สะดุดรักยัยโกสต์ไรเตอร์โลกหม่น EP-3




EP-3 โถพ่อนักบุญใจโหด



ปุณวัฒน์ บราวน์เด็น เดินไปเดินมา จ้องมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มือหนึ่งกอดอก อีกมือยกขึ้นเกาคาง ทำท่าครุ่นคิดหนัก
สายนที สายนที ผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายหรอกเหรอ เห็นบอกว่าไม่ชอบปรากฏตัวให้ใครเห็นง่ายๆ คุณถูกจ้างมาหรือเปล่า สารภาพมาซะดีๆ ก่อนที่ผมจะแจ้งจับคุณข้อหาสวมรอยเป็นคนอื่น ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาขู่ หญิงสาวเริ่มนึกรำคาญขึ้นมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะมาเจอผู้ว่าจ้างที่เรื่องมากเช่นนี้
หะตกลงจะให้เขียนหรือเปล่า หรือจะยกเลิกสัญญา บอกมาไม่ต้องพูดอ้อมเกาะ รำคาญ!”
หญิงสาวถามอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีท่าทีงอนง้อนายจ้าง หรือกลัวเสียงานแม้แต่น้อย นายจ้างหนุ่มถึงกับผงะ อะไรกันล่ะเนี่ย แม่คนนี้ ปากจัดซะไม่มี เป็นลูกจ้างเขาแท้ๆ ยังจะมาทำเป็นอวดดี ปากเก่ง
จะรู้ได้ไงว่าคุณคือ สายนที ตัวจริง หรือตัวเทียม
เขาถาม ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับหัวเราะก๊าก
โอ๊ย! ฉันไม่เถียงกับคุณให้เมื่อยปากหรอก พูดภาษาไทยก็ยังไม่ถูกกลับไปเรียนมาใหม่ซะไป้ ถ้าอยากรู้ว่าฉันตัวจริงหรือตัวปลอม ทำไมไม่ลองโทรถามคฑากรดูล่ะ เห็นว่าคุณติดต่อกับเขาอยู่นี่ เรื่องมันจะได้จบๆ ซะที เฮ้ย! รำคาญ
หล่อนกล่าวแนะนำ ใบหน้าเริ่มหยิกงอ  อยากให้สถาน
การณ์เครียดๆ นี้จบลงโดยเร็ว  ปุณวัฒน์ทำหน้าครุ่นคิด ก่อน
พยักหน้าเห็นด้วย แต่กลับบอกว่า
จริงๆ คุณกรน่าจะรู้ แต่ผมไม่มีมือถือ ลืมเอาติดตัวมาด้วย แล้วจะทำไงดี
เอ้า นี่ให้ยืมหล่อนส่งมือถือให้เขา ชายหนุ่มยื่นมือไปหยิบมือถือจากหล่อน แบบกล้าๆ กลัวๆ และขยะแขยง พลางเหลือบมองชุดเสื้อผ้าฝ้ายรุ่มร่ามที่หล่อนสวม แล้วทำท่าขนลุกไปทั้งตัว รู้สึกรกหูรกตาอย่างไรก็บอกไม่ถูก
นักเขียนเขาชอบใส่เสื้อผ้ารุ่มร่ามแบบนี้เหรอ
เขาถาม แต่ไม่ต้องการคำตอบ พอหยิบมือถือจากหล่อนได้ก็เดินปลีกตัวออกไปอีกมุม กดหมายเลขโทรออกถึงคฑากร
ฮัลโหล มิสเตอร์กรเขากรอกเสียงตามสาย
ครับ ใครครับ?”
อีกฝ่ายถามอย่างนึกสงสัย ที่เห็นเบอร์เป็นของปิ่นปัก แต่เสียงตามสายกลับเป็นผู้ชาย
ผมเองจำเสียงผมไม่ได้หรือครับ?”
ไม่ได้ครับ ตอบมาเถอะคุณเป็นใคร ทำไมถึงพูดโทรศัพท์เพื่อนผม เธอสบายดีหรือเปล่า ตอนนี้อยู่ไหน คุณทำอะไรเธอหรือเปล่า บอกมาคุณเป็นใคร ห้ามคุณแตะต้องเธอเป็นเด็ดขาดนะ ได้ยินคำถามเป็นชุดๆ จากปลายทาง หน้าหล่อเข้มของชายหนุ่มถึงกับบิดเบี้ยวขึ้นทันที โลกนี้เป็นอะไรกันไปหมด เขาฝันร้ายอยู่หรือเปล่านะ ทำไมวันนี้เจอแต่เรื่องไม่คาดฝันบ้าๆ แบบนี้ด้วย
ผมเอง เจ้านายคุณน่ะ ปุณวัฒน์ บราวน์เด็น ตกลงโทรศัพท์นี่ของใคร เพื่อนของคุณที่ว่าคือ สายนที ใช่หรือเปล่า?”
เขาตะโกนถามด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเล็กน้อย ได้ยินอีกฝ่ายลดระดับเสียงลง แล้วตอบกลับมาว่า
อ้อ! คุณปุณวัฒน์ ขอโทษครับ ไม่นึกว่าเป็นคุณ แล้วตอนนี้คุณคงได้พบกับ สายนที แล้วสินะครับ
ตกลงสายนที เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่คุณกร?”
เอ่อผู้หญิงครับ ว่าแต่ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ขอผมคุยกับเธอได้ไหมครับ
คฑากรกล่าวอย่างเกรงใจ หนุ่มลูกครึ่งไม่ตอบกระไร เดินนำเอามือถือกลับไปส่งคืนให้หญิงสาวที่ยืนเตะน้ำริมสระฆ่าเวลารอเขาอยู่ ใบหน้าชายหนุ่มแสดงออกว่าผิดหวังอย่างแรง พอรู้ว่าจะต้องร่วมงานกับสายนทีที่เป็นผู้หญิงบ้าตรงหน้าไปอีกนานหลายสัปดาห์
เอ้า สายของคุณเขายื่นมือถือใส่มือหล่อน แต่สงสัยจะแรงเยอะไปหน่อย ถึงกับทำให้ปิ่นปักที่ยืนอยู่ริมสระลื่นไถลตกลงไปในสระอินฟินิตี้พร้อมกับกระเป๋าสะพายเสียงดังตูม! จนน้ำในสระแตกกระเซ็น ผู้คนที่กำลังนั่งพักผ่อนและเล่นน้ำบริเวณนั้นพากันหันไปมองดูเหตุการณ์พร้อมส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึง สถานการณ์เวลานั้นดูราวกับว่าเจ้าของรีสอร์ตผลักผู้หญิงตกน้ำไม่มีผิดเพี้ยน และฝ่ายหญิงก็ยิ่งมองดูน่าสงสารมากยิ่งขึ้น เมื่อปรากฏว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น ได้แต่ใช้มือตีน้ำกระจาย เธออ้าปากพะงาบๆ ไขว่คว้าลมหายใจ ก่อนจะค่อยๆ จมลงใต้ก้นสระอย่างน่าเวทนา ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมร้องขอความช่วยเหลือจากใครเลยสักแอะเสียงผู้คนรอบสระต่างหวีดร้องดังอึงคะนึง ก่อนม่านตาปิ่นปักจะค่อยๆ ปิดสนิท เธอได้ยินเสียงร้องของใครบางคนแว่วมาจากที่แสนไกลแต่มันก็ช่างเบาหวิวเสียเหลือเกิน
พี่คะอย่าทิ้งหนูไป!
……….
แสงแดดยามเที่ยงวันสาดแสงแรงกล้า อากาศวันนั้นอบอ้าวราวจะแผดเผาสรรพสิ่งบนโลกใบนี้มอดไหม้เป็นจุณ หญิงวัยกลางคนเดินจูงมือเด็กหญิงสองพี่น้องฝ่าแสงแดดมาหยุดยืนที่หน้ามูลนิธิแห่งหนึ่ง นางนำเด็กทั้งสองเข้าไปหลบแดดยังเงากำแพง แล้วหันไปเอ่ยกับบุตรสาวคนโตวัยหกขวบ เสียงสั่นเบา
ลูกอยู่กับน้องที่นี่ก่อนนะเดี๋ยวแม่ไปซื้อไอศกรีมมาให้ อย่าไปไหนนะ แล้วแม่จะรีบกลับมารับ
หญิงวัยกลางคนกล่าวกับบุตรีวัยหกขวบและสี่ขวบ พร้อมกับให้คำมั่นสัญญา แต่ดูเหมือนคนพี่จะงอแงเล็กน้อย
แม่จ๋าอย่าไป หนูไม่ชอบไอศกรีม หนูอยากอยู่กับแม่มากกว่า
ลูกอย่าดื้อนะ เอาเงินติดตัวไว้ แม่ไปเดี๋ยวเดียวจะรีบกลับมา ดูแลน้องให้ดีๆ จำไว้นะอย่าไปไหน
นางย้ำบอกเด็กหญิง ก่อนแหงนหน้ามองที่ป้ายมูลนิธิ บ้านแสงแห่งหวังราวจะจดจำชื่อนั้นไว้ให้ขึ้นใจ ก่อนผละจากไป นางไม่ลืมโอบกอดเด็กหญิงทั้งสองแน่น น้ำตาไหลซึม เด็กหญิงวัยหกขวบผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้แต่พยักหน้าน้อยๆ อย่างเชื่อฟัง มองตามหลังมารดาเดินจากไป ด้วยความหวังว่าอีกไม่กี่วินาทีเธอจะกลับมาพร้อมกับไอศกรีมแสนอร่อย แต่จนแล้วจนเล่า เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง มารดาก็ไม่โผล่หน้ากลับมา
พี่จ๋า หนูหิว หนูอยากกินไอศกรีม
เด็กหญิงผู้น้องร้องงอแง ใช้มือกุมท้องอย่างน่าเวทนา ผู้เป็นพี่สาวก้มลงปลอบ
รอแม่ก่อนนะ แม่กำลังไปซื้อไอศกรีม
แต่หนูหิว หนูอยากกินไอศกรีมเดี๋ยวนี้ แง แง…”
ผู้เป็นน้องเริ่มแผดเสียงร้อง พร้อมกับลงไปนั่งชักดิ้นชักงออยู่ที่พื้น
โอ๋ อย่าร้องนะปันปัน เดี๋ยวพี่จะไปซื้อไอศกรีมมาให้เธอเอง เอารสสตรอว์เบอร์รีนะ เพราะเวลาเราเคี้ยวโดนเม็ดของมันอร่อยอย่าบอกใครเชียว รอพี่อยู่นี่นะ เผื่อแม่กลับมา ห้ามไปไหนเด็ดขาด
ผู้พี่สาวย้ำบอก ก่อนวิ่งไปที่ปากซอยซึ่งมองเห็นร้านสะดวกซื้ออยู่ลิบๆ ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีเธอก็กลับมาพร้อมไอศกรีมสองอัน แต่ปรากฏว่าน้องสาวได้หายตัวไปเสียแล้ว
ปันปันอยู่ไหน?”
เด็กหญิงวิ่งค้นหาน้องสาวไปตามตรอกซอกซอยจนเหนื่อยหอบ สองมือยังกำไอศกรีมแน่น เวลาผ่านไปไอศกรีมก็เริ่มละลายจนเหลือแต่กรวย เด็กหญิงวิ่งกลับมาทรุดลงนั่งที่หน้ามูลนิธิ จ้องมองกรวยไอศกรีมที่ว่างเปล่าอย่างสิ้นหวัง ใบหน้ามอมแมมนั้นเริ่มบิดเบี้ยว น้องสาวก็หาไม่พบ และมารดายังมาทิ้งเธอไปอีกคน น้ำตาเด็กน้อยเริ่มรินไหลหยดแหมะลงในกรวย จ้องมองกรวยไอศกรีมสองกรวยไปมา ก่อนตัดสินใจยัดใส่ปาก ทำให้ไอศกรีมจุกแน่นอยู่ที่คอจนหายใจติดขัด เด็กหญิงพยายามใช้สองมือโอบรอบคอตัวเองเพื่อหวังจะขย้อนเอาไอศกรีมออกมา แต่มันก็ช่างยากลำบากและทรมานเสียเหลือเกิน ไม่นานร่างเล็กนั้นก็ล้มลงไปดิ้นพล่านอยู่บนพื้น และสติสัมปชัญญะก็ค่อยๆ ดับลง เพราะไอศกรีมแท้ๆ
……….


ลองดูอีกที หนึ่ง สอง สาม
เสียงนั้นเริ่มเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อร่างบอบบางตรงหน้าแน่นิ่งไม่ไหวติง ผู้ทำการช่วยชีวิตพยายามทุกวิถีทาง ทั้งปั๊มหัวใจ และผายปอด เขาจับศีรษะเธอให้หงายขึ้น ใช้อีกฝ่ามือกดหน้าผากไว้ ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบจมูก จากนั้นก็ก้มลงใช้ปากครอบลงบนปากของอีกฝ่ายจนมิด พร้อมกับเป่าลมเข้าไปจนสุดลมหายใจ เมื่อสังเกตที่หน้าอกยังไม่ขยาย ผู้ช่วยชีวิตจึงคลายมือที่บีบจมูก และเตรียมเป่าลมเข้าไปใหม่ พยายามทำซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง จนชายหนุ่มเริ่มถอดใจ ถึงกับทรุดลงนั่งข้างๆ หญิงเคราะห์ร้าย ใบหน้าซีดเผือด ชีวิตวัยหนุ่มของเขาคงจบสิ้นลงก็วันนี้เอง
……….
ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนั้นมีไอศกรีมรสต่างๆ มองดูละลานตาเต็มไปหมด เด็กหญิงได้แต่กลืนน้ำลายเฮือก พอเธอเอื้อมมือไปจับ ไอศกรีมในตู้แช่ก็ไหลเข้าปากจนไปจุกแน่นเต็มคอ เธอพยายามดึงออกเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เด็กหญิงหายใจติดขัดและเจ็บระบมไปทั้งตัวราวกับมีใครขึ้นไปขย่มที่หน้าอกก็ไม่ปาน เมื่อไอศกรีมพุ่งออกจากปาก เด็กหญิงถึงกับร้องตะโกนแหวกอากาศเสียงดังลั่น ไอศกรีม!
พอรู้สึกตัวอีกที ปิ่นปักในร่างหญิงสาวก็พบว่าปากตัวเองกำลังถูกครอบด้วยปากของชายหนุ่มคู่กัดไม่ใช่ไอศกรีมเหมือนในฝัน ร่างหล่อนถึงกับกระตุกแรงราวกับคนเป็นลมชัก ชายผู้ช่วยชีวิตถูกถีบพุ่งกระเด็นไปไกลหลายฟุต วินาทีต่อมาหล่อนได้ยินเสียงปรบมือดังขึ้นรอบๆ ตัว เมื่อหันไปมองก็พบภาพพร่าเลือนของผู้คนกำลังยืนมองดูอยู่เต็มไปหมด
ตั้งสติหน่อยสิคุณ พอฟื้นขึ้นมาก็เรียกหาไอศกรีมเลยรึ
 เสียงเจ้าของสถานที่กล่าวกระแหนะกระแหนดังมาให้ได้ยิน
พี่คะ เป็นยังไงบ้าง?”
ปลายฟ้า นางแบบสาวนั่งลงข้างๆ และช่วยพยุงปิ่นปักให้ลุกนั่ง หญิงสาวยื่นมือสะเปะสะปะคลำไปรอบๆ ตัว พลางร้องหาแว่นตา
แว่นตา แว่นฉันอยู่ไหน?
นี่ค่ะ แว่นพี่ พี่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ?”
เด็กสาวเอ่ยถามขึ้นอีกด้วยความเป็นห่วง แต่คนตอบแทนกลับเป็นชายหนุ่มเจ้าของเกาะ
คงไม่เป็นไรแล้วล่ะมั้ง ถ้าร้องหาไอศกรีมได้แบบนี้
พอสวมแว่นตากลับมามองเห็นได้ชัดแจ๋วอีกครั้ง สายตาดุคู่นั้นก็หันขวับไปเชือดเฉือนหนุ่มลูกครึ่งที่นั่งอยู่เบื้องหน้าทันที
คุณจะฆ่าฉันรึไง?”
ผมเปล่านะ ผมแค่ส่งมือถือให้คุณเอง ไม่มีเจตนาจะผลัก สาบานได้ ไม่เชื่อก็ลองถามเอ่อ…”
พอเงยหน้ามองหาพยาน กลับพบสายตาทุกคู่มองมายังเขาเหมือนกำลังตำหนิอย่างเห็นได้ชัด ปุณวัฒน์จึงเฉไฉลุกไปหยิบผ้าขนหนูของรีสอร์ตบริเวณใกล้ๆ ยื่นให้หญิงสาวที่ตัวเปียกปอน เอ่ยขึ้นเหมือนถูกบีบบังคับ
ถ้าคุณโอเคแล้วก็ไปพักที่เรือนรับรองซะ เดี๋ยวพนักงานจะนำไป
กล่าวจบก็ผละจากไปอย่างไม่ไยดี ทำให้เหล่าไทยมุงทั้งหลายต่างส่งเสียงโห่ไล่ตามหลังเขาไป ปุณวัฒน์ชะงักเท้า หายใจฮึดฮัด เกิดมาไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ที่ถูกใครหยามหมิ่นในเกียรติและศักดิ์ศรีเช่นนี้มาก่อน
ทันใดนั้น โดยไม่มีใครคาดคิด ชายหนุ่มหันขวับกลับมาพร้อมกับสาวเท้ายาวๆ ตรงไปยังหญิงสาวเคราะห์ร้ายเบื้องหน้า
ทุกคนต่างผงะถอยออกจากที่เกิดเหตุ เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าขึงขัง นัยน์ตาแดงก่ำแทบลุกเป็นไฟคู่นั้น
วินาทีต่อมาร่างแบบบางก็ถูกหิ้วลอยขึ้นไปพาดอยู่บนบ่าชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว หญิงสาวดิ้นสุดฤทธิ์เพื่อให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือเขา แต่ก็สู้ความแข็งแก่รงของอีกฝ่ายไม่ได้
การกระทำของปุณวัฒน์สร้างความตกตะลึงให้กับไทยมุงและเหล่าพนักงานไปตามๆ กัน แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยเสียงปรบมือชื่นชมในน้ำใจของชายหนุ่มอย่างเกรียวกราว
เรื่องของเรื่องก็ล้วนมาจากความเข้าใจผิดกันทั้งสิ้น แต่กลับเป็นว่าปุณวัฒน์ต้องกลายเป็นแพะรับบาปไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น