วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สะดุดรักยัยโกสต์ไรเตอร์โลกหม่น EP-4



EP-4 โดนซะ...

ปล่อย! คุณจะแบกฉันแบบนี้ไปอีกนานไหม เลิกเล่นละครได้แล้ว ปล่อยฉันลงซะที
เสียงตวาดแว้ดดังขึ้นจนแสบแก้วหู ชายหนุ่มกัดฟันดังกรอดๆ ทนแบกหญิงบ้ามาจนถึงหน้าบ้านพัก เมื่อมองไปรอบๆ ไม่เห็นสายตาคนอื่นคอยจ้องจับผิด เขาจึงทิ้งร่างหญิงสาวลงอย่างไม่ไยดี ร่างแบบบางหล่นกระทบกับพื้นเสียงดังพลั่ก!
โอ๊ย! คุณจะบ้ารึไง ทิ้งลงมาแบบนี้ได้ไง เจ็บตายชัก
ปิ่นปักโอดครวญอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บจุกไปทั้งร่าง
ยัยลูกอุกกาบาตเอ๊ย! 
เมื่อร่างปิ่นปักหลุดจากมือ ปุณวัฒน์ถึงกับทำท่าขนลุกราวกับขยะแขยงเสียเต็มประดา
            “คุณมันนักแสดงตัวพ่อชัดๆ
หล่อนค่อยๆ พยุงกายลุกยืน ต่อว่าเขาเสียงดัง ชายหนุ่มยิ้มเยาะใส่ หายใจดังฟืดฟาด ต่อว่าหล่อนกลับบ้าง
ซวยแท้ๆ เลยที่มาเจอคนแบบคุณ ในลิฟต์ที่คอนโดก็ทีหนึ่งแล้ว ยังจะตามมาหลอกหลอนกันถึงที่นี่อีก ยัยโกสต์บ้า
หะว่าไงนะ ใครกันยะยัยโกสต์บ้า?”
คุณน่ะแหละยัยโกสต์ ยัยผีไม่มีศาล เที่ยวหลอกหลอนคนอื่นเขาไปทั่ว
นี่! ชั้นไปทำอะไรให้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่ นายลูกครึ่งผีครึ่งคนหล่อนตะเบ็งเสียงใส่
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนในลิฟต์ไง คุณคงจำไม่ได้แล้วล่ะสิก็เมาซะขนาดนั้น ชายหนุ่มทบทวนความจำให้อีกฝ่าย ปิ่นปักนิ่งเงียบ ทำท่าครุ่นคิด ชั่วอึดใจ นัยน์ตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นหนาถึงกับเบิกโพลง
อ้อ! คุณน่ะเอง
หล่อนร้องขึ้นเหมือนเพิ่งนึกออก ปุณวัฒน์ทำหน้าลุ้น
จำได้แล้วใช่ไหม คุณมันบ้าทำลงไปได้ยังไง
แล้วคุณเอาหมาเข้ามาในลิฟต์ทำไม แถมทำอนาจารมันอีก ฉันเลยเตะโด่งเข้าให้ หญิงสาวกล่าว พลางหย่อนก้นลงที่ม้านั่งหน้าบ้านพัก ปุณวัฒน์ขมวดคิ้วมุ่น ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าหล่อนกำลังพูดถึงเรื่องอะไร
คุณพาหมาไปทำอะไรที่คอนโดล่ะ ไม่รู้หรือไงว่าเขาห้ามเลี้ยงสัตว์
อ้าวชักไปกันใหญ่ ชายหนุ่มคิด แต่พอมานึกทบทวนอีกที แม่นางแบบสาวคนนั้นก็ทำทรงผมคล้ายๆ กับสุนัขพันธุ์พูเดิลอยู่นิดๆ เหมือนกัน ชายหนุ่มถึงกับหัวเราะเสียงดัง
            “หัวเราะอะไรมิทราบ?”
ปิ่นปักจ้องมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
ปะ เปล่า ก็คุณพูดซะจนมองเห็นภาพ มิน่าล่ะถึงเป็นนักเขียน
ก็แหงอยู่แล้ว นักเขียนอย่างฉันสร้างใครต่อใครดังมานักต่อนักแล้วนะจะบอกให้
หล่อนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ นั่งไขว่ห้าง ยืดอกชูคอมองดูราวกับกิ้งก่าได้ทอง
เอาเถอะๆ ผมจะยอมเชื่อคุณสักครั้ง ไหนๆ ผมก็ตกลงเลือกคุณมาเขียนหนังสือให้แล้วนี่นะ คุณก็ทำหน้าที่ให้ดีก็แล้วกัน ส่วนนี่ก็คือที่พักของคุณระหว่างทำงานที่นี่ ส่วนผมพักอยู่บ้านหลังถัดไป ถ้าคุณต้องการอะไรก็กดกริ่งเรียกพนักงานได้เลย พวกเขาจะจัดการให้ทุกอย่าง
เขากล่าวรวบรัด เพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับหล่อนมากไปกว่านี้ นึกในใจ ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างเพี้ยนเอามากๆ และไม่ใช่คนที่จะพูดด้วยดีๆ ได้เหมือนกับคนทั่วไป อาจเนื่องมาจากอีโก้ในตัวหล่อนสูงปรี๊ด บวกกับท่าทางเย่อหยิ่งไม่ยอมใครง่ายๆ นั้นอีก ใครอยู่ด้วยก็คงนึกลำบากใจ เขาคิด
แล้วเป้สะพายฉันล่ะ?”
หล่อนถามขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้
เดี๋ยวเด็กจะนำเอามาให้ไม่ต้องห่วง ส่วนคุณก็เข้าไปพักผ่อนเถอะ ต้องการอะไรก็กดกริ่งเรียกพนักงาน เข้าใจไหมคุณนักเขียน ผมไปล่ะ
กล่าวจบชายหนุ่มก็สาวเท้าก้าวยาวๆ หายวับเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ถัดจากเรือนรับรอง ห่างกันไม่กี่เมตร ทิ้งให้หญิงสาวมองตามอย่างงงๆ
……….
เธอไปซะ อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก
ผู้กำกับหน้าหม้อทิ้งซองขาวใส่หน้านางแบบสาว กล่าวน้ำเสียงเย็นชาราวน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือ ถึงเด็กสาวจะทรุดนั่งลงต่อหน้า มันก็ทำไม่ยินดียินร้าย
ได้โปรดเถอะค่ะผู้กำกับ ให้โอกาสฉันได้ร่วมงานในสังกัดต่อด้วยค่ะ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ ให้โอกาสฉันด้วยเถอะค่ะผู้กำกับ
พอๆ ได้แล้ว นางแบบขาดประสบการณ์แบบเธอเลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก เลี้ยงหมาเสียยังจะดีกว่า บอกให้ถอดนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำอิดออด ถ้าเกิดมีปัญหา ลุกขึ้นมาฟ้องร้องฉันเหมือนแม่คนนั้นอีกคน แบบนี้ก็แย่ ไม่เอาดีกว่า เธอไปหาที่สิงสถิตใหม่ซะเถอะไป้
เสียงตวาดลั่นนั้นทำให้เด็กสาวแทบขวัญกระเจิง จำใจยื่นมือไปหยิบซองตรงหน้ามาเปิดดูด้วยมือสั่นเทา พอเห็นจำนวนเงินค่าแรง ปลายฟ้าถึงกับทำหน้าผิดหวังอย่างแรง
สามพันเองหรือคะ ไหนในสัญญาเขียนว่าจะจ่ายห้าพัน งานฉันก็ทำให้เสร็จแล้ว คุณทำแบบนี้มันเบี้ยวค่าแรงกันชัดๆ นะคะผู้กำกับ แล้วอีกสองพันอยู่ไหนล่ะคะ?”
หล่อนลุกขึ้นประท้วงเป็นครั้งแรก ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถ้าขืนยังมัวเกรงอกเกรงใจ และเอาแต่เงียบอมพะนำไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้ทวงความยุติธรรมให้ตัวเองเหมือนเมื่อก่อน นอกจากจะถูกเหยียบย่ำให้จมดินไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีแล้ว ชีวิตหล่อนเองก็มีหวังต้องพังด้วยเช่นกัน
แกต้องหาเงินมาให้ฉันสองหมื่นภายในอาทิตย์นี้ ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังจะได้กลับเข้าบ้าน ไสหัวเน่าๆ ของแกออกไปจากบ้านของฉันซะ...นังเด็กจรจัด
คำพูดของหญิงใจยักษ์ที่หล่อนอาศัยอยู่ด้วยยังตามมาหลอกหลอน นึกกลัวจริงๆ ว่าถ้าไม่มีบ้านให้ซุกหัวนอนแล้ววันนั้นหล่อนจะใช้ชีวิตอยู่ได้เยี่ยงไร กลับไปเป็นเด็กเร่ร่อนตามถนนเหมือนในวัยเด็กแบบเดิมกระนั้นหรือ แค่คิดก็ขนลุกซู่ด้วยความกลัว
ฉันขอเงินค่าแรงอีกสองพันด้วยค่ะ
หล่อนกัดฟันพูดแบบกล้าๆ กลัวๆ นายองอาจ ผู้กำกับใจยักษ์ไม่แพ้หญิงที่รับหล่อนไปอุปการะหันขวับมาจ้องราวจะกลืนกินหล่อนลงไปทั้งร่าง ขู่ฟ่อราวกับพญางูจงอาง
สามพันนี่ก็ถือว่าบุญโขแล้วสำหรับนางแบบกิ๊กก๊อกขาดประสบการณ์อย่างแก จะมาโอดครวญเอาหอกอะไรอีก ไปซะนังเด็กเมื่อวานซืน ก่อนที่ฉันจะโมโห และเธอก็จะไม่ได้อะไรจากฉันเลยแม้แต่แดงเดียว
เสียงนั้นช่างมีอิทธิพลสามารถบีบขยี้คนตัวเล็กๆ เช่นหล่อนให้หดลีบไม่ต่างจากมดปลวก ปลายฟ้ากำซองสีขาวแน่น แม้จะรู้สึกโกรธจนตัวสั่น แต่เธอก็ได้แต่อดทนอดกลั้นเอาไว้ลึกๆ เดินก้มหน้าคอตก น้ำตาไหลซึมไปเก็บข้าวของ แล้วจากไปอย่างเงียบๆ สต๊าฟคนอื่นๆ พากันยืนมองดูอยู่ห่างๆ แม้จะนึกเวทนาแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง เพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย
……….
ชีวิตมันไม่ง่ายจริงๆ เลยนะเนี่ย
      ปิ่นปักจ้องมองเสื้อสามสี่ชุดในกระเป๋าสะพายที่เปียกแฉะ รวมถึงโน้ตบุ๊ก และมือถือที่พลัดตกน้ำไปพร้อมกับหล่อนในสระ พอทดลองเปิดเครื่องดู หญิงสาวถึงกับทอดถอนหายใจดังเฮือก
ไม่คงทนจริงๆ ของนอกกายพวกนี้ ส่วนเสื้อผ้าพวกนี้ก็เปียกหมด แล้วฉันจะใส่อะไรล่ะทีนี้ หือ ยัยผมแดง?”
ประโยคสุดท้ายหล่อนหันไปถามเด็กสาวแตงโมผู้นำเอาข้าวของมาส่ง แตงโมเป็นเด็กสาวหัวไวและอารมณ์ดี จึงไม่ค่อยถือสาหาความกับคำพูดของอีกฝ่าย เด็กสาวกล่าวแนะนำว่า
ชุดของพนักงานเราก็มีเยอะแยะนะคะพี่ ออกแนวเสื้อผ้าไทยๆ แบบเสื้อผ้าที่พี่ใส่ตอนกลางวัน พี่สนใจจะใส่ไปก่อนไหมคะ รอให้ฉันนำชุดพี่ไปซักแห้งเสร็จค่อยเปลี่ยนกลับคืน รับรองไม่นานเกินรอหรอกจ้ะ
งั้นก็จัดมา ชุดแบบไหนก็ไม่เกี่ยงหรอก ขอให้ปกปิดร่าง
กายได้ก็เป็นพอ
ปิ่นปักบอกอย่างไม่ถือสาซึ่งถูกใจเด็กสาวเสียนักหนา ตั้งแต่เจอแขกของเจ้านายมาพักก็ล้วนแต่เจ้ายศเจ้าอย่าง และเรื่องมากไฮโซกันทั้งนั้น อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ได้ แต่รายนี้กับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะไม่เรื่องมากแล้ว หล่อนยังสามารถปราบเจ้านายเธอซะจนอยู่หมัด ถ้าจับทั้งคู่มาเป็นเนื้อคู่กันคงจะสนุกไม่เบา หล่อนคิด พร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างมีเลศนัย
เสียงเพลงร็อกสากลดังกระหึ่มเล็ดลอดออกมาจากเรือนชวนชื่น ทำให้ทั้งสองสาวหันมองหน้ากันไปมา
เอาอีกแล้วเจ้านาย วิญญาณผีร็อกเกอร์เข้าสิงอีกแล้ว
แตงโมกล่าวขึ้น พร้อมกับหัวเราะขบขัน แต่อีกฝ่ายเอาแต่ทำหน้ามุ่ย ถามว่า
ผีร็อกเข้าสิงบ่อยแค่ไหน?”
ก็เกือบทุกวันแหละค่ะ ถ้าอยู่บ้าน แต่ถ้าออกไปทำงานที่ออฟฟิศ เจ้านายก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคน ทั้งเจ้าระเบียบไม่มีใครเกิน ถ้าใครทำอะไรผิดพลาดนิดๆ หน่อยๆ อย่าให้เจ้านายรู้เห็นเป็นเด็ดขาด มีหวังถูกเทศนาไปตลอดทั้งวัน ที่สำมะคัญ คือ ต้องพูดเพราะด้วยค่า ไม่งั้นโดน…”
แตงโมใช้มือทำท่าเชือดคอตัวเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวชวนขนหัวลุก ปิ่นปักหน้านิ่วคิ้วขมวด จินตนาการถึงตอนเวลาทำงานแล้วมีเพลงร็อกเปิดดังไปด้วย งานเขียนคงออกมาเละตุ้มเปะกันล่ะคราวนี้
แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ดีแน่
หล่อนบ่นงึมงำ พอสวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่เด็กสาวนำมาให้เสร็จจึงรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากบ้านไปตามเสียงเพลงทันที แตงโมร้องถามด้วยความอยากรู้ ขณะที่สองมือกำลังปัดกวาดบ้าน พี่จะไปไหนคะ หนูไปด้วยได้ไหม?”
เธอทำงานต่อไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปท่องดาวอังคารเสียหน่อย
……….
ปิ่นปักผลักประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ คิดว่ายังไงเสียวันนี้ก็ต้องพูดคุยกับเจ้าของบ้านให้รู้เรื่อง หล่อนไม่ชอบเลยเวลามีอะไรค้างคาใจแบบนี้ ถ้าจะทำอะไรต้องชัดเจน ตรงไปตรงมา นั่นคือหลักการและปรัชญาในการใช้ชีวิตของหล่อน
หญิงสาวเดินดุ่มๆ ตามเสียงเพลงที่ลอยมาจากห้องโถงใหญ่ พอถึงเครื่องเสียงที่กำลังเล่นอยู่ ปิ่นปักหันซ้ายหันขวา เมื่อไม่พบเจ้าของบ้านจึงยื่นมือไปปิด
ใครปิดเพลง คุณใบหรือเปล่า?”
เสียงร้องถามดังมาจากห้องน้ำ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเจ้าของบ้านผลักประตูโผล่หน้าออกมา มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันท่อนล่างไว้ เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนูนเป็นมัดๆ ราวกับนักกีฬาเล่นเพาะกาย ครั้นเมื่อชายหนุ่มเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก เขาถึงกับร้อง เฮ้ย!ด้วยความตกใจและคาดคิดไม่ถึง รีบเดินกลับเข้าห้องน้ำไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทันที ก่อนจะเดินออกมาอีกครั้ง พร้อมกับต่อว่าหญิงสาวเสียงดัง
            “นี่คุณใครอนุญาตให้เข้ามา นี่บ้านชายโสดนะ เป็นสาวเป็นนางแท้ๆ ไม่รู้จักอายหรือยังไง แล้วนี่ยังจะมายืนเท้าสะเอวจ้องผู้ชายตาไม่กะพริบอยู่อีก เป็นนักเขียนแท้ๆ สะกดเป็นหรือเปล่าคำว่า ละอายใจน่ะคุณ?”
เอ้า เอาเข้าไปๆ จะบ่นสร้างโลกขึ้นมาอีกใบรึไงคุณ ฉันไม่คิดจะพิศวาสคุณอยู่แล้วล่ะ จะให้รู้สึกละอายไปทำไม อีกอย่างฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณเคยคั่วหรอกนะ อย่าหวังว่าจะได้เห็นความเป็นกุลสตรีจากฉันเลยชาตินี้ และคำว่า ละอาย จึงไม่มีในพจนานุกรมของฉันจำเอาไว้ด้วยนายท่าน
น้ำเสียงหล่อนไม่ยินดียินร้าย ทั้งเย็นชาและท่าทางกร่างราวกับนักเลง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนามองมาที่เขาช่างว่างเปล่าเสียจนชายหนุ่มสะท้านเยือกไปทั้งร่าง เพิ่งเข้าใจคำว่า ขนหัวลุกจริงๆ ก็วันนี้เอง เขานิ่งเงียบไม่โต้ตอบหญิงสาว แต่กลับเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเลือกเสื้อผ้ามาสวมก็ไม่วายที่จะบ่นงึมงำตามความเคยชิน
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยัยโกสต์นี่ท่าจะเฮี้ยนเอามากๆ แล้วเข้ามาบ้านคนอื่นทำไมกันหว่า
เขานึกสงสัย พอจัดแจงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เมื่อเดินกลับออกไป ปุณวัฒน์ต้องนึกประหลาดใจอีกรอบที่สังเกตเห็นโกสต์ไรเตอร์สาวกำลังถือปลั๊กไฟเต็มกำมือ ชายหนุ่มหันไปมองที่เครื่องเสียงซึ่งเหลือเพียงตัวเครื่องไร้สายไฟ เขาถึงกับอ้าปากค้าง หมดคำที่จะเอ่ย
คุณนี่มัน…”
ลงมาจากดาวอังคารกลับสู่ดาวโลกได้แล้วคุณ
หล่อนบอก
หมายความว่าไง?” เขาทำหน้างงงันกับคำพูดนั้น
คุณฟังเพลงร็อกทุกวันใช่ไหม?” หล่อนตั้งคำถาม
อือฮึแล้วมันเกี่ยวอะไรกับดาวอังคาร?”
เกี่ยวเต็มๆ ก็ดาวอังคารมีแต่หิน ภาษาอังกฤษ หิน แปล
ว่า…”
ร็อกเขาตอบรับอย่างเร็ว ทำให้เข้าทางอีกฝ่าย
แต่ประเด็นจริงๆ คือ คุณน่ะเปิดเพลงเสียงดังเกินไป หนวกหู! แล้วแบบนี้ฉันจะทำงานได้ยังไง ต่อไปนี้คุณห้ามเปิดเพลงนะคะเจ้านาย
ชายหนุ่มที่เอาแต่ทำหน้างง พอได้ยินประโยคสุดท้าย สติที่เคยหลุดไปอยู่บนดาวอังคารถึงกับหล่นตุ้บกลับสู่ดาวโลกทันที
ได้ไงครับ ผมฟังของผมแบบนี้ทุกวันไม่เห็นมีใครว่า แล้วคุณเป็นใครมาสั่งผม ผมเป็นเจ้านายนะไม่ใช่ลูกน้องแบบคุณจะมาสั่งให้ทำโน่นทำนี่ตามใจ
โอเค โอเค้ ใจร่มๆ เจ้านาย…”
หล่อนกล่าวเสียบเนิบช้าสะกดอีกฝ่ายให้สงบลงเหมือนนักสะกดจิต
แล้วเจ้านายมีบ้านพักหลังอื่นให้ฉันมั้ย เอาที่ไกลๆ จากบ้านคุณเท่าไหร่ก็ยิ่งดี มีมั้ย?”
       หล่อนถามน้ำเสียงราบเรียบ แววตาคู่นั้นว่างเปล่าเย็นชา บวกกับบุคลิกแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนหวาน ไร้การผ่อนปรน เขาไม่เคยเห็นใครเหมือนหล่อนมาก่อนในชีวิต จึงอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ เพราะอะไรกันหนอจึงทำให้นักเขียนเงาผู้นี้กลายเป็นคนเลือดเย็น ไร้น้ำใจเช่นนี้...
ไม่มีหรอก…” เขาตอบสั้นๆ ช่างเป็นคำตอบที่เย็นชา ไร้น้ำใจไม่ต่างกัน
อย่างนี้แหละเหมาะสมแล้วกับคนแบบหล่อน สมควรโดนซะบ้างแม่นักเขียนเงา ผู้จองหอง อวดดี!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น