรี่ตรงเข้ามาจับมือหล่อน พร้อมกับหันไปบอกหนุ่มญี่ปุ่นเสียงดัง
             “ไม่จำเป็น ไปกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ฉัน
              วดีหันจ้องหน้าเจ้านายตาปริบๆ รู้สึกมึนงงกับการกระทำที่ไร้เหตุผลของปราการจนพูดอะไรไม่ออก

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 5, 1/2

             

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 5, 1/2

             ท้ายที่สุดปราการก็ต้องกลายเป็นสารถีขับรถให้กับวดี แต่เขากลับไม่ยอมพาไปที่ตลาดตามคำขอร้องของหล่อน แต่ขับเข้าห้างฯ ที่เขากำลังจะเข้าไปรับตำแหน่งเป็นประธานแทนบิดาที่เสียไป
               พอว่าที่ประธานโผล่มาเดินที่ห้างฯ โดยไม่มีใครทราบล่วงหน้า ทั้งพนักงานระดับล่างยันผู้บริหารระดับสูงเมื่อได้รับทราบข่าวการปรากฏตัวของปราการ ต่างก็พากันวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาต้อนรับ สร้างความโกลาหลไปทั้งห้างฯ ลูกค้าต่างพากันแตกตื่นนึกว่าห้างฯ ถูกวางระเบิด วดีที่ตามมากับปราการก็พลอยตื่นตกใจไปด้วย
              “อะอะไรหรือคะเจ้านาย เกิดอะหยั๋งขึ้นอีกล่ะเนี่ย?” วดีถามเป็นสำเนียงชาวเหนืออย่างตลกขบขัน
             “ท่านประธานครับ จู่ๆ จะมาทำไมไม่บอกพวกเราก่อนล่ะครับ พวกผมจะได้เตรียมตัวมาต้อนรับ”
             นายบัญชา ผู้จัดการใหญ่ประจำห้างฯ เอ็ม และเป็นญาติห่างๆ ฝ่ายบิดาของปราการวิ่งหน้าตั้งเข้ามาเสนอหน้าทันทีที่รู้ว่าปราการโผล่มา
              “อั๊ยย่ะ! คุณบัญชา คุณดูแก่ไปเยอะเลยนะ ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปี อย่าเอาแต่ทำงานหนักสิครับหาเวลาออกกำลังกายบ้างสิ ไปตีกอล์ฟก็ได้ แล้วนี่พวกคุณแห่มาทำไม?
              คำทักทายของว่าที่ประธานคนใหม่ทำเอาพนักงานที่แห่มาต้อนรับต่างพากันหน้าหงายตึงไปตามๆ กัน
              “เอ่อพวกกระผมอ่า
               ผู้จัดการวัยห้าสิบเศษถึงกับพูดติดอ่างไปเลยทีเดียว รู้สึกอับอายขายหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาตัวเองก็ปานนั้น ที่ปราการพูดกับเขาเหมือนไม่ให้เกียรติ ทั้งๆ ที่เขาเองก็เป็นเหมือนญาติฝ่ายบิดาของปราการ
              “วันนี้ท่านประธานมาช็อปปิ้งค่ะทุกท่าน ต้องขออภัยด้วยนะคะที่รบกวนเวลาทำงาน”
              วดีเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดระหว่างประธานคนใหม่กับเหล่าพนักงานที่เริ่มวางตัวไม่ถูก พอวดีกล่าวจบ ทุกคนต่างหันขวับไปจ้องมองเด็กสาวข้างๆ ปราการเป็นสายตาเดียวระคนสงสัยว่าหล่อนเป็นใคร มาเผือกเรื่องคนอื่นทำไม เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นวดีคิดอะไรไม่ออกได้แต่หันไปทางเจ้านายของหล่อนที่ยืนจ้องมองมา พร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
               “เจ้านายคะ” วดีทำหน้าแหย จ้องมองเขาด้วยสายตาวิงวอน ปราการกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนหันไปกล่าวกับทุกคนเสียงดัง
               “เลขาผมน่ะ เธอชื่อ วดี ต่อไปถ้ามีอะไรก็สั่งผ่านเลขาคนนี้ได้ เธอจัดการแทนผมได้ทุกอย่าง โอเค.ครับขอบคุณที่มาต้อนรับ แต่วันนี้ผมไม่ได้มาทำงาน ขอเวลาส่วนตัวเดินช็อปปิ้งหน่อยก็แล้วกัน พวกคุณถ้าไม่มีอะไรก็กลับไปทำงานได้แล้ว ไม่ต้องมาเดินตาม เดี๋ยวลูกค้าจะพากันตื่นตกใจกันหมด”
               ปราการกล่าว พนักงานจึงทำการสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

               “เจ้านายไปบอกว่าวดีเป็นเลขาแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะคะ มันไม่ใช่เรื่องจริงเสียหน่อย”  วดีพูดกระซิบกับปราการ เมื่ออยู่กันสองต่อสอง
               “เมื่อก่อนใช่ แต่นับจากวันนี้เธอเป็นเลขาฉันเรียบร้อยแล้ว เข้าใจ๋?
               “ฮ้า! ได้ยังไงกันคะ?” วดีร้องเสียงหลง
               ประธานหนุ่มหันมาจุปากสั่งให้เบาเสียงลง “อยากให้คนทั้งห้างฯ รู้รึไงว่าเธอเป็นเลขา”
              “แต่วดีเป็นคนใช้นะคะ”
               “พ่วงตำแหน่งเลขาเข้าไปอีกจะเป็นไรไปยัยบ๊อง”
               “เจ้านายจะให้เด็กอย่างหนูเป็นเลขาเนี่ยนะคะ มันจะเป็นไปได้ยังไง วดียังเรียนไม่จบปริญญาตรีเสียด้วยซ้ำ”
               วดีพูดเสียงอ่อย คิดว่ามันเป็นเพียงการล้อเล่นของปราการ และคิดว่าไม่ถูกต้องที่คนอย่างเธอจะกลายเป็นเลขาให้ประธานใหญ่อย่างเขา ส่วนปราการนั้นเอาแต่หัวเราะขบขันกับท่าทางเอ๋อของเด็กสาว
              “ได้สิ เธอเป็นได้ทุกอย่างนั่นแหละถ้าฉันอยากให้เป็น ฉันเป็นใคร เห็นหรือยัง นอกจากความฉลาดแล้วเธอต้องมีอำนาจด้วยถึงจะเรียกว่าผู้ครองโลกอย่างแท้จริง ฮ่า ฮ่า”
                 ปราการกล่าว พร้อมกับหัวเราะเสียงดังตบท้าย
**********

             “ปอกซะกระเทียมน่ะผู้ครองโลก”
               พอกลับถึงบ้าน วดีเป็นใหญ่ในครัวจึงถือโอกาสนี้ออกคำสั่งเจ้านายที่เอาแต่ยืนเก้ๆ กังๆ มองดูกระเทียมตาปริบๆ
               “ทำไมต้องเป็นฉัน เธอเป็นคนใช้ก็ต้องทำทุกอย่างเองสิ มาสั่งฉันทำไม”
               “แล้วจะกินไหมข้าวน่ะ หนูทำคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ มีแค่สองมือ แค่ห้าหมื่นจะใช้ให้ทำทุกอย่าง เป็นทั้งคนใช้ เลขา มันไม่มากไปหรือคะเจ้านาย แล้วนี่จะคุ้มไหมเนี่ย”
              วดีเริ่มบ่นเป็นยายแก่ หันไปกลอกตาดำใส่เจ้านายที่ทำหน้าเหยเกย ไม่นึกเลยว่าเมื่อมาอยู่ในครัวจะถูกยัยเด็กอายุน้อยกว่าสั่งเอาๆ แบบนี้ เสียชื่อประธานใหญ่หมด ปราการคิด
              “บุญเท่าไหร่แล้วที่ฉันให้เธอเป็นเลขา ไม่มีใครอยู่กับฉันได้นานนักหรอกนะ เพราะถ้าไม่ถูกใจ ฉันไล่ออกหมด”
               “ถ้างั้นวดีก็คงจะเป็นรายต่อไปล่ะสิ?
               “ยังหรอกน่า
                “ทำไมคะ?
               “ก็เธอมันทั้งอึดทั้งทนน่ะสิยัยบ๊อง นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันเลือกเธอ ฮะ ฮะ”
              “ฮ้า!
************

             “วดีมานี่”
                หลังรับประทานอาหารเสร็จ เจ้านายจอมกวนประสาทของวดีก็เรียกเธอเข้าไปนั่งที่โซฟา
               “มีอะไรคะเจ้านาย วดีต้องขึ้นไปทำความสะอาดบ้านอีก” วดีว่า หล่อนต้องรีบเร่งทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนออกไปทำงานนั่งดริ๊งก์คืนนี้
              “นั่งลงก่อน มีเรื่องจะคุย”
               ปราการกล่าว ท่าทางเป็นงานเป็นการ ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเชียว
               “เรื่องคอขาดบาดตายเลยหรือคะ?
               “ใช่ก็แม่ฉันน่ะสิโทร.มาจะนัดให้ไปดูตัวกับใครก็ไม่รู้พรุ่งนี้ เธอช่วยเป็นแฟนฉันสักวันได้ไหม แฟนปลอมๆ น่ะ แค่วันเดียว”
                ปราการขอร้องแบบหน้าตาเฉย แต่ทำเอาวดีถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
               “อ่าคนใช้เลขาแล้วยังจะให้เป็นแฟนหลอกๆ อีกรึคะเนี่ยเฮ่ยนี่มันจะไม่มากไปหรือคะ วดีไม่ใช่หุ่นยนต์สารพัดนึกของคุณนะคะ”
              “ก็เป็นซะ”
                “ห๊ะ! ” ได้ยินแบบนั้นวดีแทบอยากจะกรีดร้องออกมาเป็นเสียงจิ้งหรีดเลยทีเดียว

to be continued>>>

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4, 2/2


            

เจ้านายอัจฉริยะ สาวใช้ EQ สูง, ตอน 4, 2/2

             ระหว่างเดินทางกลับคฤหาสน์ของปราการ วดีเก็บเอาเรื่องของรมย์ยามาคิดตลอดทาง และเรื่องของปราการเจ้านายหล่อนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เหมือนโจทย์ข้อใหม่ซึ่งวดีต้องตีโจทย์ให้แตกและแก้ปัญหาให้ออกว่าจะรับมืออย่างไรกับเขาต่อไปดี
               “ทำไงดีน๊าโจทย์สองข้อนี้ น่าปวดหัวจัง”
                เด็กสาวบ่นงึมงำ และเดินโซเซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ พอเปิดประตูเข้าบ้านก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเจอร่างสูงใหญ่กำลังยืนรออยู่ที่บันได
            “ทำไมเพิ่งกลับ?
              ปราการถามเสียงเคร่งเครียดราวกับผู้ปกครองของหล่อนก็ไม่ปาน
             “ก็วดีทำงานกลางคืนนี่คะเจ้านาย เวลาเลิกงานตีหนึ่ง ตีสองครึ่งกลับถึงบ้านนี่ก็คือเวลาปกติของวดี ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น ดูหนัง ฟังเพลงกับผู้ชายเสียหน่อย”
            “งานบ้าบอคอแตกอะไรของเธอ ดื่มเหล้าเมามายเพื่อเงินไม่กี่พันบาททุกวัน เธอรู้หรือเปล่าหนึ่งดริ๊งก์คือเท่าไหร่?
           “ห้าร้อยบาทไงคะ สำหรับลูกค้าขาจรอย่างเจ้านาย ถ้าเมมเบอร์ขาประจำก็จะตกดริ๊งก์ละสามร้อย”
           วดีกล่าวเสียงอ้อแอ้ เริ่มง่วงนอนและเพลียเต็มแก่
            “ไม่ใช่ ถ้าเธอดื่มวิสกี้หรือบรั่นดีหนึ่งดริ๊งก์ก็เท่ากับ 45 ซีซี  ไวน์หนึ่งดริ๊งก์ 150 ซีซี ส่วนเบียร์หนึ่งดริ๊งก์ 360 ซีซี จากผลการวิจัยถ้าเธอดื่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 100-200 กรัมต่อสัปดาห์อายุจะสั้นลงประมาณ 6 เดือน ถ้าดื่มมากกว่านั้นต่อเนื่อง ก็เตรียมสั่งโลงศพเอาไว้เลย เพราะตับของเธอจะค่อยๆ ถูกทำลาย สารพัดโรคก็จะตามมา ทั้งมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม สมองฝ่อ กล้ามเนื้อหัวใจพิการ และยังไม่นับรวมพวกโรคแอลกอฮอล์ลิซึ่มนั่นอีก เธอจะตายอย่างคนไร้ค่า แม้แต่ประตูสวรรค์ก็ไม่ยอมเปิดต้อนรับ เพราะศพของเธอมันเหม็นหึ่งด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ รู้ไว้ซะด้วยยัยบ๊อง!"
             ปราการร่ายยาวราวกับนักอ่านข่าว หรือหมอกำลังรายงานผลการตรวจสุขภาพให้คนไข้ฟัง วดีเอาแต่หัวเราะ เดินโซเซเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม แล้วกล่าวเสียงอ้อแอ้
           “เจ้านายขา อย่าห่วงนักเลยเรื่องความเป็นความตายของคนอื่น เพราะคนเราอยู่ได้ไม่ถึงร้อยปีหรอกก็ต้องตายอยู่ดี ส่วนจะตายด้วยวิธีไหนก็เป็นอีกเรื่อง แต่ตอนนี้ห่วงตัวเองเอาไว้ก่อนดีกว่า วดีง่วงนอนจะตายอยู่แล้วมีอะไรค่อยเอาไว้คุยกันใหม่พรุ่งนี้นะคะ กู๊ดไนท์
            พูดจบวดีก็เดินโซเซขึ้นไปข้างบน ปราการได้แต่ส่ายหัว แต่ก็ไม่วายเดินตามไปค่อนแคะหล่อนจนถึงหน้าห้อง
           “อ้าวๆ ดูๆ เดินเข้า ไหวรึเปล่าล่ะนั่น?
           “ไหวสิคะ คนอย่างวดีคอแข็งจะตาย”
           “ทำมาเป็นพูดเก่งเดินก็ยังจะไม่ไหว ให้ฉันพยุงไปนอนไหม?
            ปราการขันอาสา วดีหันขวับมามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
            “จะหลอกแต๊ะอั๋งหรือเปล่าเนี่ย หนูรู้ทันนะ พวกโคแก่อย่างเจ้านายชอบเด็กเอ๊าะๆ”
           “เอ้า! มโนไปโน่นยัยบ๊อง ใครจะแต๊ะอั๋งเด็กอย่างเธอ น้องสาวฉันอายุมากกว่าเธอเสียอีก อย่างเธอมันเป็นหลานฉันยังได้เลย”
             ปราการว่า แอบเคืองใจนิดๆ ที่โดนเด็กสาวหาว่าเป็น “โคแก่”
             “ให้มันจริงเหอะ วดีมีแผนการเกี่ยวกับชีวิตเยอะแยะ ไม่สนหรอกเรื่องพวกผู้ชาย ต่อให้รวยล้นฟ้าแบบเจ้านายก็ไม่ได้อยู่ในสายตา เอิ๊ก  
            วดีพร่ำไปเรอไป กลิ่นเหล้าโชยหึ่งไปทั่ว ปราการถึงกับเบือนหน้าหลบไปอีกทาง
           “ยัยเมรีขี้เมาเปิดประตูก็แทบจะไม่ได้ ยังจะมาปากดีอีก มานี่ฉันเปิดให้”
            ปราการคว้าเอากุญแจจากมือหล่อนมาเปิดประตูให้ ก่อนจะถือวิสาสะอุ้มเด็กสาวขึ้นในอ้อมแขน แล้วรี่ตรงไปที่เตียงนอน วดีตื่นตกใจในการกระทำของปราการ พยายามดิ้นรนจากอ้อมกอดแข็งแรงของเขา เมื่ออยู่บนเตียงด้วยกัน ปราการดึงหล่อนเข้าไปในอ้อมกอดแล้วรัดไว้แน่น
             “จะไปไหน”
            “ไหนเมื่อกี้บอกว่าไม่สนวดีไงคะ ฉันเด็กกว่าคุณตั้งสิบกว่าปีนะคะเจ้านาย เป็นหลานคุณได้เลยน๊า จะมากอดฉันทำไม ออกไปสิคะ”
             “นั่นมันเมื่อกี้ แต่ตอนนี้ฉันเห็นเธอเป็นผู้หญิง”
             “คนฉลาดเขาไม่ทำแบบนี้นะคะเจ้านาย”
             วดีพยายามหาถ้อยคำมาเกลี้ยกล่อมให้เขากลับใจ
             “บางครั้งฉันก็อยากลองเป็นคนโง่ดูบ้างไม่ได้หรือไง มานี่สิ ให้ฉันกอดเธอหน่อย แค่กอดเท่านั้นเอง”
            “ทำไมคะ?
            “ทำไมต้องถามหาเหตุผล ก็แค่อยากกอด”
             “แค่นั้นหรือคะ?
             “ฮืมแค่นั้นแหละ”
              เขาครางในลำคอ วดีจึงสงบนิ่งอยู่ในอ้อมกอดนั้นสักพัก ทั้งสองได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นตึ้กตั้กราวกับเสียงกลองตีแข่งกัน
              “เจ้านายคะ”
               วดีเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ และความคิดที่กำลังทำงานอย่างหนัก
              “ว่าไง?
               เจ้านายหล่อนก้มลงมามอง ใบหน้าและริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอันเย้ายวนของวดีมันกระตุ้นต่อมกามเขาจนร่างกำยำร้อนผ่าว และใจเต้นแรงขึ้นมาอีก
              “วดีอยากอาบน้ำ เจ้านายออกไปนอนห้องเจ้านายได้ไหมคะ?
               วดีคิดว่าเขาคงเข้าใจในความหมายของหล่อน
               “ฉันไม่กวนเธอหรอก ฉันนอนเฉยๆ ฉันนอนที่ห้องคนเดียวมันวังเวงยังไงชอบกล ไปสิเธอไปอาบน้ำซะ ฉันจะหลับแล้วล่ะ”
              ปราการว่า พลางหรี่ตาทำท่าเหมือนหลับอย่างที่บอก วดีลุกนั่งจ้องมองเจ้านายจอมกวนประสาทแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้ในความเอาแต่ใจของเขา
วดีนำเอาชุดนอนเข้าไปเปลี่ยนในห้องอาบน้ำด้วย เตือนตัวเองว่าต่อไปนี้ต้องคอยระวังตัวให้ดีเมื่ออยู่ใกล้ปราการ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนกับหล่อนอีก
             พอกลับออกมาจากห้องน้ำ ปราการยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ไม่มีทีท่าว่าจะลุกกลับออกไปนอนที่ห้องเขา วดีเดินเข้าไปเอาผ้าห่มคลุมร่างกำยำ ก่อนจะหยิบเอาหมอนลงไปนอนบนพื้นข้างเตียง ยื่นมือไปปิดสวิทช์ไฟที่หัวเตียง แล้วทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทางหมดเรี่ยวแรงพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ ในความมืดสลัว ปล่อยความคิดล่องลอยไปถึงแม่ที่ป่วยด้วยโรคไตซึ่งอยู่ต่างจังหวัด โชคดีที่แม่ของเธอยังมีพี่ชายกับพี่สะใภ้คอยดูแล วดีก็เพียงแต่มีหน้าที่หาเงินส่งไปให้พวกเขานำไปรักษาแม่ทุกสัปดาห์
              ไม่นานวดีก็ผล็อยหลับเป็นตายเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน
               พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเจ็ดโมงเช้า วดีนึกประหลาดใจที่พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง โดยมีเจ้านายของหล่อนกำลังนอนตะแคงข้าง จ้องมองอยู่แววตาแทบไม่กะพริบ วดีมองสบตาเขาไม่หลบเช่นกัน
              “มอร์นิ่ง” ปราการเอ่ยทักทายสั้นๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มให้ วดียิ้มตอบอย่างเขินๆ
              “เจ้านายยังไม่ออกไปอีกหรือคะ?
               “ไปไหน?
               “ก็ห้องเจ้านาย”
               “ในบ้านหลังนี้เป็นห้องของฉันหมด ฉันจะนอนไหนก็ได้” 
              เขากล่าวอย่างยียวน ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไรผมออกจากใบหน้าของหล่อน วดีขยับถอยห่างเล็กน้อย ปราการยื่นมือไปรั้งหล่อนเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมอก
              “อย่าทำแบบนี้สิคะเจ้านาย”
              “อยากจะทำ ใครจะทำไม?
              “วดีไม่ยินยอมพร้อมใจเสียหน่อย”
              “เดี๋ยวก็ยอม”
             น้ำเสียงปราการมั่นอกมั่นใจ
             “เอาแต่ใจตัวเอง”
              วดีต่อว่า พร้อมกับทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ
              “นั่นแหละฉัน”
              ปราการหัวเราะหึๆ ในลำคอ
             “จะปล่อยไหมคะ?
              “ยัง จนกว่าฉันจะพอใจ”
              “วดีไม่ใช่คุณตัวนะคะ แค่นั่งดื่มก็เหนื่อยแล้ว ยังจะมาโดนเจ้านายแต๊ะอั๋งที่บ้านอีก ถ้าเป็นแบบนี้หนูขอลาออกดีกว่า”
              “เธอกล้ารึ?
              “กล้าสิคะ วดีไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณซะหน่อย”
               “ลองดูสิ ฉันจะตามไปรังครวญเธอถึงร้านทุกวันเลยคอยดู” เขาขู่
               “วดีจะแจ้งความคุณข้อหาคุกคามทางเพศ”
                “ฉันจะพ้องกลับ”
               “ข้อหาอะไรคะ?
                “ข้อหาเอ่อชอบมาป่วนหัวใจคนแก่”
               “คนบ้า! เจ้านายโรคจิต วดีไม่คุยกับคุณแล้วค่ะ เดี๋ยวต้องออกไปจ่ายตลาด ไปด้วยกันไหมคะ?” วดีเปลี่ยนเรื่อง ปราการส่ายหน้าไปมา
               “ไม่ไปหรือคะ แล้วใครจะช่วยวดีถือของ?
               วดีถาม ทำตาละห้อย หวังว่าเจ้านายจะเห็นใจ อีกอย่างที่นี่ก็ห่างไกลจากถนนใหญ่หลายกิโลเมตร ถ้านั่งแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ต้องจ่ายหลายบาท
               “ฉันเป็นเจ้านายเธอ ไม่ใช่เด็กช่วยถือของ” ปราการว่า
              “แต่ที่บ้านไม่มีอะไรเลยนะคะ จะให้วดีเดินออกไปถนนเรียกรถแท็กซี่หรือไง เจ้านายมีรถก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์หน่อยสิคะ”
             “เธอไปหยิบเอากุญแจรถที่ห้องฉัน แล้วก็ขับเองสิ” วดีส่ายหัวไปมา
              “หนูขับไม่เป็น นั่งเป็นอย่างเดียว”
              หล่อนว่า ปราการกลั้นหัวเราะด้วยท่าทางสะใจ
             “แล้วยังไง?
            “เจ้านายก็ต้องเป็นคนขับ”
            “แลกกับอะไร?
             “อ้าว! แล้วคุณจะกินข้าวไหมคะวันนี้?
             “นั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง แต่ฉันอยากได้มากกว่านั้น”
             “อะไรคะ?
             ปราการชี้ที่แก้มตัวเอง
            “จะให้วดีเกาให้ใช่ไหม?
             วดีแกล้งยั่วโมโหเขาเล่น
             “ยัยบ๊อง! จูบต่างหาก เร็วสิ”
             “เอ่อ” วดีลังเล
            “แล้วแต่เธอนะ” ปราการว่าอย่างยียวน
            วดีจึงยื่นจมูกเข้าไปจะจูบที่แก้มเขา แต่ชายหนุ่มกลับฉวยโอกาสรั้งคอระหงเข้ามาใกล้และประทับจูบที่ริมฝีปากวดีอย่างเต็มๆ วดีรีบผลักเจ้านายจอมฉวยโอกาสออกอย่างเร็ว
            “เจ้านายทำอะไรคะ?
            “ไม่น่าถามก็จูบไง”
           “แล้วใครอนุญาตมิทราบ?
            วดีทำหน้าเหวี่ยงใส่ปราการ
            “ฉันนี่แหละอนุญาต”
            “คนบ้า! เอาแต่ใจตัวเอง”
            วดีตวาดแว้ดเข้าให้ ปราการเอาแต่หัวเราะหึๆ ดึงวดีเข้าไปกอดอีก หญิงสาวพยายามขัดขืนแต่กลับถูกเจ้านายหล่อนรัดแน่นกว่าเดิม
            “อย่าดิ้นรนหนีเสียให้ยาก” ปราการว่า
            “เราต้องไปซื้อของที่ตลาดแล้วนะคะ”
             “ห้างฯ เปิดสิบโมง” ปราการว่า
            “หนูหมายถึงตลาดไม่ใช่ห้างฯ”
            “ตลาดสกปรกน่ะรึ ทำไมไม่ไปห้างฯ?
            “ของแพงจะตาย เราต้องจ่ายภาษี และค่าเช่าให้ห้างฯ ช่วยเขาอีก สู้ไปตามตลาดธรรมดาๆ ดีกว่า ถูกดี”
          “ฉันเป็นใครเธอรู้หรือเปล่า กำลังพูดกับใครยัยบ๊อง?” ปราการบีบจมูกวดีเบาๆ
          “ก็เป็นเจ้านายของวดี เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้น่ะสิคะ”
          วดีตอบอย่างยียวน ทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่เต็มอกว่าเขาพยายามจะอวดว่าตัวเองเป็นถึงเจ้าของห้างฯ ชื่อดัง และโรงแรมหลายสาขาทั่วโลก
         “ฉันจ้างคนใช้มาผิดหรือเปล่าเนี่ย สมองเล็กนิดเดียว”
         “ถ้าเจ้านายฉลาดนักล่ะก็ ทำไมไม่คิดหาวิธีซื้อของเข้าบ้านเองบ้างล่ะคะ ที่บ้านไม่มีอะไรกินเลยสักอย่างแบบนี้ เจ้านายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไง กินอากาศแล้วอิ่มหรือเปล่าล่ะคะ เฮ้อ!

to be continued>>>