วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สะดุดรักยัยโกสต์ไรเตอร์โลกหม่น EP-2




EP-2 คู่กัดกระตุกต่อมฮา


ปิ่นปักสะพายเป้กระชับไหล่ ขยับแว่นหนาเรียกความมั่นใจ ก่อนสาวเท้าก้าวลงเรือด่วนที่มาจอดรับผู้โดยสารด้วยท่าทางเซ็งเป็ด บนเรือมีผู้โดยสารประมาณหกราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสี่คน หญิงสอง ชายสอง และอีกสองรายเป็นหญิงชรากับเด็กสาววัยยี่สิบต้นๆ ชาวไทย เมื่อสังเกตดูคิดว่าคงเป็นผู้อาศัยบนเกาะ เพราะในมือหอบหิ้วข้าวของผักปลาพะรุงพะรัง
จะไปไสล่ะอีหล่า?”
หย่อนก้นลงนั่งไม่ถึงนาที หญิงชราวัยประมาณหกสิบกว่าก็เอ่ยถามขึ้น ปิ่นปักหันขวับไปมองอย่างไม่เป็นมิตร ชีวิตหล่อนไม่อาจไว้ใจใครได้นอกจากคฑากร ออกจะแปลกที่จู่ๆ ก็มีคนมาเจ๊าะแจ๊ะด้วย ทำทีเป็นถามไถ่มีน้ำใจ แต่สุดท้ายอาจหวังผลอะไรบางอย่าง หล่อนคิด
“….”
เอ้า ถามแล้วเป็นหยังจังบ่ตอบล่ะอีนาง?”
แม่เฒ่าท่าทางไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบเฉย
เจ้าเว้าอีสาน เพิ่นบ่เข้าใจดอก
เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ กล่าวขึ้น ผมสีแดงผ่านการย้อมมาหมาดใหม่ปลิวไสวโต้คลื่นลมทะเลที่ปะทะมา เสียงหัวเราะคิกคักของหล่อนทำให้นักเขียนขี้ระแวงแสลงหูเสียจนอยากลุกขึ้นเอาปลาทูตาใสในตะกร้ายัดปากให้รู้แล้วรู้รอด
มนุษย์ต่างดาวพวกนี้เงียบหน่อยได้ป่าว
ประโยคสั้นๆ อันทรงพลังต่อยเข้าที่ปากหญิงสองวัยอึ้งกิมกี่ เหลียวมองสบตากันอ้าปากค้าง
ป้าดดดเจ้าคือมาเว้าจังชั่นอีหล่า ผู้จบผู้งามคือเว้าบ่ม่วนแท้ แม่เฒ่าบัวผันเหลือใจหลาย ถูกเด็กเมื่อวานซืนริมาลูบคม นักเขียนสาวส่ายหน้านึกเอือมระอา ก่อนจะพ่นถ้อยคำเชือดคอนางจนหมอไม่รับเย็บ
แม่ใหญ่ผีเจาะปากบ้อ เจ้าคือมาเว้าหลายแท้น้อ?”
แม่เฒ่าผีเจาะปากถึงกับประคองสังขารผุๆ เอาไว้แทบไม่ทัน นางเกือบหงายเงิบพลัดตกเรือที่กำลังเคลื่อนออกจากฝั่ง ส่วนเด็กสาวแตงโมก็เอาแต่หัวเราะก๊ากๆ ไม่หยุด คิดในใจโดนดีเข้าแล้วไหมล่ะ แม่บ้านใหญ่ที่ใครต่อใครต่างก็ยำเกรงเสียนักหนา ตอนนี้ถูกเด็กเมื่อวานซืนหุบปากเข้าให้โดยไม่ต้องออกแรง...
……….
เสียงดนตรีดังแผ่วมาจากบ้านเรือนไทยสองชั้นหลังหนึ่ง หน้าบ้านเขียนว่า เรือนชวนชื่นสร้างแยกออกมาจากบ้านพักหลังอื่นๆ เล็กน้อย ภายในบ้านตกแต่งอย่างสวยหรู เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน เจ้าของบ้านหนุ่มเดินเพ่นพ่านไปมา พลางร้องเรียกหาผู้ดูแลเสียงดัง
ใครอยู่แถวนี้บ้าง คุณใบ คุณแตง ไปไหนกันหมดเนี่ย
ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด สักพักชายสูงวัยวิ่งหน้าตั้งเข้ามาท่าทางตื่นตระหนก นายครับนายเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ
มีเรื่องอะไรใหญ่กว่าฝุ่นพวกนี้ล่ะครับ ผมไม่อยู่แค่วันเดียวก็ปล่อยให้ฝุ่นเกาะได้หรือ ฝุ่นพวกนี้ก็ช่างขยันมาเข้าบ้านคนกันจัง เมื่อไหร่พระเจ้าจะสาปให้หมดไปจากโลกเสียทีก็ไม่รู้
เขาเท้าสะเอวตำหนิฝุ่นเสียงดังฉอดๆ พ่อบ้านใหญ่ทำท่าโบกไม้โบกมือไล่ฝุ่นช่วยอีกแรง แต่ดูไปดูมาเหมือนจะไล่ให้เจ้านายหยุดบ่นเสียมากกว่า
เรื่องฝุ่นเอาไว้ก่อนเถอะเจ้านาย ตอนนี้มีเรื่องคอขาดบาดตาย เจ้านายต้องไปดูด้วยตัวเอง 
เขารายงาน ท่าทางกระสับกระส่าย
เรื่องอะไรครับคุณใบ ทำไมทุกวันมีแต่เรื่องไม่รู้จบสิ้น ทุกคนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยบ้างหรือไง มีเรื่องได้ทุกวัน
เจ้านายคร้าบเรื่องเทศนานี่เอาไว้ก่อนดีกว่าครับ ตอนนี้คุณต้องไปกับผมก่อนเร็วครับเร้ว…”
นายใบกล่าว นอกจากเขาจะมีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายมารดาของปุณวัฒน์แล้ว ยังเป็นเลขาส่วนตัวและพ่อบ้านคอยจัดการดูแลความเรียบร้อยภายในรีสอร์ตอีกด้วย
เกิดเรื่องอะไรอีกครับวันนี้?”
ชายหนุ่มถามขึ้นอีก รู้สึกเพลียเล็กน้อยเพราะเมื่อคืนเดินทางไปร่วมงานปาร์ตี้สละโสดเพื่อนที่ภูเก็ตจนเกือบสว่าง
            “ไปถึงก็ตรัสรู้เองแหละครับ
คุณใบพูดซะผมเป็นพระพุทธรูปเลยนะครับ
พระพุทธเจ้าครับนาย ไม่ใช่พระพุทธรูป นายน้อยต้องไปเรียนภาษาไทยเพิ่มด้วยนะครับ
พ่อบ้านใหญ่แนะนำ พร้อมกับหัวเราะอย่างนึกเอ็นดูเขา
……….
บริเวณสระน้ำอินฟินิตี้เชื่อมติดกับทะเลด้านหน้ารีสอร์ต
อันดาดรีม ผู้คนต่างห้อมล้อมเป็นไทยมุงเพื่อดูอะไรบางอย่าง เสียงโหวกเหวกโวยวายของชายคนหนึ่งแว่วดังมาตามสายลม
            เธอเป็นแค่นางแบบกระจอกๆ บอกให้ทำอะไรก็ต้องทำตามสิ จะมาโวยหาพระแสงอะไรกัน ค่าเช่าสถานที่แต่ละชั่วโมงแพงนะโว้ย เร็วๆ เข้า ถอด!
ผู้กำกับคนดังฉายา เอาหมดถ้าคลำไม่เห็นหาง ตะโกนออกคำสั่ง พลางนั่งกระดิกเท้าบนเก้าอี้ ราวกับเจ้าพ่อมาเฟีย สต๊าฟทุกคนพากันขี้หดตดหายไปตามๆ กัน ยิ่งเสียงนั้นตะเบ็งดังขึ้น ต่างก็วิ่งลนลานจนทำอะไรกันไม่ถูก โดยเฉพาะนางแบบน้องใหม่สาวสวย เธอถึงขั้นประสาทหลอนตัวสั่นงันงกเป็นเจ้าเข้า
พอเหล่าช่างแต่งหน้า ช่างแต่งตัวเข้าไปรุมล้อมหวังจะถอดเสื้อผ้าให้ เด็กสาวถึงกับสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีก ได้แต่สวดภาวนาขอให้ไอ้หน้าหม้อยอมเปลี่ยนใจ แต่เธอคงฝันลมๆ แล้งๆ ไปฝ่ายเดียว มันหันหน้าเลวสถุลมาทางหล่อน เด็กสาวหลับตาปี๋เมื่อสต๊าฟคนหนึ่งดึงผ้าที่มีอยู่น้อยชิ้นนั้นออกจากไหล่
อย่าไปยอมมัน เอาสัญญาออกมาโชว์สิวะไอ้ เอาหมด!ใครจะคาดคิด เสียงนั้นราวกับฟ้ามาโปรด
โอคุณพระคุณเจ้า ท่านส่งเทวดามาช่วยลูกไว้แท้ๆ
เด็กสาวประคองมือไว้บนอก ปลุกปลอบใจตัวเอง รอดแล้วๆ หล่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังเบื้องหน้าห่างไปไม่ถึงสิบเมตร เห็นวีรสตรีผู้หนึ่งกำลังยืนจังก้าเท้าสะเอว ส่งสายตาพิฆาตไปยังผู้กำกับหน้าหม้อ
ทุกคนหันขวับไปตามเสียงดังกล่าว ต่างแปลกใจระคนสงสัย แต่คนที่แปลกใจมากกว่าใครเพื่อนเห็นจะเป็นเจ้าของรีสอร์ตหนุ่มลูกครึ่งผู้เพิ่งก้าวเข้ามาในที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี เขาจ้องมองเจ้าของเสียง นัยน์ตาแทบปลิ้นแล้วปลิ้นอีก พอเห็นใบหน้าหล่อนชัดๆ ถึงกับอ้าปากค้างราวกับเห็นผีหลอกตอนกลางวัน
เหวอยัยผีในลิฟต์!
……….
ทุกคนต่างพากันเงียบกริบ เมื่อเห็นผู้กำกับฉายาไม่รื่นหูรายนั้นกำลังยืนพูดคุยกับหญิงสาวลึกลับหน้าดำคร่ำเคร่ง สต๊าฟบางรายถึงกับลุ้นจนตัวโก่งหวังให้ฝ่ายหญิงเอาชนะผู้กำกับบ้ากามของพวกเขา
ปลายฟ้านางแบบหน้าใส นัยน์ตาชวนฝันได้แต่ยกมือขึ้นประสานกันที่อก ทำท่าภาวนาแทบลืมหายใจ ฝ่ายเจ้าของสถานที่หนุ่มก็เอาแต่ยืนงง แอบคิดในใจ ใครเป็นเจ้าของสถานที่กันหว่า ทำไมยัยผู้หญิงบ้าถึงได้ดูมีอิทธิพลต่อชายผู้นั้นนัก
 ต่อเมื่อทั้งสองพูดคุยกันเสร็จ ผู้กำกับหน้าหม้อก็เดินอุ้ยอ้ายกลับเข้ามาที่กองถ่าย ส่งเสียงดังกลบเกลื่อน
ทำงานๆ ถ่ายต่อๆ
เมื่อสายตาเจ้าเล่ห์เหลือบไปมองเห็นปิ่นปักกำลังชูมือถือขึ้น เสียงที่เคยแผดดังก็ค่อยๆ ลดระดับลงเหมือนเขากำลังถูกอีกฝ่ายขู่บังคับอย่างไรอย่างนั้น
นี่เธอ นางแบบใหม่ไม่ต้องถอดแล้ว ส่วนเสื้อผ้าก็กลับไปใส่ตามคอนเซ็ปต์เดิมที่ร้านให้มา อ้าวสต๊าฟเร่งทำงานกันเข้า จะหมดวันแล้วงานยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย พวกนี้เดี๋ยวก็โดนให้ออกแม่งทั้งกองเลย
สิ้นคำสั่งผู้กำกับใหญ่ ทุกคนต่างวิ่งกระจัดกระจายไปทำงานต่อ โดยไม่มีเวลาหันไปใส่ใจหญิงสาวลึกลับคนนั้น
พอปิ่นปักเหลือบไปเห็นปุณวัฒน์ เจ้าของรีสอร์ตเข้าโดยบังเอิญ หล่อนถึงกับขมวดคิ้ว ทำหน้าครุ่นคิด
ตาฝรั่งนี่เคยเห็นที่ไหนนะ คุ้นหน้าจัง
ไม่ทันก้าวเดินออกจากบริเวณสระน้ำ ปิ่นปักก็ต้องนึกแปลกใจที่ฝ่ายชายสาวเท้ายาวๆ เข้าไปประชิด พร้อมกับจ้องหน้าเหมือนกำลังตั้งคำถามแบบรัวลูกกระสุนใส่
 คุณเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
หญิงสาวจ้องกลับนัยน์ตาแทบถลน
จ้องหาเรื่องผิดคนซะล่ะมั้ง แล้วนี่เมิงเป็นใคร มายืนจ้องหน้าอยู่ได้ อยากโดนตึ้บเรอะไงอ้ายลูกครึ่ง
ต่างฝ่ายต่างทำสงครามเย็น ใช้มโนภาพเข้าห้ำหั่นอีกฝ่ายอย่างดุเดือด
ว่าไงล่ะ จะตอบดีๆ หรือเปล่า?”
 จู่ๆ ปุณวัฒน์ก็โพล่งถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาหลายคนต่างทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ไม่เว้นแม้แต่ปิ่นปักที่เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
นายน้อยทำไมจู่ๆ ไปถามคุณผู้หญิงเขาแบบนั้นเล่าครับ?” เสียงนายใบเตือนขึ้นด้านข้าง ทำให้ปุณวัฒน์ได้สติ
อ้อ! จริงแฮะ
แล้วเจ้าของเกาะซังกะบ๊วยอยู่ไหนล่ะ มีใครพอจะพาไปพบได้ไหมลุงสุภาพ?”
หญิงสาวหันไปถามนายใบที่ท่าทางสุภาพอ่อนน้อมเสียจนหล่อนนึกอยากตั้งชื่อว่า สุภาพให้ขึ้นมาทันที
หะเกาะซังกะบ๊วย…”
คนฟังถึงกับเดือดปุดๆ เลือดขึ้นหน้า ยกมือชี้หน้าหญิงสาว แต่ไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำที่เป็นภาษาไทยคำไหนมาต่อว่าอีกฝ่ายจึงจะทำให้เธอผู้นี้รับรู้ถึงความเป็นผู้ดีกับเขาขึ้นมาเสียบ้าง
นี่นายฝาหรั่งนายเป็นใครยะ ทำไมมาทำท่ายึกยักๆ กวนประสาทสายตาจัง หลบหน่อยสิปวดตาจะแย่ ทั่วบ้านทั่วเมืองมีแต่พวกลูกครึ่งผีครึ่งคนเต็มไปหมด
ว่าแล้วหญิงสาวก็ทำท่าสะบัดมือไล่ชายหนุ่มให้ไปพ้นๆ หน้า พนักงานต่างยืนมองกันตัวเกร็ง เด็กสาวที่นั่งเรือโดยสารข้ามฟากมาด้วยกันเดินเข้าไปสะกิดปิ่นปัก เมื่อสังเกตเห็นเจ้านายหนุ่มมีท่าทีโกรธขึ้งจนควันออกหู ไม่เคยเลยจริงๆ ในชีวิตที่จะมีใครมาต่อว่าเขาด้วยคำหยาบคายแบบนี้ แล้วยัยผู้หญิงบ้านี่เป็นใคร กล้าดียังไงจึงได้บังอาจโยนลูกระเบิดเข้ามาใส่เขาแบบนี้
พี่แว่นจะมาพบเจ้านายทำไมหรือจ๊ะ?”
เด็กสาวกระซิบถามเสียงสั่น ขณะสายตาก็เหลือบมองเจ้านายที่กำลังหน้าแดงก่ำไม่วางตา ปิ่นปักหันมาทางแตงโม แล้วซักถามขึ้นด้วยความสนใจ เธอทำงานที่นี่หรือผมแดง?”
เด็กสาวหน้าหงายเงิบไปอีก นึกขำในใจที่ได้ยินหญิงสาวใช้คำศัพท์แสงแต่ละคำ มันช่างแสบสันสะใจชวนให้นึกสงสัยขึ้นมาตงิดๆ หล่อนต้องการพบเจ้านายไปทำไมกันนะ งานนี้คงมันส์พ่ะย่ะค่ะเด็กสาวหัวเราะอึกๆ ในลำคอ
ฉันชื่อแตงโมจ้าพี่ ไม่ใช่ผมแดง ส่วนเจ้านายหนูก็ยืนอยู่ข้างๆ พี่นั่นไงล่ะจ๊ะ แตงโมชี้นิ้วไปยังฝรั่งลูกครึ่งผีครึ่งคน แล้วกลั้นหัวเราะ ปิ่นปักหันไปมองปุณวัฒน์ เจ้าหล่อนตีหน้ามึน แถมยังถามแบบเก็บอาการว่า  
คุณเหรอที่ชื่อปุณวัฒน์ บราวน์เด็น หรือคุณลุงคนนี้?”
 หล่อนแกว่งนิ้วชี้ไปมาระหว่างชายสองวัยที่ยืนเคียงคู่กันราวแฝดคนละฝา นายใบรีบโบกไม้โบกมือเป็นการใหญ่ ก่อนจะชี้ไปที่เจ้านายตัวเอง
คนนี้ๆ ผมไม่เกี่ยว
อ้าว คุณใบไปบอกคนปากกระจาดแบบนี้ทำไม
ชายหนุ่มหันไปต่อว่าพ่อบ้านคนรู้ใจ ผู้อาวุโสได้แต่หัวเราะขบขันเจ้านายตนที่ยังใช้คำพูดผิดๆ ถูกๆ
คุณจะว่าฉันปากจัด ทำนองนั้นหรือเปล่าล่ะ?”
ปิ่นปักถามอย่างคาดเดา
เอ้อใช่ๆ ปากจาด
ปากจัดครับเจ้านาย
นายใบย้ำบอก ทำเอาทุกคนถึงกับฮาก๊ากขี้แตกขี้แตน ไม่เว้นแม้แต่ปิ่นปักที่ลงไปนั่งยองๆ หัวเราะตัวงออยู่กับพื้น แต่ฝ่ายที่ถูกมองเป็นตัวตลกกลับดูไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
นี่! หยุดหัวเราะกันได้รึยัง ทุกคนกลับไปทำงาน ว่างนักหรือไงมายืนหัวเราะเจ้านายอยู่ได้
สิ้นเสียงคำราม พนักงานทั้งชายหญิงราวๆ สิบกว่าคนต่างพากันวิ่งเผ่นแน่บป่ากระเจิงไปคนละทิศละทาง ปิ่นปักจึงค่อยๆ พยุงตัวลุกยืนอย่างช้าๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้ากล่าวแนะนำตัวเองกับชายเจ้าของรีสอร์ตผู้จะมาเป็นเจ้านายในอนาคตของหล่อน

ไฮ! ฉัน สายนที  โทษทีที่แนะนำตัวช้าไปหน่อย คุณปุณวัฒน์ บราวน์เด็น




 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น